โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ระเบิดเวลาทำงาน! Bitcoin ดิ่ง ทำนักเทรด Long เซ่นสังเวยเฉียด 400 ล้านดอลลาร์

ทันหุ้น

อัพเดต 23 มี.ค. เวลา 03.24 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. เวลา 03.24 น.

ระเบิดเวลาทำงาน! Bitcoin ดิ่ง ทำนักเทรด Long เซ่นสังเวยเฉียด 400 ล้านดอลลาร์

ราคา Bitcoin (BTC) ร่วงลงมาใกล้แนวรับสำคัญที่ $68,000 ในช่วงสุดสัปดาห์ ส่งผลให้เกิดการล้างพอร์ต (Liquidation) สถานะ Long และ Short รวมกันมากกว่า 400 ล้านดอลลาร์ภายใน 24 ชั่วโมง ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงมองในแง่ลบ แม้จะมีสัญญาณ Golden Cross ปรากฏขึ้นบนกราฟรายวันก็ตาม

Bitcoin ใกล้แนวรับ 200-Week EMA อีกครั้ง

ข้อมูลจาก TradingView เผยให้เห็นว่าราคา BTC/USD วนเวียนอยู่รอบเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอกซ์โปเนนเชียล 200 สัปดาห์ (200-week EMA — ตัวชี้วัดแนวโน้มราคาระยะยาวที่นักเทรดมืออาชีพให้ความสำคัญสูง) ที่บริเวณ $68,300 หลังจากตลาดเผชิญแรงขายต่อเนื่องตลอดช่วงสุดสัปดาห์

แรงเทขายที่หนักขึ้นในวันเสาร์ ส่งผลให้มีการล้างพอร์ตสถานะ Long (การเดิมพันว่าราคาจะขึ้น) มูลค่ากว่า 300 ล้านดอลลาร์ และสถานะ Short (การเดิมพันว่าราคาจะลง) อีกเกือบ 100 ล้านดอลลาร์ รวมแล้วสูงกว่า 400 ล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก CoinGlass (แพลตฟอร์มรวบรวมข้อมูลสถานะการเทรดในตลาดอนุพันธ์คริปโต)

200-Week EMA: แนวรับที่ “ไม่น่าไว้วางใจ” ในปี 2026

เส้น 200-week EMA เคยทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญในรอบราคาก่อนหน้าของ Bitcoin มาโดยตลอด แต่ในปีนี้กลับถูกมองว่า “ไม่น่าเชื่อถือ” เนื่องจากล้มเหลวในการรับราคาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

Rekt Capital นักเทรดและนักวิเคราะห์ชื่อดัง แสดงความเห็นผ่าน X ว่า ราคาควรจะทดสอบเส้นนี้จากด้านบนลงมาเพื่อสร้างฐานรองรับก่อน จึงจะมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นได้ พร้อมเตือนว่ายังมีความเป็นไปได้ที่ราคาจะแกว่งตัวอยู่รอบๆ เส้นนี้โดยไม่กลายเป็นทั้งแนวต้านหรือแนวรับที่ชัดเจน ก่อนจะหลุดลงไปสู่ขาลงในระดับ Macro ในที่สุด

กราฟราคา BTC/USD รายวัน พร้อมเส้น EMA 200 สัปดาห์ แหล่งที่มา: Cointelegraph/TradingView

นักเทรด Roman ก็ยังคงมุมมองเชิงลบเช่นกัน โดยย้ำเป้าหมายขาลงที่ $50,000 พร้อมระบุว่ายังไม่มีสัญญาณที่บ่งชี้ถึงความอ่อนล้าของตลาดหมีในกรอบเวลาที่สูง (Higher Time Frame) ไม่ว่าจะเป็น Divergence, การหยุดแรงขาย หรือการสูญเสีย Momentum แต่อย่างใด

กราฟราคา BTC/USD ในรอบหนึ่งสัปดาห์ แหล่งที่มา: Roman/X

Golden Cross: แสงสว่างปลายอุโมงค์หรือแค่สัญญาณชั่วคราว?

ในขณะที่ภาพรวมดูเป็นลบ ก็ยังมีสัญญาณบวกเล็กๆ น่าจับตา นั่นคือการเกิด “Golden Cross” บนกราฟรายวัน ซึ่งเป็นสัญญาณที่เกิดขึ้นเมื่อเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบธรรมดา 21 วัน (21-day SMA) ตัดขึ้นเหนือเส้น 50-day SMA ซึ่งปกติแล้วถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าโมเมนตัมราคาระยะสั้นกำลังดีขึ้น

Keith Alan ผู้ร่วมก่อตั้ง Material Indicators (แพลตฟอร์มวิเคราะห์การเทรดสำหรับนักลงทุนคริปโต) แสดงความเห็นอย่างระมัดระวังว่า Golden Cross น่าจะช่วยสร้างแรงซื้อระยะสั้นได้บ้าง แต่ยังต้องติดตามว่ามันจะพัฒนาต่อเนื่องได้หรือไม่ ก่อนสรุปว่า “ตอนนี้ตลาดยังคงเป็นเกมของการแกว่งตัวในกรอบ (Range)”

