สรุปภาพรวมการซื้อขายสินค้า TFEX ไตรมาส 1 ปี 2569
#ทันหุ้น-ไตรมาสแรกของปีได้ผ่านไปแล้ว สมกับเป็นปีแห่งม้าไฟที่วิ่งส่งตลาดหุ้นไทย กลับมาฟื้นคืนชีพ หลังจากถูกเทขายมาตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดย SET Index +15.0% และ SET50 Index +16.0% เมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้า ถึงแม้ว่าจะสะดุดไปบ้างจากแรงกดดันของสงครามสหรัฐ-อิหร่าน ที่เริ่มในช่วงเดือน มี.ค. 2569 ที่ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซนั้นถูกปิดและน้ำมันดิบราว 20% ของโลก ไม่สามารถขนส่งไปยังโรงกลั่นในฝั่งเอเชียได้ ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้น ทะลุระดับ 100 ดอลลาร์
ในขณะเดียวกัน ราคาทองคำ (Gold Spot) เริ่มมีทิศทางที่เปลี่ยนไปสวนทางกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น โดยราคามีการพักฐานลงไปทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาปิดบวกได้ถึง +8.1% เมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้า ข้อมูลจากทีม Futures and Options หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า สภาวะราคาที่ผันผวนนี้เองที่เป็นปัจจัยหนุนให้ปริมาณการซื้อขายปรับตัวสูงขึ้น วันนี้เราจึงจะพาทุกท่านไปอัพเดตข้อมูลกันว่า สินค้าตัวใดที่มีสัดส่วนการซื้อขายสูงสุดในตลาด และแต่ละสินค้ามีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเป็นอย่างไรบ้าง
สัดส่วนสินค้าในตลาด TFEX ตามปริมาณการซื้อขาย
หากจัดลำดับสินค้าใน TFEX ตามปริมาณการซื้อขาย พบว่าในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 สินค้าที่มีสัดส่วนการซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรก คือ
1.Single Stock Futures อยู่ที่ 38.8% เพิ่มขึ้นจาก ไตรมาส 1 ปี 2568 ที่ 25.9%
2.SET50 Index Futures อยู่ที่ 33.1% ลดอย่างมีนัยสำคัญจาก ไตรมาส 1 ปี 2568 ที่ 54.3%
3.Precious Metal Futures (Gold Futures, Gold Online Futures, Silver Online Futures) อยู่ที่ 13.8% ปรับตัวขึ้น จาก ไตรมาส 1 ปี 2568 ที่ 7.9%
ประเด็นที่น่าสนใจคือ ปริมาณการซื้อขายของ Single Stock Futures มีสัดส่วนสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมีผลมาจาก 3 สาเหตุหลัก
- Election Rally ที่ดันตลาดหุ้นโดยรวมขึ้น
- Fund Flow จากต่างชาติที่ไหลมาจากตลาดหุ้นอินโดนีเซีย หลัง MSCI ได้ปรับเกณฑ์ Free Float
- ตลาดหุ้นไทยมีการปรับฐานลงมา 3 ปีต่อเนื่อง ทำให้ Valuation หุ้นไทยนั้นค่อนข้างถูกในสายตานักลงทุนต่างชาติ
ซึ่งหนุนให้หุ้นปรับตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมา และได้ทำให้ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยโตถึง 98.6% แซงหน้า SET50 Index Futures ขึ้นมาได้
อย่างไรก็ดี ถ้าไปดู SET50 Index Futures พบว่าปริมาณการซื้อขายก็ลดลงด้วยจากเฉลี่ย 251,797 สัญญาต่อวันใน ไตรมาส 1 ปี 2568 เหลือเพียง 203,038 สัญญาต่อวันใน ไตรมาส 1 ปี 2569 (-19.4%) แสดงถึงความนิยมซื้อขายเริ่มเปลี่ยนเข้าสู่สินค้าอื่นมากขึ้น
ภาพแสดงปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (สัญญา)
จากภาพรวมในไตรมาส 1 ปี 2569 จะเห็นได้ว่าตลาด TFEX ไม่ได้เปลี่ยนแค่ “ทิศทางราคา” แต่กำลังเปลี่ยน “พฤติกรรมของนักเทรด” อย่างชัดเจน การที่ Single Stock Futures ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 และกลุ่ม Precious Metal มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนเริ่มมองหา “สินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง” มากกว่าการเล่นตามภาพรวมของดัชนี ในขณะที่ SET50 Index Futures ซึ่งเคยเป็นพระเอกของตลาด กลับมีบทบาทลดลง สะท้อนการกระจายความสนใจไปยังสินค้าประเภทอื่นมากขึ้น ท้ายที่สุดแล้ว ตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับคนที่ “ตามกระแส” เสมอไป แต่ให้รางวัลกับคนที่ “อ่านกระแสได้ก่อน” และข้อมูลในครั้งนี้อาจไม่ใช่แค่การสรุปภาพรวมตัวเลข… แต่คือ “สัญญาณ” ว่าทิศทางการเทรดในอนาคตกำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับลูกค้าหลักทรัพย์บัวหลวงที่มีความสนใจซื้อขาย SSF ด้วยธุรกรรม Block Trade แบบ Online และมีบัญชีซื้อขายแบบ Block Trade อยู่แล้ว สามารถใช้บริการได้ทันทีผ่านแอปพลิเคชัน Wealth Connex ในส่วนของลูกค้าหลักทรัพย์บัวหลวง หรือนักลงทุนที่สนใจแต่ยังไม่มีบัญชีซื้อขายแบบ Block Trade สามารถเปิดบัญชีกับหลักทรัพย์บัวหลวงง่าย ๆ เพียงคลิก https://bls.tips/opentfexaccount
ที่มา : BLS Futures & Options ณ วันที่ 20 เมษายน 2569