โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

AirAsia MOVE เผยข้อมูลนักท่องเที่ยวช่วง “สงกรานต์ 3 ปีซ้อน” Gen Y แชมป์เที่ยวฉ่ำ ปี 69 สายลุยเดี่ยว-นอนยาวมาแรง

TODAY

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 13.31 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 12.52 น. • TODAY

ในวันที่เศรษฐกิจยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ “การท่องเที่ยว” กลับยังคงเป็นหนึ่งในไม่กี่กิจกรรมที่ผู้คนยังเลือก “ใช้เงินเพื่อซื้อประสบการณ์” อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงเทศกาลใหญ่อย่างสงกรานต์ ที่ไม่ได้เป็นแค่วันหยุดยาว แต่กลายเป็นช่วงเวลาสำคัญของการตัดสินใจใช้จ่าย เดินทาง และพักผ่อนของคนไทยในแต่ละปี

คำถามคือ…พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวไทยเปลี่ยนไปแค่ไหน? และใครคือคนที่กำลัง “ขับเคลื่อน” การเดินทางในวันนี้

ข้อมูลล่าสุดจาก AirAsia MOVE ที่รวบรวมอินไซต์นักเดินทางช่วงสงกรานต์ตลอด 3 ปี (2567–2569) สะท้อนภาพที่ชัดขึ้นว่า โครงสร้างนักท่องเที่ยวไทยกำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการขึ้นมามีบทบาทของ Gen Y ที่ยังคงเป็นกำลังหลักของตลาด และการเติบโตของ “Solo Traveller” ที่ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่กำลังกลายเป็นพฤติกรรมหลักของนักเดินทางยุคใหม่

AirAsia MOVE แพลตฟอร์มการท่องเที่ยว เปิดเผยอินไซต์ ” Songkran Travel Trends (2567-2569)” วิเคราะห์พฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ (10-18 เมษายน) ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา พบการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจของนักเดินทางกลุ่มหลัก โดยเฉพาะพลังของ Gen Y (Millennials) และเทรนด์การเที่ยวคนเดียว (Solo Traveller) ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

1. ใครคือนักท่องเที่ยวเบอร์หนึ่ง : Gen Y ครองบัลลังก์นักเดินทาง 3 ปีซ้อน

จากการเปรียบเทียบข้อมูลของนักเดินทาง 3 ปีที่ผ่านมา พบว่ากลุ่ม Gen Y (Millennials) คือหัวใจหลักของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์อย่างชัดเจน

สัดส่วนผู้เดินทางสูงสุด: ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา Gen Y ครองสัดส่วนในแง่ของจำนวนที่นั่งจำหน่ายได้ (Seats Sold) สูงที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในทุกปี และยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2568 ซึ่งจำนวนที่นั่งที่จำหน่ายได้ของกลุ่ม Gen Y มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นเกือบ 30% เมื่อเทียบกับปี 2567

แชมป์ตลอดกาลในปี 2569: แม้ภาพรวมตลาดจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่กลุ่ม Gen Y ยังคงเดินทางอย่างต่อเนื่อง โดยครองสัดส่วนการจองที่นั่งสูงกว่ากลุ่ม Gen Z และ Gen X เกือบ 1 เท่าตัว

ระยะเวลาพำนัก: นักท่องเที่ยว Gen Y ส่วนใหญ่นิยมใช้เวลาพักผ่อนยาว 3-5 วัน

พฤติกรรมการจอง: นิยมวางแผนล่วงหน้าประมาณ 31-60 วัน ซึ่งเป็นกลุ่มหลักที่จองผ่านระบบ Digital

2. Top Destinations: เช็คอินที่ไหนกันบ้าง

คนไทยยังคงให้ความสำคัญกับ “ไทยเที่ยวไทย” เป็นอันดับ 1 ในทุกๆ ปี แต่เทรนด์การเดินทางไปต่างประเทศเริ่มมีการขยายตัวสู่หลากหลายจุดหมาย

Domestic: เส้นทางยอดฮิตยังคงเป็นเชียงใหม่ (CNX), ภูเก็ต (HKT), และหาดใหญ่ (HDY)

International: ญี่ปุ่นครองแชมป์จุดหมายต่างประเทศที่คนไทย Gen Y และ Gen X เลือกไปมากที่สุด ตามมาด้วย เวียดนาม และจีน ซึ่งมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี 2568 และ 2569

