พีเค เปิดใจเคยคิดสั้นหลังชีวิตพัง ยอมรับนอกใจ-ติดแอลกอฮอล์ ก่อน 'มีเรียน' ดึงกลับมารักตัวเองอีกครั้ง
พีเค เปิดใจเคยคิดสั้นหลังชีวิตพัง ยอมรับนอกใจ-ติดแอลกอฮอล์ ก่อน ‘มีเรียน’ ดึงกลับมารักตัวเองอีกครั้ง
เมื่อ พีเค ปิยะวัฒน์จับมือมีเรียนมาเปิดใจในรายการ Club Friday Showผลิตโดย CHANGE2561เผยชีวิตค่อนข้างพัง เจอคอมเมนต์ด่า งานทุกอย่างยกเลิก ทำให้รู้สึกดาวน์ถึงขนาดที่ว่า ไม่ต้องตื่นขึ้นมาอีกเลยก็ได้ เขาผ่านช่วงเวลาที่หนักที่สุดมาได้อย่างไร หรือเพราะติดแอ๊กติดเท่จนโดนหมั่นไส้ ทำให้เรื่องดราม่าหนักกว่าคนอื่น พร้อมเปิดใจคนที่ทำให้พีเคอยากมีลมหายใจต่อคือมีเรียน ช่วงแรกๆ ของความสัมพันธ์ก็มีเรื่องของความเจ้าชู้เข้ามาบ้าง แต่มีเรียมมองว่าความเจ้าชู้ คือ การบกพร่องทางความคิดและความสุขวันนี้ และผู้เปลี่ยนโลก ของพีเค อีกหนึ่งคนก็คือน้องโนนี่
อัพเดตสภาพจิตใจ?
พีเค : ตอนนี้ดีมาก ดีเหมือนเวลาคุณไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์เลย คนที่อยู่รอบข้างให้กำลังใจดีมากเขาเรียกว่ามากกว่าเดิมเยอะมากเลย หลังจากที่เราผ่านอะไรกันมาเยอะ คนที่เราคิดว่าเป็นเพื่อนเราเป็นพันๆ เนี่ยก็จะมีเหลืออยู่แค่กลุ่มนึงที่แบบในอุ้งมือเราเนี่ยที่คอยปลอบ คอยดูแลเราตลอดตั้งแต่เราแย่ที่สุด เราดีที่สุดจนมาแย่ที่สุด แล้วจนมาดีที่สุดแล้วจนมานั่งตรงนี้ได้ครับ
มองด้วยสายตายังรู้สึกเลย ว่าพีเคดูมีความสุขมากขึ้นกว่า 2 ปีก่อนหน้านี้?
พีเค : มากครับ ขออนุญาตไม่พูดถึงเยอะก็แล้วกันนะครับแต่ 2 ปีที่แล้วหย่าชีวิตค่อนข้างพังมากถึงมากที่สุด มากจนไม่อยากลุกจากเตียง มากจนไม่อยากนั่งรถมาแกรมมี่ มากจนไม่อยากเปิดไมค์ดีเจ มากจนไม่อยากจะหยิบสคริปต์ขึ้นพิธีกร ไม่อยากทำอะไรเลย
แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นก็ต้องยอมรับความผิดพลาดบางส่วนว่ามันก็เกิดจากความผิดพลาดของเราด้วยจริงๆ?
พีเค : ใช่ครับพี่ เอาง่ายๆ แล้วกันนะเอาสั้นๆ คือคำว่าความนอกใจ ผมเป็นคนที่ทำให้เขาเสียใจจริงๆ ถ้าผมมีโอกาสย้อนเวลากลับไป แก้ได้ผมจะแก้หลายๆ อย่างให้มากและให้ดี มากยิ่งขึ้นกว่านี้อีกเท่าตัว แต่นี่คือปัจจุบันเรากลับไปไม่ได้ เราต้องอยู่กับวันนี้แล้วก็เดินต่อไปข้างหน้าให้ได้ครับ
ในวันที่เราปิดการสื่อสารกับโลกภายนอก เพราะเรารู้สึกว่าโลกภายนอกดูใจร้ายกับเรามากๆ มันดาวน์ไปถึงขั้นไหน?
