โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ป.ป.ช. แจง 'ศักดิ์สยาม' รอดคดีซุกหุ้น นึกว่าโอนแล้ว แต่ยังถูกสอบฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม

JS100

อัพเดต 23 เม.ย. เวลา 06.55 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. เวลา 06.51 น. • JS100:จส.100
ป.ป.ช. แจง 'ศักดิ์สยาม' รอดคดีซุกหุ้น นึกว่าโอนแล้ว แต่ยังถูกสอบฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า แถลงข้อเท็จจริงในประเด็น การยื่นบัญชีทรัพย์สินของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กรณีการเข้ารับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ดังต่อไปนี้ 1.กรณียื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยนายศักดิ์สยาม ได้ยื่นบัญชีต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จำนวน 6 ครั้ง เนื้อหาบางส่วนมีดังนี้

จากเอกสารหลักฐานทางทะเบียนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ปรากฏว่านายศักดิ์สยาม ได้โอนเงินลงหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น จำนวน 119,499,000 บาทให้แก่นาย ศ. เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2561 และจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงห้างหุ้นส่วน เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งเป็นการดำเนินการก่อนวันที่ศาลรัฐธธรรมญจะมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 โดยนายศักดิ์สยาม และนาย ศ. ได้ซื้อขายสิทธิเงินลงทุนในห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และชำระเงินเสร็จสิ้น รวมทั้งได้เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นทางทะเบียนแล้ว ก่อนที่นายศักดิ์สยาม จะมีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ป.ช. ในทุกตำแหน่ง ต่อมาเมื่อศาลรัฐธธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ สิ้นสุดลง เนื่องจากนายศักดิ์สยาม ยังคงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชัน โดยมีนาย ศ. เป็นผู้ครอบครองหุ้นและดูแลห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น แทน นายศักดิ์สยาม จึงได้ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยขอให้นาย ศ. โอนสิทธิเงินลงทุนในหุ้นของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนคอนสตชั่น คืนให้กับนายศักดิ์สยาม และให้นาย ศ. ออกจากการเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดและหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชัน แต่นาย ศ. เพิกเฉย นายศักดิ์สยาม จึงได้มีการนำคดีมาฟ้องต่อศาลจังหวัดนทบุรี อันเป็นที่มาของคำพิพากษาตามยอมดังกล่าว และเป็นการดำเนินการให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลรัฐธธธรรมนูญ ในการแสดงสิทธิเงินลงทุนในห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชั่น เพื่อติดตามและดำเนินคดีให้ได้สิทธิคืนมา

ประกอบกับหลังจากมีการซื้อขายและโอนเงินลงหุ้นระหว่างนายศักดิ์สยาม กับนาย ศ. เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 หลักฐานทางทะเบียนยังปรากฏชื่อนาย ศ. เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการอยู่ โดยยังไม่มีการจดทะเบียนแก้ไข และไม่ปรากฏพยานหลักฐานหรือปรากฎพฤติการณ์อื่นว่า ภายหลังจากที่นายศักดิ์สยาม โอนเงินลงหุ้นให้นาย ศ. แล้ว นายศักดิ์สยาม ไม่ได้เข้าไปบริหารกิจการหรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการของห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชั่น แต่อย่างใด ส่วนนาย ศ. เมื่อซื้อสิทธิเงินลงหุ้นมาแล้ว ยังแสดงตนเป็นเจ้าของหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และไม่ยอมโอนคืนเงินลงหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชัน ให้แก่นายศักดิ์สยาม ทำให้นายศักดิ์สยาม ต้องไปดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลจนกระทั่งประนีประนอมยอมความกัน อีกทั้ง เมื่อดำเนินการทางกฎหมายเสร็จสิ้นแล้ว นายศักดิ์สยามได้ขอปรับปรุงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินโดยแจ้งข้อเท็จจริงและแสดงเอกสารหลักฐานการซื้อขายที่ดินและการชำระเงินค่าที่ดินเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.

ดังนั้น จากพฤติการณ์ดังกล่าวจึงแสดงให้เห็นว่านายศักดิ์สยาม เข้าใจว่า ตนได้มีการโอนหุ้นดังกล่าวไปโดยชอบ เนื่องจากมีการจดทะเบียนโอนหุ้น และไม่ปรากฏว่านายศักดิ์สยาม เข้าไปดำเนินการใด ๆ ภายหลังจากมีการโอนหุ้นแล้ว จึงไม่ได้แสดงหุ้นดังกล่าวไว้ในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน

ประกอบกับนายศักดิ์สยาม ได้ดำเนินการตามคำพิพากษาภายหลังจากศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัย และได้มีการแจ้งต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 แล้ว เห็นว่า รายการทรัพย์สินและหนี้สินที่แสดงถูกต้องและมีอยู่จริง ผลการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินไม่ปรากฏว่าผิดปกติ จึงให้จัดทำผลการตรวจสอบแล้วเปิดเผยให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.ศ. 2561

ทั้งนี้ จากข้อเท็จจริงข้างต้น กรณีที่นายศักดิ์สยาม ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน โดยไม่ปรากฏว่า มีรายการเงินลงทุนที่เป็นหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น จึงยังฟังไม่ได้ว่าเป็นการจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น

ข้อเท็จจริงดังกล่าวที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้วินิจฉัยและมีมติเป็นข้อเท็จจริงคนละประเด็นกับกับที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยเกี่ยวกับความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม ประกอบกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้นำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาวินิจฉัยแล้ว

