พบปลัดอำเภอสวมสิทธิ์ให้ “หมิงเฉิน” โดนจับไปแล้วจากคดีส่วนสัญชาติ
(11 พ.ค. 69) ภายใต้การอำนวยการของนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง โดยนายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครองและหัวหน้าคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียนกรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.) สั่งการให้ ชุดปฏิบัติการสืบสวนต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียนกรมการปกครอง ( DOPA N.I.C.E.) นำโดย ดร.รัฐวิช จิตสุจริตวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมาย สำนักการสอบสวนและนิติการ และ นายศักดิ์สิทธิ์ ภูมูลเมือง ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมด้วยปลัดอำเภอ อ.เชียงดาว และพนักงานฝ่ายปกครอง จ.เชียงใหม่ ลงพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ตรวจสอบรายการทางทะเบียนราษฎรของนายนายหมิงเฉิน ซัน สัญชาติจีน ซึ่งถูกจับกุมในกรณีเกิดอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและตรวจพบอาวุธสงคราม วัตถุระเบิดและเครื่องกระสุนประเภทต่าง ๆ ในรถและบ้านพัก เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569
ชุดปฏิบัติการสืบสวนได้ตรวจสอบจากระบบทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง รายการของนายหมิงเฉิน ซัน สัญชาติจีน เกิดที่มณฑลเฮย์หลงเจียง ประเทศจีน โดยได้จดทะเบียนสมรส กับผู้หญิงสัญชาติไทย ที่สำนักทะเบียนท้องถิ่นแห่งหนึ่ง ต่อมาบุคคลดังกล่าวได้เพิ่มชื่อเข้าทะเบียนบ้านบุคคลที่อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยชั่วคราว (ทร.13) ในเขตคลองสามวา กทม. และทำ “บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย” ครั้งแรก เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2565
จากนั้นนายหมิงเฉิน ซัน ได้ย้ายเข้าทะเบียนไปที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ และขอทำบัตรใหม่ในครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565 ต่อมานายหมิงเฉิน ซัน ได้ย้ายออกจากหลังดังกล่าว เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2566 และได้ทำการย้ายเข้าบ้านหลังเดิม ณ เขตคลองสามวา กทม. และขอทำบัตรครั้งที่ 3 กรณีบัตรชำรุด เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2566
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านหลังที่นายหมิงเฉิน ซัน ย้ายเข้า ณ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565 โดยมีลูกของเจ้าบ้านเป็นผู้ดำเนินการให้ ซึ่งวันดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ของอำเภอเชียงดาวขอให้รับนายหมิงเฉิน ซัน เข้าบ้าน หลังจากดำเนินการย้ายเข้าบ้านแล้วเสร็จ นายหมิงเฉิน ซัน ได้มอบเงินตอบแทนเป็นค่าดำเนินการ
ข้อสังเกตในมูลเหตุจูงใจที่นายหมิงเฉิน ซัน ย้ายเข้าบ้าน ณ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ น่าเชื่อว่าอาจย้ายเข้ามาเพื่อจะสวมสิทธิชนกลุ่มน้อย ทำบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน ในลักษณะเดียวกันกับที่มีการจับกุมบุคคลสัญชาติจีนไปในปฏิบัติการสลายหมอกเชียงดาว เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2569
ตรวจสอบพบด้วยกว่าปลัดอำเภอที่ทำรายการบัตรประจำตัวให้กับนายหมิงเฉิน ซัน เคยเชื่อมโยงกับกรณีทุจริตในคดีสวมบัตรประจำตัวประชาชนให้กับบุคคลสัญชาติจีน ที่ถูกกลุ่มคนร้ายลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ มีการทำร้ายร่างกายและตัดนิ้วมือ ซึ่งถูกตำรวจดำเนินคดีไปแล้วในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2565