พีเค : เอาจริงๆ นะพี่จะบอกไงอะ ไม่ต้องตื่นก็ได้ เคยงงตลอดว่าทำไมเคยสัมภาษณ์แขกในรายการเขาเคยบอกว่าเขาเคยคิดที่ไม่อยากอยู่ แล้วเขาเคยคิดที่แบบอยากจะโดดแล้วคิดเสมอแบบว่าชีวิตโคตรดีเลยอะทำไมอะ มันมีอะไรทำให้เราอยากทำ แต่พอถึงจุดนั้นอ๋อ..เข้าใจแล้ว (แปลว่ามันแตะเส้นนั้นได้เลย?) ใช่
อะไรดึงเรากลับมา?
พีเค : เสียงลิฟต์ (เสียงติ๊งเหรอ?) ใช่ ผมเคยสัมภาษณ์คนนึงเขาเคยบอกว่า เขากำลังจะโดดอยู่บนยอดตึกคอนโดแล้ว เขาบอกว่าพื้นเนี่ยตะโกนเรียกว่าโดดมาเหอะมันนุ่มข้างล่างมันสบาย ตอนนั้นที่เป็นพิธีกรเราก็นั่งฟังแล้วก็ แบบเหรอวะ จริงเหรอ แล้วตอนที่เราอยู่ในช่วงที่ต่ำสุดคอนโดผมอยู่ติดกับแกรมมี่ไปยืนรอลิฟต์ มันก็อยู่ติดกันหน้าต่างเลยหน้าต่างก็เปิดแล้วกว้างเลย แล้วผมก็มองลงไปแล้วผมก็ได้ยินเสียงนั้นเหมือนกันเป๊ะเลยโดดมาสิมันนุ่ม คือใจอะจะไปแล้วนะ แล้วลิฟต์ติ๊งมาพอดีก็ต้องคือลงไปจัดรายการน่ะ ผมก็โอเค เฮ้อ..แล้วก็เดินไปเข้าลิฟต์แล้วก็ไปจัดรายการ
คนที่ทำให้พีเคอยากมีลมหายใจต่อคือ มีเรียน จะเรียกว่าเป็นหน่วยกู้ใจเลยแหละ?
มีเรียน : รู้จักกันมานานแล้วเป็น 7-8 ปี แม่หนูกับแม่พี่พีเคก็รู้จักกัน คุยกันสารทุกข์สุกดิบ เคยเจอพี่พีเคครั้งนึงวันเกิดของหลานพี่พีเค แล้วก็มีการคุยกันทำงานตอนนั้นทำรายการประกวดผู้ชายอันนึงก็ให้พี่เคเป็นพิธีกร แต่ว่าหลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอไม่ได้คุย จนกระทั่งเห็นข่าวเขาก็รู้สึกว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เป็นห่วงสภาพจิตใจเขาว่าโอเคไหม ซึ่งตอนแรกเขาก็วันแรกที่โทรไปก็บอกว่าเอ้ย..โอเคทุกอย่างมันน่าจะจบด้วยดี แต่ว่าหลังจากนั้นก็มีข่าวมาเรื่อยๆ แล้วก็เช็กอีกครั้งนึงว่า คุณโอเคไหม เขาก็บอกว่าไม่โอเคละ
ในวันที่บอกว่าไม่โอเคเพราะวันนั้นรู้สึกว่ามันไม่ไหวจริงๆ?
พีเค : ใช่พี่วันนั้นก็เป็นหนึ่งวันที่ไม่มีใครแล้วเขามาพอดี วันนั้นเขามาประชุม ผมก็บอกว่างั้นมากินข้าวด้วยกันมา นั่งคุยกันแป๊บนึงมานั่งคุยเป็นเพื่อนกันก็ได้แป๊บนึง
สภาพที่เราเดินเข้าไปเจอเขาเป็นยังไงบ้าง?