ดังนั้น มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงไม่ขัดหรือแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อีกทั้งศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยภายหลังจากที่นายศักดิ์สยาม ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว

กรณีมีหนังสือร้องเรียนนายศักดิ์สยาม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กรณีเข้าไปมีส่วนได้เสียในห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และยังคงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วน และใช้อำนาจแทรกแซงเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ห้างดังกล่าว และนิติบุคคลที่เป็นพวกพ้องของตนได้เข้าทำสัญญากับกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท อันเป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้กำกับดูแล จากการตรวจสอบเบื้องต้น ได้ดำเนินการรรรวบรวมพยานหลักฐานโดยการสอบปากคำพยานยุคคคลจำนวน 25 ปาก และขอทราบข้อเท็จจจริงจากกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และธนาคาร ทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) รวมถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 1/2567 แล้ว

เห็นว่า การที่ศาลรับฟังข้อเท็จจริงว่านายศักดิ์สยาม ยังคงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วน โดยมีนาย ศ. เป็นผู้ครอบครองและดูแลห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น แทนนายศักดิ์สยาม มาโดยตลอดเท่านั้น โดยยังมีปัญหาเกี่ยวกับความเป็นหุ้นส่วนในการถือหุ้นของนายศักดิ์สยาม ที่อาจเข้าลักษณะของการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวมหรือไม่

ดังนั้น การที่นาย ศ. เป็นผู้ครอบครองหุ้นและดูแลบริหารจัดการห้างดังกล่าว และทำสัญญากับกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท จึงไม่ปรากฏว่านายศักดิ์สยามได้ใช้อำนาจหน้าที่โดยตรงหรือสามารถใช้อำนาจใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับห้างในการดำเนินกิจการที่เป็นคู่สัญญา รวมถึงไม่ปรากฏว่านายศักดิ์สยาม ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเข้าแทรกแซงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานในกระทรวงคมนาคมแต่อย่างใด ประกอบกับวงเงินอนมัติในการจัดซื้อจัดจ้างเป็นอำนาจของหัวหน้าส่วนราชการ ไม่อยู่ในอำนาจของรัฐมนตรี และไม่ปรากฏว่านายศักดิ์สยาม ใช้อำนาจในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเอื้อประโยชน์ให้กับห้างหุ้นส่วนหรือมีการสมยอมกันเสนอราคาของกลุ่มเอกชนในการเข้าเสนอราคากับกรมทางหลวงหรือกรมทางหลวงชนบทแต่อย่างใด

จากการตรวจสอบข้อมูลการเข้าเป็นคู่สัญญากับกระทรวงคมนาคมของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ก่อนที่นายศักดิ์สยาม ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คือ วันที่ 10 กรกฎาคม 2562และในระหว่างที่นายศักดิ์สยาม ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จนถึงวันที่ 3 มีนาคม 2566 ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัศชัน ได้เข้าเป็นคู่สัญญา เฉลี่ยปีละ 27 สัญญา ซึ่งเห็นว่า ไม่ได้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นจนผิดปกติ เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนที่นายศักดิ์สยาม ดำรงตำแหน่งแต่ประการใด ซึ่

จากการสอบปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ความว่า ในการเข้าประกวดราคากับกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ในระหว่างปี 2562 ถึง 2566 นั้น เป็นเรื่องของการเสนอราคาและแข่งขันราคาในการเสนองานของทางราชการตามปกติ และเสนอราคาผ่าผ่านระบบการจัดจัดจ้างภาครัฐด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-bidding โดยไม่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจในตำแหน่งของนายศักดิ์สยาม ทั้งในทางตรงหรือทางอ้อมรวมถึงการกระทำที่เข้าข่าข่ายความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐแต่อย่างใด นอกจากนี้ จากการตรวจสอบบัญชีงบดุล กำไร ขาดทุน ที่มีการเปลี่ยนแปลงของห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชั่น เห็นว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น เริ่มมีผลกำไรที่มากกว่า 10 ล้านบาทต่อปีในปี 2559 ซึ่งจากข้อมูลการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น นั้น ปรากฏว่า ในปี 2558 มีการจดทะเบียนเพิ่มเงินลงทุนเพื่อขยายกิจการ ทำให้สินทรัพย์ของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น เพิ่มขึ้นจาก 77 ล้านบาทเศษ ในปี 2557 เป็น 147 ล้านบาทเศษ ในปี 2558 ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่นายศักดิ์สยาม เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถึงประมาณ 5 รอบปีบัญชี จึงไม่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ของนายศักดิ์สยา

อีกทั้งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงและขอเอกสารจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็ไม่ปรากฎข้อร้องเรียนว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และนิติบุคคลอื่น ที่ชนะการเสนอราคาและได้เข้าทำสัญญากับกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ในระหว่างปีงบประมาณ 2562 ถึง 2566 เมื่อครั้งนายศักดิ์สยาม ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในขณะนั้น ได้มีการแทรกแซงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการรายอื่น แต่อย่างใด พยานหลักฐานจึงไม่มีมูลให้รับฟังว่า การกระทำของนายศักดิ์สยาม ได้มีการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แทรกแซงหรือมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนกฎหมายแต่ประการใด

สำหรับคดีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง นั้นเป็นการร้องเรียนเข้ามาในประเด็นเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้น

#แจงปมซุกหุ้นศักดิ์สยาม

#ปปช

แฟ้มภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...