สรุปผลการตรวจสอบในเบื้องต้นเชื่อว่า การย้ายเข้าทะเบียนบ้าน ณ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ของนายหมิงเฉิน ซัน เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565 น่าจะเข้าข่ายเป็นความผิดทางอาญาฐานแจ้งข้อความอันเท็จแก่เจ้าพนักงานเข้าสู่ฐานระบบทะเบียนราษฎร ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2563 ม.50 ประกอบมาตรา 137 และมาตรา 267 แห่งประมวลกฎหมายอาญา รวมทั้ง มีความผิดตามมาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550
หลังจากนี้ DOPA N.I.C.E. จะร่วมกับอำเภอเชียงดาวและจังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินการสอบสวนกรณีทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน โดยจะติดตามสอบถ้อยคำเจ้าหน้าที่ทะเบียนและบัตรที่เกี่ยวข้อง มีจำนวน 3 ราย และ ตรวจสอบรายการทางทะเบียนอื่น ๆ รวมทั้งสอบถ้อยคำของนายหมิงเฉิน ซัน ซึ่งเมื่อได้รวบรวมพยานหลักฐานแล้วเสร็จ จะได้ร้องทุกข์กล่าวโทษนายหมิงเฉิน ซัน และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกราย ทั้งนี้ ได้สั่งการให้สำนักทะเบียน อ.เชียงดาว ดำเนินการยกเลิกเพิกถอนรายการที่ทุจริตดังกล่าวโดยเร็วแล้ว
ผู้สื่อข่าวตรวจสอบบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ที่ 9 ตำบลเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ หลังปรากฏข้อมูลว่าบ้านหลังนี้เคยถูกใช้เป็นที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของ นายหมิงเฉิน ซัน เบื้องต้นไม่พบเจ้าของบ้านเนื่องจากไปทำงานในตัวเมืองเชียงใหม่ 2-3 ปีแล้ว นาน ๆ จะกลับบ้าน มีเพียงลูกชายและลูกสะใภ้ที่พักอาศัยอยู่เท่านั้น
เมื่อสอบถามไปยังคนในพื้นที่ ต่างให้การยืนยันตรงกันว่า ไม่เคยพบเห็นชายชาวจีน เข้ามาพักอาศัย หรือ ทำกิจกรรมใดๆ ในพื้นที่มาก่อน พร้อมระบุว่าชุมชนแห่งนี้เป็นหมู่บ้านพี่น้องชาติพันธุ์ที่มีกฎระเบียบเข้มงวด หากมีบุคคลภายนอกเข้า-ออก หรือย้ายเข้ามาใหม่ จะต้องแจ้งให้คณะกรรมการหมู่บ้านทราบทันที
ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 ตำบลเชียงดาว ให้ข้อมูลว่า รู้สึกตกใจหลังทราบข่าวนี้ โดยยืนยันว่าบ้านเลขที่ดังกล่าวเป็นบ้านของนางใสซึ่งเป็นลูกบ้านดั้งเดิมและที่ผ่านมาไม่เคยมีข้อมูลหรือเบาะแสของชาวต่างชาติเข้ามาในเขตรับผิดชอบ ทั้งนี้พร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ
ด้าน นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เผยว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าบ้านเลขที่ดังกล่าวมีการนำชื่อนายหมิงเฉินเข้ามารายนี้รายเดียว แต่ที่ผ่านมากรมการปกครองพบการทุจริตออกบัตรประชาชนในพื้นที่อำเภอชายแดนและได้ดำเนินคดีกับข้าราชการฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ที่อำเภอเวียงแหงและอำเภอเชียงดาวไปแล้ว 7 ราย โดยมีการสั่งพักราชการและให้ออกจากราชการไว้ก่อน
ส่วนกรณีล่าสุดนี้ได้สั่งขยายผลการตรวจสอบอำเภอชายแดนทุกอำเภอ และ ให้ทุกอำเภอรายงานการขอสัญชาติและกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการขอสัญชาติและออกบัตรประชาชนให้ทางจังหวัดได้รับทราบ เพื่อดูว่ามีกรณีใดที่มีความเคลื่อนไหวผิดปกติ หากพบจะสั่งการให้ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจเข้าตรวจสอบทันที