DSI เรียกทีมถกกรอบคดีกักตุนน้ำมัน เล็งเชิญ “พีซีสยาม” แจงปมพิรุธ 2 ล้านลิตร
กรณีวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พร้อมคณะทำงานเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. และในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ร่วมกันลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเข้าตรวจสอบคลังน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ซึ่งเป็นผู้ค้าขนาดใหญ่ที่รับผิดชอบพื้นที่การขนส่งน้ำมันในภาคใต้ตอนบน รวม 6 จุด ขณะที่ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการรับไว้สอบสวนเป็นคดีพิเศษ ส่วนดีเอสไออยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานภาคี เพื่อประมวลรายละเอียดเตรียมเสนอคณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.) พิจารณารับสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษในฐานความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ตามที่ได้เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น
DSI เตรียมชงคดีบริษัทคลังน้ำมันรายใหญ่ ‘กักตุนน้ำมัน’ เข้าบอร์ดกรรมการคดีพิเศษ
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 4 เม.ย. แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่วานนี้ (3 เม.ย.) นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม รวบรวมข้อมูลทุกมิติเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันของคลังน้ำมัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและชีวิตประชาชน เพื่อให้รับไว้สอบสวนเป็นคดีพิเศษนั้น ล่าสุดคณะพนักงานสืบสวนคลี่คลายคดีคลังกักตุนน้ำมัน นำโดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีการเรียกเจ้าหน้าที่ดีเอสไอซึ่งเป็นคณะทำงานคลี่คลายคดีฯ ประชุมหารือเร่งด่วนในวันเสาร์ที่ 4 เม.ย. 69 เวลา 11.30 น. เพื่อจะได้มีการกำหนดกรอบและเนื้อหาประเด็นสำหรับการสืบสวนสอบสวน แนวทางรูปแบบคดี เพราะรายละเอียดข้อมูลปลีกย่อยเกี่ยวกับการตรวจสอบเรื่องการกักตุนน้ำมันได้ถูกแบ่งกระจายงานไว้ในหน่วยงานภาคีเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี, ศรชล., กรมธุรกิจพลังงาน, กรมเจ้าท่า เป็นต้น จึงต้องมีการตั้งห้องวอร์รูม (War Room) สำหรับใช้มอนิเตอร์ข้อมูลเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมัน
แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เผยอีกว่า สำหรับกรณีความผิดปกติที่พบเจอจากการตรวจบริษัทคลังน้ำมันขนาดใหญ่ 6 จุด ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 69 ซึ่งจากข้อมูลของคณะทำงานพบว่า “บริษัท พีซี สยาม ปิโตรเลียม จำกัด” คือ จุดที่มีการกักตุนน้ำมันกว่า 2 ล้านลิตร ซึ่งตัวเลขรายงานการรับเข้าน้ำมัน การขายออกน้ำมัน และปริมาณคงคลังของเดือน มี.ค. 69 แตกต่างอย่างมากกับเดือน ก.พ. 69 จึงเป็นเหตุให้หลังจากนี้ ทางบริษัท พีซีฯ จะต้องเข้ามาชี้แจงถึงความผิดปกติดังกล่าวกับคณะพนักงานสืบสวนดีเอสไอ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ส่วนเรื่องน้ำมันหายกลางทะเลกว่า 57 ล้านลิตร ซึ่งพบความผิดปกติของ 20 เที่ยวเรือ ลักษณะประวิงเวลาตุนน้ำมันกลางทะเล ยังคงเป็นการตรวจสอบข้อมูลโดย ศรชล. ดำเนินการต่อไป ก่อนที่ข้อมูลทั้งหมดทุกมิติของแต่ละหน่วยงานภาคี จะส่งต่อให้ดีเอสไอดำเนินการสำหรับสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษ.