โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ทนายวัดนาป่าพง พบ "บิ๊กเต่า" หลังศาลเยอรมัน ตัดสินสีกาและพวกให้คืน 8 ล้าน ยันพระคึกฤทธิ์บริสุทธิ์ ปัดข้อหายักยอก

ข่าวช่อง8

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • RS PCL
ทนายความของพระคึกฤทธิ์ นำคำพิพากษาศาลเยอรมัน ยื่น “บิ๊กเต่า” หลังศาลสั่งสีกายุและพวกชดใช้เงินกว่า 8 ล้านบาท พร้อมย้ำเป็นหลักฐานสำคัญยืนยันพระคึกฤทธิ์เป็นผู้เสียหาย ไม่ได้ยักยอกเงินตามที่ถูกกล่าวหาในไทย

วันที่ 23 เม.ย. 69 เวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม นายนันทน อินทนนท์ ทนายความของวัดนาป่าพง เข้ายื่นหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมต่อ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว กรณีข้อกล่าวหาว่ามีการโอนเงินจำนวน 12,200,000 บาท ไปให้สีการายหนึ่งที่ประเทศเยอรมนี เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม กรณีถูกกล่าวหาว่าเจ้าอาวาสวัดนาป่าพง มีการโอนเงินไปต่างประเทศโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เบื้องต้นได้ชี้แจงไปแล้วว่า ยืนยันว่าเงินจำนวน 12,200,000 บาท เป็นการโอนเพื่อจัดตั้งมูลนิธิพุทธวจนในประเทศเยอรมนีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

จากการตรวจสอบของวัดพบว่า บุคคลที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการโอนเงินคือสีการายหนึ่ง มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศเยอรมนี โดยมีการโอนเงินเข้าสู่บัญชีมูลนิธิจริง แต่โอนไปไม่ครบถ้วน พร้อมระบุว่าพระอาจารย์ได้โอนเงินไปทั้งหมด 310,000 ยูโร แต่จากการตรวจสอบพบว่าสีกาคนดังกล่าวโอนไปเพียง 210,000 ยูโร ขาดไปประมาณ 100,000 ยูโร และสีกาคนดังกล่าวได้มีการเบิกเงินบางส่วนไปใช้ โดยไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดได้ พระอาจารย์จึงได้ดำเนินการฟ้องร้องที่ศาลประเทศเยอรมนีในคดีแพ่งและอาญา

โดยเมื่อวานนี้ 22 เม.ย. 2569 ศาลที่ประเทศเยอรมนี มีคำพิพากษาให้คู่กรณี หรือ สีกาคนดังกล่าว และพวกที่เป็นเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับมูลนิธิ รวมเป็นจำนวนเงิน 200,000 ยูโร คิดเป็นเงินไทยราว 8 ล้านบาท โดยยืนยันว่าเงินดังกล่าวไม่เคยถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของเจ้าอาวาส แต่ถูกโอนเข้าบัญชีของหญิงคนดังกล่าว ก่อนจะมีการส่งต่อไปยังบัญชีมูลนิธิไม่ครบจำนวน

ทั้งนี้คาดว่าสีกาคนดังกล่าว ได้กลับมาแจ้งความในประเทศไทย กล่าวหาเจ้าอาวาสว่ายักยอกเงิน ซึ่งทางวัดเห็นว่าเป็นการให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน โดยศาลเยอรมนีได้มีคำพิพากษาในประเด็นนี้ว่า จำนวนเงินดังกล่าวที่โอนไปมีข้อเท็จจริงปรากฏว่าเงินปลายทางเข้าสู่มูลนิธิจริง ไม่ได้เข้าบัญชีของพระอาจารย์ตามที่กล่าวอ้าง และมีการยักยอกบางส่วนระหว่างทาง

ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะนำคำพิพากษาไปแปลเป็นภาษาไทย-อังกฤษ มามอบให้พนักงานสอบสวน โดยระบุว่าปัจจุบันคดีนี้อยู่ในอำนาจของอัยการสูงสุด เนื่องจากเป็นคดีนอกราชอาณาจักร และการนำคำพิพากษาฉบับนี้มายื่น จะเป็นการยืนยันว่าทางวัดไม่ได้มีการกระทำความผิดแต่อย่างใด พร้อมดำเนินการในขั้นตอนต่อไป โดยวัดพร้อมเข้าสู่กระบวนการและชี้แจงข้อเท็จจริง

สำหรับรายละเอียดค่าเสียหาย ศาลกำหนดให้ชดใช้ 210,000 ยูโร แบ่งเป็นเงิน 130,000 ยูโร จากการยักยอก และอีก 65,000 ยูโร ที่สีกาได้มีการเรียกค่าวีซ่าจากพระคึกฤทธิ์ แต่ไม่ได้ดำเนินการจริง รวมดอกเบี้ย ทั้งนี้คำพิพากษาในประเทศเยอรมนีจะมีผลทันทีเมื่อแจ้งให้คู่ความทราบแล้ว ซึ่งหากสีกาคนดังกล่าวต้องการยื่นอุทธรณ์ จะต้องนำเงินจำนวนทั้งหมดมาวางเป็นหลักประกัน จึงจะสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ โดยมีระยะเวลา 1 เดือน

ทั้งนี้ คดีในประเทศเยอรมนีอาจเกี่ยวพันกับในประเทศไทย หากสีกาคนดังกล่าวไม่ยื่นอุทธรณ์ คดีก็จะถือเป็นที่สุด สามารถนำคำพิพากษามาดำเนินการต่อในประเทศไทย เพื่อบังคับให้ชดใช้ค่าเสียหายได้ และสามารถนำพยานหลักฐานชุดเดียวกันมาใช้ประกอบคดีได้ โดยเฉพาะคำพิพากษาศาล ซึ่งถือเป็นหลักฐานแห่งหนี้

ขณะนี้พระอาจารย์ รอคำพิพากษาฉบับนี้มานานกว่า 3 ปี และหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรม โดยผลคำพิพากษาชี้ชัดว่าพระอาจารย์ไม่ได้มีการนำเงินไปใช้ส่วนตัว แต่กลับเป็นผู้เสียหายจากการถูกยักยอกเงิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง ทำให้เกิดความกังวลและความเครียด ขณะนี้วัดอยู่ระหว่างดำเนินการฟ้องร้องผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ทั้งนี้ กรณีที่มีความเห็นในโซเชียลจากทนายฝ่ายตรงข้าม ระบุว่าการบังคับใช้คดีในประเทศไทย ไม่เกี่ยวข้องกับประเทศเยอรมนีนั้น ทางวัดยืนยันว่าไม่ถูกต้อง โดยระบุว่าข้อเท็จจริงมีเพียงหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในประเทศใดก็ตาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...