มีเรียน : คือด้วยความที่มีเรียนไม่รู้ว่าพี่พีเคเป็นอะไรกันแน่ เราไม่รู้ว่าอันไหนคือปกติของเขา คือเราไม่ได้สนิทขนาดนั้น เพราะฉะนั้นเราจะไม่รู้ว่าอันนี้คือแย่ แต่ว่าเขาไม่ได้เอาด้านแย่เขามาเจอเราแล้วร้องไห้เลยไม่ใช่ เขาก็คุยก็เล่าเรื่องนั่นเรื่องนี่ไปแล้วเราก็มอง ดูเขาแล้วเราก็รู้สึกรู้สึกว่าเขากำลังแบกอะไรบางอย่างอยู่ เหมือนเราพูดอะไรสักอย่างนึงแล้วเขาก็เริ่มน้ำตาไหลแล้วก็ยิ้มไปด้วยน้ำตาไหลไปด้วย
พีเค : รู้สึกเหมือนกับมีเพื่อนเข้ามาคุยด้วย พอยิ่งคุยไปปุ๊บพอยิ่งเปิดใจมันก็เหมือนกับเปิดประตูนรกอะ มันก็ไหลพรวดออกมาหมดเลย
พีเคเคยได้ยินไหมมีคนพูดว่า พีเค รู้สึกผิดแต่ติดเท่ เป็นไหม?
อั๋น : ไม่ต้องถามเลยว่าเป็นไหม ฉันตอบให้ได้เลยว่าเป็น
มีเรียน : เขาเป็นเฉพาะตอนออกกล้องนะพี่อั๋น
อั๋น : ถูกต้อง ซึ่งในมุมนึงมันเป็นคาแร็กเตอร์ แต่ในมุมนึงความที่เราติดแอ๊กติดเท่เนี่ย มันเลยทำให้เรา เหมือนถามว่าเป็นอะไรมั้ยเนี่ยยากมากที่เขาจะตอบ ว่าเป็น ทั้งๆ ที่เป็นแต่เขาจะตอบว่า เฮ้ย..ผมโอเค นี่คือความติดแอ๊กของเค้า ซึ่งความติดแอ๊กเนี่ยส่วนนึงเลยทำให้เขาถูก หมั่นไส้หนักกว่าชาวบ้าน เพราะฉะนั้นในหลายๆ เรื่องผมแค่งงว่า เอ๊ะ..ทำไมมันโดนหนัก ผมไม่ได้บอกว่าเรื่องที่เขาทำเบานะ แต่มันหนักไม่จบสิ้นส่วนนึงอ่ะเพราะคุณน่าหมั่นไส้คุณรู้ตัวปะ
พีเค : รู้ คือถ้าเป็นคนอื่นแล้วมองเข้ามาเห็นผมเองผมก็โคตรหมั่นไส้เหมือนกัน ก็รู้ตัวแต่คำว่าของหมั่นไส้เนี่ยมัน ไม่ใช่หมั่นไส้เพราะแกไปโกงชาวบ้านไม่ได้ไปทำอะไรผิดกฎหมาย หมั่นไส้เพราะไลฟ์สไตล์ ซึ่งถ้าหมั่นไส้เพราะไลฟ์สไตล์อันนี้ผม ไม่ว่ากันเพราะว่าเรารู้ว่าถ้าเรื่องงานเราให้เป็นอันดับ 1 เราสามารถสอนให้คนอื่นเก่งขึ้นมาได้ไลฟ์สไตล์เราชอบเราแบบนี้คนอื่นอาจจะไม่เห็นด้วยเขาก็เลยหมั่นไส้ ถ้าอย่างงั้นน่ะผมไม่ว่า แต่ถ้าเกิดมาหมั่นไส้เรื่องที่ทำผิดกฎหมายอะไรไม่มี
คนอยู่ในโซเชียลที่โดนด่าเยอะๆ จะรู้สึกว่าการเปิดประตูออกนอกบ้านทุกคน ต้องด่าฉันและเกลียดฉันมาก มีเรียนก็เลยรู้สึกว่ามาพิสูจน์กัน ก็เลยพาเขาออกไปข้างนอก?
มีเรียน : ไปพัทยา
ตอนนั้นมีอะไรรู้สึกไหมว่าเราจะกลายเป็นเป้าสายตาของคนอื่น ว่านี่ไงคนนี้หรือเปล่าที่ทำให้คู่เขามีปัญหา?