3. Insight การใช้จ่าย: ยอมจ่ายเพื่อความสบาย

แม้พฤติกรรมการเดินทางจะเปลี่ยนไป แต่ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อผู้โดยสารในปี 2569 กลับเพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่เกือบ 3200 บาท ซึ่งสะท้อนถึงการเลือกซื้อบริการเสริมที่มากขึ้น:

น้ำหนักกระเป๋า: เป็นบริการเสริมที่ครองสัดส่วนการใช้จ่ายสูงสุดในกลุ่มบริการเสริมทั้งหมด นั่นหมายถึงกลุ่มนี้มีกำลังพร้อมจับจ่ายในทริป

การสั่งอาหารล่วงหน้า: มีแนวโน้มเติบโตขึ้น โดยเฉพาะในปี 2568 ที่ความต้องการสั่งอาหารบนเครื่องพุ่งสูงขึ้นกว่าปีก่อนหน้า

4. “Solo Traveler” เทรนด์ใหม่ที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญ

ดาต้าเผยให้เห็นว่า นักเดินทางกลุ่ม Solo Traveller (เดินทางคนเดียว) มีสัดส่วนการจอง (Booking Contribution) สูงที่สุดถึง 65% – 75% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และนักเดินทางกลุ่มนี้เริ่มวางแผนจองล่วงหน้าสั้นลงโดยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม 31-60 วัน ก่อนเดินทาง

ข้อแนะนำสำหรับผู้ประกอบการโรงแรมและผู้ประกอบการท่องเที่ยวในปี 2569

เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรม “Solo & Gen Y” ที่ครองสัดส่วนการเดินทางสูงที่สุด AirAsia MOVE แนะนำให้ผู้ประกอบการปรับกลยุทธ์ดังนี้:

Solo-Friendly Packages: นักเดินทางที่จองแบบ คนเดียว (Solo Traveller) มีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 70% ของยอดจองทั้งหมด ผู้ประกอบการโรงแรมควรออกแบบแพ็กเกจสำหรับผู้เข้าพักคนเดียว หรือเพิ่มกิจกรรมที่ Solo Traveller สามารถเข้าร่วมได้ง่ายขึ้น

Long-Stay Offers: เนื่องจาก Gen Y นิยมพัก 3-5 วัน โรงแรมควรทำแพ็กเกจ Stay Longer, Pay Less เพื่อดึงดูดกลุ่มนี้

Digital First: ข้อมูลระบุว่าการจองผ่าน Mobile App และ OTA มีสัดส่วนสูงมาก ผู้ประกอบการต้องมั่นใจว่าระบบจองออนไลน์และ Mobile UX ของตนเองลื่นไหลที่สุด

Targeting Japan & Vietnam Lovers: สำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยว ควรเน้นโปรแกรมท่องเที่ยวญี่ปุ่นและเวียดนามที่เจาะกลุ่ม Gen Y ที่ชอบถ่ายภาพและสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น

เตรียมพร้อมบริการสะดวกซื้อ: เนื่องจากนักท่องเที่ยวยินดีจ่ายเพื่อความสะดวก (เช่น น้ำหนักกระเป๋า/อาหาร) โรงแรมอาจเสนอโปรโมชั่นเสริม เช่น บริการส่งกระเป๋า หรือแพ็กเกจอาหารที่พร้อมเดินทาง

ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนว่า “การท่องเที่ยวไทย” ไม่ได้เปลี่ยนแค่ปลายทาง แต่กำลังเปลี่ยนตั้งแต่ “วิธีคิดของคนเดินทาง” ไปจนถึง “โมเดลธุรกิจของผู้ประกอบการ” จากเดิมที่เน้นขายห้อง ขายตั๋ว หรือขายแพ็กเกจ กำลังขยับไปสู่การออกแบบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายมากขึ้น

ในโลกที่คนเลือกเดินทางคนเดียวมากขึ้น ใช้จ่ายเพื่อความสะดวกมากขึ้น และให้คุณค่ากับเวลาและประสบการณ์มากขึ้น ผู้เล่นในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอาจต้องคิดใหม่ว่า สิ่งที่ขายจริงๆ ไม่ใช่แค่ “การเดินทาง” แต่คือ “ความรู้สึกระหว่างทาง” ที่ลูกค้าอยากได้

และสงกรานต์ปีนี้…อาจไม่ใช่แค่เทศกาลของการกลับบ้านอีกต่อไป แต่คือสนามแข่งขันสำคัญของธุรกิจท่องเที่ยว ที่ต้องเข้าใจลูกค้าให้เร็วพอ ก่อนที่พฤติกรรมจะเปลี่ยนไปเร็วกว่านั้นอีก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...