ควรบันทึกไว้ด้วยว่าก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม กราฟ BTC/USD เคยเกิด “Death Cross” ถึงสองครั้ง ซึ่งเป็นสัญญาณตรงข้ามที่มักบ่งชี้ถึงแรงกดดันขาลง และเคยก่อให้เกิดคำเตือนว่าราคาอาจดิ่งลงต่ำกว่า $40,000

อ้างอิงต้นฉบับ: CoinTelegraph

ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/bitcoin-price-dip-68k-crypto-liquidations

ทางใครทางมัน! นักวิเคราะห์ชี้ Bitcoin – ทองคำ แยกทางกันชัดเจน สะท้อนศึก “รายย่อย vs ธนาคารกลาง”

Stephen Coltman หัวหน้าฝ่าย Macro จาก 21Shares (บริษัทผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์ลงทุน ETP ด้านคริปโตรายใหญ่ในยุโรป) ออกมาอธิบายปรากฏการณ์ที่ราคา Bitcoin และทองคำเคลื่อนตัวสวนทางกันอย่างชัดเจนในปี 2026 โดยชี้ว่าทั้งสองสินทรัพย์ถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มนักลงทุนคนละกลุ่มกันโดยสิ้นเชิง ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์และนักลงทุนสถาบันยังถกเถียงกันต่อว่าสินทรัพย์ใดจะครองบทบาท “ขุมทรัพย์” ในระยะยาว

ธนาคารกลางหนุนทอง — รายย่อยพึ่ง Bitcoin

Coltman อธิบายกับ Cointelegraph ว่าแรงซื้อทองคำในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามาจาก ธนาคารกลางทั่วโลก ที่ต้องการสะสมสินทรัพย์เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk) และลดการพึ่งพาระบบการเงินที่ถูกควบคุมโดยมหาอำนาจคู่แข่ง ทำให้ทองคำทำ All-Time High ที่เกือบ 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในเดือนมกราคม 2026 ก่อนจะปรับลงมาบริเวณ 4,497 ดอลลาร์ จากความผันผวนที่เพิ่มสูงขึ้น

ราคาทองคำร่วงลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล 50 วัน ซึ่งเป็นระดับแนวรับสำคัญ ที่มา: TradingView

ในทางกลับกัน Bitcoin กลับโดดเด่นในฐานะ “เส้นช่วยชีวิต” สำหรับ บุคคลธรรมดา ที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบการเงินแบบดั้งเดิมได้ในยามวิกฤต Coltman ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่ ตลาดหลักทรัพย์ในดูไบและอาบูดาบีถูกปิดตัวชั่วคราว หลังเกิดการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่าน ซึ่งเป็น “บทเตือนที่ชัดเจน” ว่าการเข้าถึงสินทรัพย์ ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ของ Bitcoin มีคุณค่าอย่างยิ่งในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ควรถือทั้งคู่ หรือเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง?

Coltman แนะนำว่า เนื่องจากทองคำและ Bitcoin มี ความสัมพันธ์ในเชิงผกผัน (Inverse Correlation) ต่อกัน นักลงทุนควรถือทั้งสองสินทรัพย์เพื่อดึงประโยชน์จากคุณสมบัติที่แตกต่างของแต่ละตัว

นักวิเคราะห์แตกกัน: BTC หรือทอง ใครชนะในระยะยาว?

ความเห็นในแวดวงผู้เชี่ยวชาญยังไม่ลงรอยกัน

  • Lyn Alden (นักเศรษฐศาสตร์มหภาคชื่อดัง) มองว่า Bitcoin มีแนวโน้มทำผลตอบแทนเหนือกว่าทองคำในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยอธิบายว่าเมื่อสินทรัพย์ใดทำผลตอบแทนได้ดีในรอบก่อนหน้า ผลตอบแทนส่วนเพิ่มในรอบถัดไปมักลดลง ทำให้ Bitcoin มีโอกาสสูงกว่าในรอบนี้
  • Ray Dalio (อดีตผู้จัดการกองทุน Hedge Fund ระดับโลก) ยังคงเห็นว่า BTC จะไม่สามารถแทนที่ทองคำในฐานะ Store of Value (สินทรัพย์เก็บมูลค่า) ได้ เพราะ Bitcoin ยังซื้อขายในลักษณะ Risk-On Asset หรือสินทรัพย์เสี่ยง ที่มีความสัมพันธ์สูงกับหุ้นเทคโนโลยี ขณะที่ทองคำฝังรากลึกอยู่ในระบบสำรองของธนาคารกลางทั่วโลกแล้ว

อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph

ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/bitcoin-gold-divergence-retail-vs-central-banks

Resolv ยืนยันไม่มีสินทรัพย์สูญหาย หลังโดนโจมตีระบบ USR เสียหายกว่า 24 ล้านดอลลาร์