มีเรียน : มันไม่ใช่เรื่องจริงอะค่ะ เพราะฉะนั้นเราก็เฉยๆ อยู่แล้วประเด็นนี้เราสามารถตอบได้ไม่ว่าจะถามกี่ครั้ง เราก็จะตอบเรื่องเดิม ไม่ได้กลัวอะไรเลยเพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง
ไปพัทยาแล้วก็พบว่าคนอื่นก็ไม่ได้มีอะไร?
พีเค : เขาพาไปวอล์กกิ้งสตรีท พอไปถึงปุ๊บก็มีแต่คนแห่เข้ามาขอถ่ายรูปๆ ยิ้มให้เป็นกำลังใจให้นะ แล้วเขาก็บอกว่าเห็นไหมว่าแค่คนบนโลกออนไลน์ที่ไม่ชอบเรา คนในชีวิตจึงเขายังชอบเราอยู่ เราก็ตื้นตันใจมาได้ครึ่งนึง
แล้วตอนนั้นมีเรียนโดนอะไรบ้างไหม?
มีเรียน : ก็มีค่ะ ไปกินข้าวกัน 6 คน แต่ก็โอ้โห..ถ่ายมาแบบ 2 คนแล้วก็คืนนั้นก็เป็นข่าวเลย เราก็เลยมาทำความเข้าใจว่าอ๋อ..นี่คือนี่คือวงการบันเทิง ตอนแรกเราก็กลัวว่าเราไปกินข้าวกับเขาต้องมีคนถ่ายรูปมันต้องเป็นข่าวแน่ๆ พี่พีเคก็บอกว่าไม่มีใครกล้ากินข้าวกับไอเลย อ่ะกล้าก็ได้ หลังจากที่เป็นข่าวที่พัทยาคนก็เริ่มมอง เขาก็คิดว่าหนูคือบุคคลนั้นทั้งห้างก็คือมองด้วยความแบบตัดสินแล้วก็แบบเหยียดหยาม เราก็เข้าใจ ก็เลยคุยกับพี่พีเค แหม..มองขนาดนี้เดี๋ยว เอาเสื้อมาใส่ดีกว่าแล้วก็บอกว่า I’m not …ใช่ไหมคะ เป็นมุขตลกกัน จนกระทั่งคุณพีเคค่ะถ่ายรูปช่วงนั้นเขาก็แบบดื่มเยอะอยู่แล้ว อาจจะไม่ได้เห็นถึงผลกระทบ อะไรอย่างเงี้ยตัวมีเรียนเองก็ไม่เห็นว่ามีการเอาลง แต่พอลงไปแล้วก็ทำอะไรไม่ได้
ชีวิตคู่มีปัญหาคือการดื่ม ถึงขั้นว่าเราไม่ไหวแล้วจริงๆ ฉันไม่อยู่ตรงนี้ก็ได้นะ?
มีเรียน : ตอนนั้นเราไม่มีความรู้ ว่าอันนี้มันคืออะไรเราบอกเขาว่าพี่เคเบาได้ไหม โอเคเขาเบาให้แต่เขาก็ยังทำอยู่ เราไม่มีความรู้ดีกว่าเราก็เลยทนไม่ได้ แต่ว่าจริงๆ แล้วพอเราเริ่มพยายามเข้าใจว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้แล้วเราจะแก้ไขยังไง ก็เลยมาดูว่านี่มันคืออาการของการติดสุรา ทางกายมี 2 อย่างติดใจกับติดกาย ติดกายก็คือขาดไม่ได้เสิร์ฟตลอดทุกๆ 4-6-8 ชั่วโมงแล้วแต่ความรุนแรงของสิ่งนั้นค่ะ พอเรารู้ก็เริ่มสังเกตไปโทรถามเพื่อนโทรหาหมอ มันมีวิธีการแก้ ก็คุยกับเขาว่า ยูเป็นแบบนี้นะให้เขายอมรับก่อน ก็เอาปัญหามากางเลยว่ามีอะไรบ้างไอช่วยแก้ เขาอยู่ในสภาพที่เขาไม่สามารถที่จะแบบแก้ไข ปัญหาอะไรได้เพราะว่ามันใจมันไม่ไหวเขา บอกคนติดสุรา 98% ก็คือคนที่มีปัญหาทางจิตใจ พีเค : กินจนมันชา
มีเรียน : พอเรารู้แบบนี้ปุ๊บเราก็ถาม ว่าแล้วเราจะแก้ไขได้ยังไงอันนึงที่ขึ้นมาก็คือไปบำบัด ทุกคนก็จะแบบ ถ้ามีคนรู้ว่าพีเคไปบำบัดเนี่ยชื่อเสียงแบบ.. หนูบอก ว่าเราสนใจชื่อเสียงหรือสุขภาพภาพเขา หนูก็เวตแล้วก็สุขภาพมาก่อน
แต่สิ่งนึงซึ่งไม่ง่ายเลยคือการทำให้เขายอมรับก่อน?
