โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐฯ ทิ้งระเบิดถล่ม ‘ฐานขีปนาวุธ’ ของอิหร่าน ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ

Xinhua

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 17.53 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 10.53 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

  • CbkthzH000008_20260318_CBMFN0A001

วอชิงตัน, 18 มี.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันอังคาร (17 มี.ค.) กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ เผยว่ากองกำลังสหรัฐฯ ได้ใช้ระเบิดเจาะทะลวงระดับลึกขนาด 5,000 ปอนด์ (มากกว่า 2,200 กิโลกรัม) จำนวนหลายนัด โจมตีฐานขีปนาวุธที่มีการป้องกันหนาแน่นตามแนวชายฝั่งของอิหร่านใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากขีปนาวุธต่อต้านเรือในพื้นที่เหล่านี้เป็นภัยคุกคามต่อการเดินเรือระหว่างประเทศ

ก่อนหน้านั้นในวันอังคาร (17 มี.ค.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยกับผู้สื่อข่าวว่าสหรัฐฯ ยังไม่พร้อมจะยุติการโจมตีอิหร่าน ซึ่งปัจจุบันเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 แล้ว พร้อมระบุว่าเขาผิดหวังต่อการตัดสินใจของสมาชิกนาโตส่วนใหญ่และชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ ที่ปฏิเสธเข้าร่วมภารกิจคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และยืนยันว่าสหรัฐฯ ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร ซึ่งทรัมป์ยังระบุว่าญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ต่างปฏิเสธข้อเรียกร้องของเขาในการปฏิบัติภารกิจคุ้มกัน

ด้านโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวเมื่อวันอังคาร (17 มี.ค.) ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะไม่กลับไปสู่สถานะก่อนสงคราม แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมแต่อย่างใด

ในรายงานล่าสุดจากเจ.พี. มอร์แกน (J.P. Morgan) นักวิเคราะห์เตือนว่ากลุ่มผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางจะสามารถคงระดับการผลิตได้ไม่เกิน 25 วัน หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดลงอย่างสมบูรณ์ เนื่องจากประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ ทั้งซาอุดีอาระเบีย อิรัก กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงอิหร่าน ต่างต้องพึ่งพาเส้นทางเดินเรือสายนี้เป็นช่องทางหลักในการส่งออกน้ำมันดิบสู่ตลาดโลก

อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน เผยกับสื่อสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ก่อนว่าช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดให้เดินเรือระหว่างประเทศได้ ยกเว้นเรือที่เป็นของสหรัฐฯ อิสราเอล และพันธมิตร

อนึ่ง สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเดินเรือทั่วโลก ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น และสั่นคลอนเศรษฐกิจโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...