13 พ.ค. เจอกัน!! นายกฯ ลุยเกาะพะงัน สั่งสแกนนอมินีทั่วประเทศ
The Bangkok Insight
อัพเดต 11 พ.ค. เวลา 08.24 น. • เผยแพร่ 11 พ.ค. เวลา 08.24 น. • The Bangkok Insight"อนุทิน" ลุยเกาะพะงัน 13 พ.ค. ต่อเนื่องจากภูเก็ต สั่งสแกนนอมินีทั่วประเทศ ชี้เป็นภัยบ่อนทำลายความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ย้ำไม่ปล่อยทุนสีเทาใช้ช่องว่างกฎหมายแย่งงานคนไทย
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันที่ 13 พ.ค. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดลงพื้นที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามปัญหาการประกอบธุรกิจของคนต่างชาติผ่านนอมินีอย่างใกล้ชิด ต่อเนื่องจากการลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กำชับการแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพล การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ และการคุ้มครองประชาชนให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างปลอดภัย
น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีติดตามเรื่องนี้ด้วยตนเอง และย้ำว่ารัฐบาลจะไม่ปล่อยให้การใช้นอมินีหรือช่องว่างทางกฎหมายกลายเป็นภัยคุกคามประชาชน เพราะปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เพียงเรื่องการจดทะเบียนธุรกิจ แต่เป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวซึ่งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง มีการจ้างงานจำนวนมาก และส่งผลต่อรายได้ของประชาชนในวงกว้าง
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้สแกนนิติบุคคลในพื้นที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน พบว่ามีนิติบุคคลรวม 16,811 ราย โดยเป็นบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนถึง 11,426 ราย หรือ 67.97% แบ่งเป็นเกาะพะงัน 3,213 ราย จากทั้งหมด 4,761 ราย และเกาะสมุย 8,213 ราย จากทั้งหมด 12,050 ราย สะท้อนความจำเป็นที่รัฐต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้นว่ามีการใช้คนไทยถือหุ้นแทน หรือให้นอมินีบังหน้าเพื่อเลี่ยงกฎหมายหรือไม่
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีให้นโยบายฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สแกนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ไม่ใช่เฉพาะภูเก็ต สมุย หรือพะงัน หากพบการใช้ช่องว่างกฎหมายแย่งอาชีพและการทำมาหากินของคนไทย ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
พร้อมกันนี้ ยังเน้นย้ำว่า รัฐบาลไทยสนับสนุนการลงทุนต่างชาติที่ถูกต้อง โปร่งใส และสร้างประโยชน์ให้ประเทศไทย แต่จะไม่ยอมให้ทุนสีเทา นอมินี หรือเครือข่ายอาชญากรรมทางเศรษฐกิจเข้ามาตักตวงผลประโยชน์บนแผ่นดินไทย
ขอให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแสต่อเจ้าหน้าที่ และไม่ยอมเป็นเครื่องมือให้ต่างชาติใช้ชื่อคนไทยบังหน้า เพราะการปกป้องอาชีพคนไทยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'นายกฯ' ผนึกกำลังทุกภาคส่วน เตรียมไทยเป็นเจ้าภาพ 'IMF–World Bank 2026'
- นายกฯบินด่วนระนอง ตรวจโกดังสินค้าหนีภาษีกว่า 50 ล้าน
- 'อนุทิน' ลุยหาดบางเทา ลั่นใครผิดต้องรับโทษ กวาดล้างผู้มีอิทธิพลรังแกชาวบ้าน
ติดตามเราได้ที่