มีเรียน : ค่ะ (มีทะเลาะกันไหม?) ก็ทะเลาะกันบ่อยๆ แต่ข้อดีของพี่พีเคคือเขาเงียบแล้วฟัง
อะไรทำให้เรายอมรับว่าเราต้องไปบำบัด?
พีเค : เขา (ชี้มีเรียน) เพราะว่าถ้าเราไม่บำบัดเขาก็คงจะเดินออกไปพร้อมกับลูกเขา เราก็เลยตัดสินใจไปไปเจอหลวงพี่อาทิตย์ที่เชียงรายไปบวชผ้าขาวให้แม่ ไปเจอเจออาจารย์สุทธิพันธ์ เป็นคนที่บำบัดเรื่องการเลิกแอลกอฮอล์ เรื่องยาเสพติด อันดับ 1 ของประเทศไทยเลยนะ ไปโรงพยาบาลอีกอาทิตย์นึง
มีเรียน : ประมาณ 36 ชั่วโมงแรกของการบำบัดแอลกอฮอล์ก็คือเขาจะเรียกว่าลงแดง มือจะสั่น สามารถที่จะชักได้ หมอจะให้ยาเพื่อทดแทนการดื่มแล้วก็ให้วิตามินบีอย่างหนักเลยเพราะว่าคนที่ดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้ไม่สามารถดูซึมวิตามินบีได้ ทำให้มือสั่นพอครบ 72 ชั่วโมง ไปอยู่ในสถานบำบัด ตื่นเช้ามาออกกำลังกายกินอาหารที่มีประโยชน์แล้วก็เข้ารับการบำบัดกับจิตแพทย์
พอแก้ปัญหาเรื่องการดื่มได้แล้วทุกอย่างดีขึ้นไหม?
มีเรียน : ดีขึ้นค่ะ
พีเค : ดีขึ้นมากเลยแทบจะไม่ทะเลาะกันเลย ปัญหากลายเป็นเรื่องนิดเดียวอะเดี๋ยวนี้ ทุกวันก็นั่งคุยกันเรื่องเขาไลฟ์สดขายของ มีความสุขไปวันๆ พาลูกไปเรียนยิมนาสติก อะไรเงี้ยมันกลายเป็นชีวิตที่มีความสุขมากยิ่งขึ้น
ทุกอย่างจะดีแต่มีเรื่องผู้หญิงเข้ามา?
มีเรียน : ช่วงนั้นมันเป็นช่วงเริ่มต้นของความสัมพันธ์ คนเราบางทีเขาก็คงมีนิสัยของเขามา มีเรียนว่ามันเป็นการบกพร่องทางความคิดเรื่องของการเจ้าชู้ แล้วของแบบนี้มันแก้กัน มีเรียนว่าแค่เราเอาข้อมูลชุดใหม่สื่อสารให้เขาฟังว่ามันดีไม่ดียังไง
พีเค : ง่ายๆ คือเขาจับได้แค่นั้นเอง แค่ไปกินข้าวไปปรึกษาเรื่องงาน
มีเรียน : แต่เขาสวยไง (มีเรียนจับได้ยังไง?) เขามีโทรศัพท์ 2 เครื่อง เขามาลืมไว้ที่เชียงใหม่แล้วเขาก็กลับมาที่กรุงเทพฯ แล้วบังเอิญมีเรียนเป็นคนที่มีเซนส์มาก ปกติไม่ค่อยยุ่งอะไรอย่างนี้ ก็แบบเด้งขึ้นมามีการนัดกันไปกินข้าว แต่ว่าเขารีบลบนะแล้วผู้หญิงคนนี้เขาสวย หนูก็เลยโทรไปแบบว่าโอเคพี่พีเค เห็นแล้วนะ ว่ายูกำลังจะไปกินข้าว ถ้าเราไม่สามารถที่จะแบบซื่อสัตย์ด้วยกันได้ เราก็ไม่เสมอกันอะ เราแยกดีกว่า ก็วางสายแล้วก็บล็อกเลย 2 ชั่วโมงผ่านไป เราก็นั่งดูแล้วก็นั่งเวตตั้งแต่มันเริ่มมีข่าวเราก็ไม่ได้ส่งไวบ์ดีๆ ให้กับเขามีการทะเลาะกันมันมีหลายๆ อย่างที่มันไม่จูนกัน การที่เรามีใครสักคนที่แบบว่ารักเราแล้วเขาก็เข้ากับลูกเราได้ แล้วก็ข้อเสียเขาก็ไม่ได้มีเยอะแล้วทำไมเขาถึงทำในสิ่งที่เขาทำ อย่างที่บอกมันก็ไม่ได้บกพร่องทางความคิด เขาก็อาจจะเป็นมนุษย์คนนึงที่อยากจะมีความสุขบ้างในขณะนั้นที่เรามีข่าวมีอะไร เราก็จะแบบพี่พีเคทำไมไม่ทำอย่างงั้นอย่างี้ทำไมยูเป็นอย่างงั้นอย่างงี้ ยูเห็นไหมมันมีข่าวนู่นนี่นั่นคือเรายังมีแคร์บ้าง ทำให้เราทะเลาะกันแล้วก็เราก็ไม่แคร์เขาเหมือนกัน อยากไปมีใครก็มี พูดก็พูดเองเนอะ พอเขามีขึ้นมาจริงๆ เขานัดกินข้าวแค่นั้นน่ะ อุ๊ยตายละ ทำไงดี 2 ชั่วโมงเริ่มคิดได้โทรไปหาเขาแล้วก็บอก ว่าพี่พีเคไอขอโทษ เราอยู่ดีๆ เราก็คิดขึ้นมาได้ว่าเขาก็เป็นบุคคลนึงที่สมควรจะได้รับความสุขแล้วเธอไปมอบแต่ความแบบ เป็นคนไม่น่าอยู่ด้วยอะเพราะฉะนั้นก็ไม่แปลกที่เขาอยากจะไปกินข้าวกับคนอื่น
พีเค : ไม่ได้ไปครับ (ไม่ได้ไปเพราะถูกจับได้?) วันนั้นไม่หิว
งงไหมถูกจับได้แต่สุดท้ายเขากลายเป็นคนโทรมาขอโทษ?
พีเค : งงสิ ปกตินะถ้าโกรธแบบระดับอย่างงี้เลยนะไปแล้ว
มีเรียน : ก็ยังบอกเขาว่าแบบยูยังโอเคกับไออยู่ไหม เรายังโอเคกันไหม ถ้าเราโอเคกันงั้นเรามาคุยกันว่า เราต้องการอะไร อะไรที่ยูรับได้อะไรที่ไอรับไม่ได้ มันก็เลยมีการพูดคุยกันมากขึ้น หลังจากนั้นเรื่องผู้หญิงก็มีบางทีมันก็จะมีแบบคนทักเข้ามา เห็นอย่างงี้มีคนทักนะคะ หนูก็บอกว่าหนูไม่เปิดโอกาสให้ใครพี่ก็ไม่ควรเปิดโอกาสให้ใครเข้ามาเหมือนกัน
หยุดเจ้าชู้ได้ยัง?
พีเค : เอาจริงๆ นะ หยุดมาพักนึง หยุดเลยอะตั้งแต่เจอเขา หลังมีปัญหาตอนนั้นยังเจ้าชู้อยู่ แต่พอมาเจอเขาแล้วพอมันเริ่มเห็นความใส่ใจความพยายามที่ทำให้เราดีขึ้น แล้วเรามองไม่เห็นความสวยของคนอื่นถึงแม้เขาจะสวยยังไงก็ตามนะ เราเริ่มที่จะมองไม่เห็น ความสวยของเขาแล้ว
อีกหนึ่งคนที่ทำให้พีเคเปลี่ยนเวอร์ชั่น?
