ตามรอย “พระอัครมเหสี” ในสมเด็จพระนเรศ จากบันทึกบาทหลวงชาวสเปน
เรื่องราวของพระอัครมเหสีในสมเด็จพระนเรศ คือประวัติศาสตร์อันเลือนลางที่สวนทางกับพระราชประวัติขององค์เอง เพราะหลักฐานไทยแทบไม่ได้เล่าถึงเจ้านายฝ่ายในหรือพระภรรยาของสมเด็จพระนเรศเลย
อย่างไรก็ตาม เอกสารที่มีชื่อว่า “History of the Philippines and Other Kingdom”จดหมายเหตุของบาทหลวงชาวสเปนชื่อ มาร์เซโล เด ริบาเดเนอิรา(Marcelo de Ribadeneira) ซึ่งเขียนจากคำบอกเล่าจากบาทหลวงนิกายฟรานซิสกันที่เคยพำนักอยู่ในแผ่นดินสยาม ได้เผยร่องรอยของพระอัครมเหสีในสมเด็จพระนเรศเอาไว้อย่างน่าสนใจ
เอกสารดังกล่าวบอกเล่าสภาพบ้านเมืองกรุงศรีอยุธยาในช่วง พ.ศ. 2125 และ พ.ศ. 2139 ตรงกับรัชกาลสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช และรัชกาลสมเด็จพระนเรศ วันหนึ่งบาทหลวงนิกายฟรานซิสกันได้เห็นพระเจ้าแผ่นดินอยุธยาประทับเรือพระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระอารามแห่งหนึ่ง จึงพรรณนาถึงขบวนเสด็จทางชลมารคครั้งนั้นว่าวิจิตรตระการตาอย่างมาก เหมือนได้ดูโขลงช้างลอยไปตามน้ำ และบรรยายเกี่ยวกับกระบวนเรือว่า
“…เรือแต่ละลำมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่แห่งราชสำนัก ๑ คน แล้วจากนั้นเป็นพระราชกุมารพระองค์เยาว์ที่สุดในพระเจ้าแผ่นดินที่เสด็จปรากฏพระองค์ในเรือพระที่นั่งที่ตกแต่งอย่างหรูหรามาก
ตามติดมาเป็นสมเด็จพระอัครมเหสีและสาวสรรกำนัลใน สมเด็จพระอัครมเหสีประทับแต่เพียงลำพังพระองค์และบรรดานางกำนัลนั่งในเรือลำอื่นที่ตกแต่งอย่างน่าอัศจรรย์ และกั้นด้วยม่านอย่างรอบคอบจนเป็นไปได้ที่จะสามารถมองผ่านม่านจากภายในออกมาสู่โลกภายนอกได้ โดยที่คนภายนอกไม่เห็นคนภายใน…”
จากนั้นเป็นเรือพระที่นั่งขององค์พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นเรือที่มีขนาดใหญ่ที่สุด บาทหลวงมาร์เซโลบรรยายว่า “ดูแต่ไกลเหมือนนกกระยางตัวมหึมาที่แผ่ปีกอันกว้างใหญ่ออกมา เป็นเรือพระที่นั่งปิดทองทั้งองค์”
เนื้อหาจากจดหมายเหตุสเปนฉบับนี้ไม่ได้บอกว่า พระมหากษัตริย์ในขบวนเสด็จทางชลมารคคือพระองค์ใด จึงอาจได้ทั้งสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช หรือสมเด็จพระนเรศ
แต่เมื่อตรวจสอบจากเหตุการณ์ต่อไปที่จดหมายเหตุเล่าต่อกัน จะพบว่ามีเหตุการณ์ทูตจากกัมพูชามาเข้าเฝ้ากษัตริย์กรุงศรีอยุธยา ความว่า “บรรดาบาทหลวงของนิกายฟรานซิสกันของเราได้มีโอกาสอันหายากยิ่งในการที่ได้เห็นการเสด็จออกรับแขกเมืองจากกัมพูชา ได้มีการสร้างบ้านพักทันทีสำหรับคณะราชทูต…จารึกชื่อและความเป็นมาของคณะราชทูตกัมพูชาโดยจารเป็นตัวอักษรเขมร…
เมื่อราชทูตขึ้นบก ราชทูตมีข้าราชสำนักชั้นสูงติดตามไปเฝ้าพระเจ้าแผ่นดินซึ่งประทับรอคอยเขาอยู่อย่างสง่างาม”
เมื่อเทียบข้อมูลกับพระราชพงศาวดารฯ ฉบับพระจักรพรรดิพงศ์ (จาด) ของไทย จะมีข้อมูลบอกไว้ว่า ในรัชกาลสมเด็จพระนเรศ พระองค์ได้ต้อนรับคณะทูตจากกัมพูชาที่เดินทางมาถวายเครื่องราชบรรณาการยังราชสำนักกรุงศรีอยุธยา
จึงค่อนข้างชัดเจนว่า พระมหากษัตริย์ที่ประทับในขบวนเรือเสด็จทางชลมารคคือสมเด็จพระนเรศ แล้วก็มีสมเด็จพระอัครมเหสีอย่างน้อยหนึ่งพระองค์ และพระราชโอรสอย่างน้อยหนึ่งพระองค์ตามเสด็จด้วย
จดหมายเหตุของบาทหลวงชาวสเปน ไม่ใช่หลักฐานชิ้นเดียวที่กล่าวถึงพระมเหสีในสมเด็จพระนเรศ ยังมีเอกสารอื่น ๆ ที่ช่วยยืนยันว่ามหาราชพระองค์นี้มี “พระภรรยา” เป็นนางแก้วคู่ราชบัลลังก์อีกหลายพระองค์ สามารถติดตามแบบเต็ม ๆ ได้ใน“สับประวัติศาสตร์ ZAB HISTORY ปริศนาพระมเหสีคู่บัลลังก์ ‘สมเด็จพระนเรศ’ จากหลักฐานต่างชาติ”
อ่านเพิ่มเติม :
- ความโหดร้ายของสมเด็จพระนเรศ กรณี “ถลกหนัง” แม่ทัพ ในสงครามบุกเขมร?
- วิวาทะเจดีย์ยุทธหัตถี สถานที่รำลึกวีรกรรม “พระนเรศวร” อยู่ที่ไหนกันแน่ ?!?
- ใครว่า “สมเด็จพระนเรศวรไม่มีพระราชโอรส” ดูเอกสารประวัติศาสตร์ อาจมีถึง 2 พระองค์?
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 3 เมษายน 2569
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตามรอย “พระอัครมเหสี” ในสมเด็จพระนเรศ จากบันทึกบาทหลวงชาวสเปน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com