”อิหร่าน“ โต้ไม่มีเจรจากับสหรัฐ ชี้ทรัมป์ถอย หลังอิหร่านขู่โจมตีโรงไฟฟ้าทั่วภูมิภาค
”อิหร่าน“ โต้ไม่มีการติดต่อเจรจากับสหรัฐทั้งทางตรงและผ่านตัวกลาง ชี้ทรัมป์ตัดสินใจเลื่อนการโจมตี หลังอิหร่านเตือนจะโจมตีโรงไฟฟ้า-โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วภูมิภาค
วันที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 19.19 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า เขาได้สั่งการให้เลื่อนการโจมตีทางทหารต่อโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไป 5 วัน ก่อนถึงเส้นตายที่อาจนำไปสู่การยกระดับความขัดแย้ง ซึ่งขณะนี้สงครามเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 แล้ว
ทรัมป์โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า ในช่วงสองวันที่ผ่านมา สหรัฐและอิหร่านได้มีการหารือที่ดีมากและมีความคืบหน้าเกี่ยวกับการยุติความเป็นปรปักษ์ในตะวันออกกลางอย่างสมบูรณ์ โดยเขาระบุว่าได้สั่งกระทรวงกลาโหมให้เลื่อนการโจมตีออกไปก่อน เพื่อรอผลการเจรจา
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว Fars ของอิหร่าน รายงานว่า ไม่มีการติดต่อโดยตรงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐ ไม่ว่าจะโดยตรงหรือผ่านตัวกลาง พร้อมอ้างแหล่งข่าวว่า ทรัมป์ตัดสินใจถอย หลังได้รับการเตือนว่า หากสหรัฐโจมตี อิหร่านจะโจมตีโรงไฟฟ้าทั่วทั้งภูมิภาค
แหล่งข่าวที่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับแผนสงครามของอิสราเอลเปิดเผยว่า สหรัฐได้แจ้งอิสราเอลเกี่ยวกับการเจรจากับอิหร่าน และอิสราเอลมีแนวโน้มจะชะลอการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านตามสหรัฐ อย่างไรก็ตาม สำนักงานนายกรัฐมนตรีอิสราเอลยังไม่ได้แสดงความเห็นในทันที
ราคาน้ำมันร่วง หุ้นโลกฟื้น หลังทรัมป์เลื่อนโจมตี
คำพูดของทรัมป์ทำให้ ราคาน้ำมันดิบ Brent ร่วงลงทันทีราว 13% กลับมาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนจะดีดกลับขึ้นมาอยู่ราว 105 ดอลลาร์ในเวลาต่อมา ขณะที่ตลาดการเงินโลกฟื้นตัวแรง โดยฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐพลิกจากติดลบกลับมาบวกมากกว่า 2%
ก่อนหน้านี้เมื่อวันเสาร์ ทรัมป์ได้ขู่ว่าจะทำลายโรงไฟฟ้าของอิหร่าน หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือทุกประเทศผ่านภายใน 48 ชั่วโมง
ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ขู่ตอบโต้ว่า หากสหรัฐดำเนินการตามคำขู่ อิหร่านจะโจมตีโรงไฟฟ้าในอิสราเอล รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่จ่ายไฟให้ฐานทัพสหรัฐในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
สงครามระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 2,000 คน และทำให้ตลาดการเงินโลกผันผวน ราคาพลังงานพุ่ง และความเสี่ยงเงินเฟ้อโลกเพิ่มขึ้น
ความเสี่ยงโจมตีระบบไฟฟ้า กระทบน้ำดื่มและเมืองในอ่าวเปอร์เซีย
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียอาจสร้างความเสียหายรุนแรง เพราะประเทศในภูมิภาคพึ่งพาไฟฟ้าในการผลิตน้ำจืดจากทะเล (desalination)
- บาห์เรน และ กาตาร์ ใช้น้ำจากโรงกลั่นน้ำทะเล 100%
- สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มากกว่า 80%
- ซาอุดีอาระเบีย ประมาณ 50%
หากไฟฟ้าดับ โรงกลั่นน้ำทะเลจะหยุดทำงานทันที ซึ่งอาจทำให้เกิดวิกฤตน้ำดื่มในภูมิภาค
ขณะเดียวกัน อิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัย ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซ LNG ประมาณ 20% ของโลก
อิหร่านขู่ใช้ทุ่นระเบิดปิดอ่าวเปอร์เซีย
ก่อนที่ทรัมป์จะประกาศเลื่อนโจมตี สภากลาโหมอิหร่านได้ขู่ยกระดับการตอบโต้ โดยระบุว่า หากสหรัฐโจมตี อิหร่านจะวางทุ่นระเบิดทางทะเลเพื่อปิดเส้นทางเดินเรือในอ่าวเปอร์เซียทั้งหมด
ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ระบุว่า วิกฤตพลังงานครั้งนี้รุนแรงกว่าวิกฤตน้ำมันในทศวรรษ 1970 และวิกฤตก๊าซหลังรัสเซียบุกยูเครนรวมกันเสียอีก
ในด้านการสู้รบ กองทัพอิสราเอลเปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในกรุงเตหะรานรอบใหม่ ขณะที่สื่ออิหร่านรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการโจมตีในหลายเมือง รวมถึงเมืองบูเชห์ร์และโครามาบัด
ขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบียระบุว่า มีขีปนาวุธยิงมุ่งหน้าไปยังกรุงริยาด 2 ลูก โดยหนึ่งลูกถูกสกัด และอีกลูกตกในพื้นที่ร้าง
อ้างอิง : www.reuters.com