เคาะไป คุยไป : เคาะ EGCO
#ทันหุ้น-EGCO รายงานกำไรสุทธิอยู่ที่ 4,727 ล้านบาท -13%YoY ขณะที่ กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 4,439 ล้านบาท ลดลงแรง 52%YoY และ ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมทุนอยู่ที่ 7,823 ล้านบาท -26%YoY สาเหตุหลักมาจากการอ่อนตัวของหลายโครงการสำคัญพร้อมกัน ได้แก่ การหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า QPL ในฟิลิปปินส์ หลังหมดสัญญาเดิมในเดือนพฤษภาคม ทำให้ต้องหยุดเดินเครื่องราว 4–5 เดือน ก่อนเริ่มจ่ายไฟตามสัญญาใหม่ช่วงปลายเดือนตุลาคม, ผลประกอบการของโรงไฟฟ้า Paju ในเกาหลีใต้ ที่อ่อนลงจากค่าไฟต่อหน่วยลดลงเพราะมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และถ่านหินเข้าระบบมากขึ้น, โรงไฟฟ้า BLCP ที่ถูกกดดันจากทั้งค่าไฟต่อหน่วยลดลงและต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น, รวมถึงผลกระทบจากพายุที่โรงไฟฟ้า น้ำเทิน 1 ในลาว ซึ่งทำให้ใช้เวลาซ่อมบำรุงนานกว่าปีก่อน
นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับผลกระทบจาก ค่าความพร้อมจ่าย (Availability Payment) ที่ลดลง ในกลุ่มโรงไฟฟ้า IPP ในประเทศ เช่น BLCP, KPG และนครศรีธรรมราช อีกทั้งยังมีแรงกดดันจาก รายการทางบัญชี โดยบันทึก ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง 1,087 ล้านบาท จากความผันผวนของค่าเงินยูโรและดอลลาร์ และ การด้อยค่าสินทรัพย์ของโครงการชัยภูมิวินด์ฟาร์ม 469 ล้านบาท หลังส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) หมดอายุ อย่างไรก็ดี ผลประกอบการยังได้รับแรงพยุงจาก กำไรจากการขายเงินลงทุนในโครงการ RISEC และ Boco Rock Wind Farm รวม 2,643 ล้านบาท ซึ่งช่วยประคองภาพรวมกำไรไม่ให้อ่อนตัวลง
ในปี 2026 บริษัทวางแผนเดินหน้าการเติบโตเชิงรุกผ่านทั้ง การลงทุนใหม่และการบริหารพอร์ตสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งงบลงทุนไว้สูงถึง 30,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในทั้งโครงการ ก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการลงทุนใน โครงการโซลาร์ฟาร์ม 11 โครงการ ภายใต้ RE Big Lot เฟส 2 ของไทย ขณะที่ฝั่งรายได้มีแนวโน้มแข็งแกร่งขึ้นจากการกลับมารับรู้รายได้เต็มปีจากโรงไฟฟ้า QPL ภายใต้สัญญาใหม่, การรับรู้รายได้เต็มปีจากพอร์ต Pinnacle II ในสหรัฐฯ, การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในโครงการ Linden อีก 10% เป็นรวม 38%, การได้ประโยชน์จาก ค่าความพร้อมจ่ายและค่าพลังงานที่สูงขึ้น ในตลาดไฟฟ้าสหรัฐฯ เช่น NYISO, PJM และ New England, รวมถึงการเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจ CDI ในอินโดนีเซีย ซึ่งจะช่วยเสริมฐานรายได้ให้กระจายตัวและมีคุณภาพมากขึ้น
อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนผลกำไรและทิศทางการเติบโตของบริษัทในปีนี้คือ Asset Recycling โดยบริษัทมีแนวทาง ทยอยปรับพอร์ตสินทรัพย์ ผ่านการพิจารณาขายโครงการหรือสินทรัพย์บางส่วนที่ผ่านช่วงสร้างมูลค่าแล้ว เพื่อนำกระแสเงินสดที่ได้รับกลับมาลงทุนในโครงการใหม่ที่มี ศักยภาพการเติบโตและผลตอบแทนสูงกว่า ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพพอร์ต เสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน และเพิ่มความยืดหยุ่นในการขยายธุรกิจในระยะยาว โดยตัวอย่างที่เห็นได้ชัดจากปี 2025 คือการขายเงินลงทุนในโครงการ RISEC และ Boco Rock Wind Farm (BRWF) ซึ่งช่วยให้บริษัทรับรู้ กำไรจากการขายเงินลงทุน 2,643 ล้านบาท พร้อมทั้งได้กระแสเงินสดกลับมาใช้ทั้งในการ ชำระหนี้และต่อยอดการลงทุนใหม่
แนวโน้ม 1Q26 คาดฟื้นตัว QoQ ที่มีปริมาณการขายไฟเพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาลในโรงฟ้าของไทย และโครงการ Paju รวมถึงไม่มีการหยุดซ่อมบำรุง ส่วนด้านโครงการในสหรัฐ มีแนวโน้มผลิตไฟฟ้าได้ดรขึ้นจากฤดูหนาว
แนะนำ “เคาะ” ครับ ทางด้านปัจจัยเทคนิค แท่งเทียนแกว่งตัวและเรียงตัวไม่สร้างจุดต่ำใหม่กว่า และผ่านยืนSMAที่ทำหน้าที่เส้นแนวรับขาขึ้นด้วยแท่งเทียนสีขาวยาว แนวต้านจุดสูงเดิม 114.50 ผ่านยืนมั่นคงสัญญาณซื้อรูปแบบแอ่งกระทะ แนวต้านจุดทดสอบ เพื่อปิดGapแนวต้านตามลำดับ
คำแนะนำASL กรณี “มีหุ้น” ถือหรือซื้อเพิ่ม มีโอกาสทดสอบแนวต้าน 114.50/118/123 กรณี “ไม่มีหุ้น” ซื้อระยะสั้นเน้นยืนแนวรับ 111/107.50 ไม่ควรต่ำกว่า