น้องโนนี่ : สวัสดีค่ะ ชื่อ โนนี่ค่ะ (กี่ขวบแล้วคะ?) 5 ขวบครึ่งค่ะ
พีเค : พูดไทยชัดด้วยคนนี้พูดได้กี่ภาษานะ
น้องโนนี่ : 5 ภาษา ไทย, อังกฤษ, จีน, สเปน และญี่ปุ่น
พีเค : แล้วไม่ได้ส่งไปโรงเรียนเพื่อเรียนภาษาส่งไปโรงเรียนเพื่อให้มีเพื่อน แต่เขาสามารถที่จะเรียนรู้ภาษาได้ตอนนี้คือถ้าเกิดฝึกจริงๆ นะ 5 ภาษานี่สบายมากเลย
เป็นเด็กขี้อ้อนคนนึง?
พีเค : พีเคไม่ได้เป็นคนชอบเด็ก ผมพูดทุกรายการไม่เคยโกหกไม่ชอบเด็กจนมาเจอคนนี้ ตอนแรกเจอก็ยังเอ้ย..น่ารักดีนะแต่ก็ยังมีความห่างอยู่ จนพอเริ่มสนิทแล้วตอนเช้าวันนึงเขาไปโรงเรียนเเดินมาถึงปุ๊บเขามาจูบแก้มทีนึง แล้วก็กอด แล้วบอก บ๊ายบายคุณลุงพีเค แล้วเจอกัน แล้วก็เดินไปแล้วเราก็แบบ..อะไรวะ เกิดอะไรขึ้นทำไมอยู่ๆ ตัวมันอ่อนปวกเปียกเลยว่า
โดนตกซะแล้ว?
พีเค : ก็นั่นแหละกับคนนี้ จริงๆ นะเด็กทั้งโลกเลยนะยอมเขาคนนี้คนเดียวแหละ
ผ่านความที่สุดเมื่อ 2 ปีก่อนมาถึงวันนี้?
พีเค : ปัจจุบันนี้ใช้ชีวิตด้วยคำว่า humble ด้วยคำว่าถ่อมตัวถ่อมตัวกับคนที่อยู่ด้วยถ่อมตัวกับพี่ๆ ถ่อมตัวกับงานที่เราได้ ทำให้มันดีที่สุด แล้วก็ถ่อมตัวกับสิ่งที่ฟ้ากำหนดให้เราดีกว่า
การมีมีเรียนกับโนนี่ในวันนี้มีอะไรอยากจะบอกกับเขาบ้าง?
พีเค : ดีใจที่สุดกันแล้วกัน
มีเรียน : มีเรียนเป็นคนไม่คิดอนาคตไกลมาก อยู่แค่ตรงหน้าว่าเราจะทำยังไงให้มันดีกว่าเดิม มันไม่ได้สามารถเปลี่ยนได้ภายในวันเดียว ทุกอย่างต้องใช้เวลาหมด ใครที่อยู่ในห้อมล้อมชีวิตเราเราก็อยากให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้นแค่นั้นเลย เราเสียดายแทนเขาที่เขามีร่างกายที่มีชื่อเสียงขนาดนี้ กว่าจะแบบบ่มเพาะมาเราไม่อยากให้เขาทิ้งไปเพราะว่ากับเรื่องที่มันสำหรับมีเรียนรู้สึกว่ามันแก้ได้ เราเห็นคุณค่าของชีวิตเขา เราอยากให้เขาเห็นคุณค่าของชีวิตตัวเอง แล้ววันนี้เขาเห็นแล้วเราก็ดีใจกับเขาได้ชีวิตที่ดีมันก็ดีกับเขาเอง มันก็เป็น อานิสงส์ให้หนู พอชีวิตเขาดีขึ้นหนูก็สบายขึ้น แล้วเราก็ได้ความภาคภูมิใจว่า เราเคยได้ทำให้ชีวิตคนนึงดีขึ้น มันมีแค่นั้นจริงๆ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พีเค เปิดใจเคยคิดสั้นหลังชีวิตพัง ยอมรับนอกใจ-ติดแอลกอฮอล์ ก่อน ‘มีเรียน’ ดึงกลับมารักตัวเองอีกครั้ง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th