Resolv Labs ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า Collateral Pool (กองหนุนสินทรัพย์) ยังคงสมบูรณ์ หลังแฮกเกอร์ใช้ช่องโหว่ในกลไก Mint (การสร้างเหรียญ) ของ USR เพื่อผลิตโทเค็นที่ไม่มีสินทรัพย์หนุนหลังจำนวนมหาศาล ก่อนเทขายผ่าน DeFi Pools จนราคาร่วงหนักถึง 86% โดยแฮกเกอร์แปลงเหรียญที่ได้เป็น ETH มูลค่าราว 24 ล้านดอลลาร์ เหตุการณ์นี้ยังกระตุ้นให้โปรโตคอล DeFi หลายรายออกมาชี้แจงสถานะของตนเองอย่างเร่งด่วน

กลไกการโจมตีและผลกระทบต่อราคา

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เมื่อผู้ไม่หวังดีใช้ช่องโหว่ในระบบ Minting (กระบวนการออกเหรียญใหม่) ของ USR Stablecoin (สกุลเงินดิจิทัลที่ตรึงมูลค่าไว้กับดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อสร้างโทเค็นจำนวนหลายสิบล้านเหรียญที่ไม่มีสินทรัพย์หนุนหลัง จากนั้นนำไปเทขายผ่านสระสภาพคล่อง DeFi ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

ราคา USR ดิ่งลงต่ำสุดที่ $0.14 หรือห่างจากราคาเป้าหมาย $1 ถึง 86% ก่อนจะดีดตัวกลับมาอยู่ที่ $0.42 ณ เวลาที่รายงาน ข้อมูล Onchain จาก Arkham ซึ่งได้รับการยืนยันโดยบริษัทความปลอดภัย Cyvers ชี้ว่าแฮกเกอร์แปลง USR ที่สร้างขึ้นส่วนใหญ่เป็น ETH และขายออกไปได้ราว 11,400 ETH มูลค่าประมาณ 24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ยังมี USR อีกราว 36.74 ล้านเหรียญที่ถูกทยอยเทขายอยู่

DeFi Protocols เร่งตรวจสอบสถานะ ประกาศจุดยืน

โปรโตคอล DeFi หลายรายที่มีความเกี่ยวพันกับ Resolv รีบออกมาชี้แจงเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้งาน ได้แก่:

  • Lido (ผู้ให้บริการ Liquid Staking ชั้นนำ) ยืนยันว่าเงินของผู้ใช้ Lido Earn ปลอดภัย
  • Morpho (โปรโตคอลให้กู้ยืมแบบ DeFi) ผ่าน Merlin Egalite ผู้ก่อตั้ง ยืนยันว่า Smart Contract หลักไม่ได้รับผลกระทบ มีเพียงบาง Vault เท่านั้นที่มี Exposure
  • Aave (แพลตฟอร์มกู้ยืมคริปโต) ผ่าน Stani Kulechov ผู้ก่อตั้ง ระบุว่าแพลตฟอร์มไม่มี USR Exposure โดยตรง และ Resolv กำลังชำระหนี้คงค้างคืน

ทั้งนี้ Michael Pearl รองประธานฝ่ายกลยุทธ์ของ Cyvers อธิบายว่าความเสี่ยงกระจุกตัวอยู่ในตลาดให้กู้ยืมและกลยุทธ์ Leverage Loop เป็นหลัก ไม่ได้กระจายวงกว้างทั้งระบบ โปรโตคอลอย่าง Euler, Venus, Lista และ Fluid ได้ดำเนินมาตรการเชิงป้องกัน เช่น หยุดตลาดหรือแยก Vault ออกชั่วคราว

Charles Guillemet CTO ของ Ledger ยังออกมาประเมินว่าเหตุการณ์นี้ “ไม่ใช่เหตุการณ์แบบ Terra Luna” เนื่องจากขนาดของ USR ยังค่อนข้างเล็ก

ตั้งคำถามต่อขีดจำกัดของ Security Audit

แม้ Smart Contract ของ Resolv จะผ่านการตรวจสอบหลายครั้งนับตั้งแต่ปี 2567 แต่ Pearl ชี้ว่า Audit นั้น “จำเป็นแต่ยังมีข้อจำกัดเชิงขอบเขต” เขาเสนอว่าควรมีระบบตรวจจับแบบ Real-time ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อวิเคราะห์ความผิดปกติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการตรวจสอบ Mint/Burn Flow เปรียบกับพฤติกรรมปกติ และการตรวจสอบ Supply เทียบกับ Reserve

บริษัท Pashov ซึ่งเคย Audit โมดูล Staking ของ Resolv ในเดือนกรกฎาคม 2568 ระบุว่าการออกแบบระบบโดยรวมนั้นดี และสาเหตุของปัญหาน่าจะมาจาก Private Key Compromise (การรั่วไหลของกุญแจส่วนตัว) ซึ่งเป็นจุดอ่อนด้าน Operational Security มากกว่าจะเป็นข้อบกพร่องในสถาปัตยกรรมของโปรโตคอล

อ้างอิงต้นฉบับ: CoinTelegraph

ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/resolv-usr-stablecoin-exploit-24m-defi

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...