พาณิชย์ ผุดโครงการไทยช่วยไทย ชูสินค้า ธงฟ้า-ธงเขียวพลัส ลดค่าครองชีพ
พาณิชย์ เตรียมเปิดโครงการ "ไทยช่วยไทย" ดันสินค้า ธงฟ้า-ธงเขียวพลัส ลดค่าครองชีพประชาชนมี.ค.-ส.ค.นี้ จับมือค้าส่ง-ค้าปลีก จัดหาสินค้าอุปโภค บริโภคจำเป็น กระจายทั่วทุกภูมิภาค หากพบการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า แจ้งสายด่วน 1569
วันที่ 24 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกรนิจ โน้นจุ้ย ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ แถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ถึงมาตรการของรัฐบาลในการดูแลช่วยเหลือประชาชน ทางมิติด้านพลังงาน และราคาสินค้าอุปโภค บริโภค ว่า กระทรวงพาณิชย์ตระหนักถึงต้นทุนของประชาชนและผู้ประกอบการที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของพลังงานและต้นทุนวัตถุดิบ
โดยที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ ได้ติดตามและร่วมมือกับห้างค้าส่ง ปลีกและผู้ผลิตทุกราย ในการตรึงราคาสินค้า เนื่องจากพิจารณาแล้วว่าผู้ประกอบการมีสต๊อกเดิมอยู่ในมือ จึงไม่มีเหตุอันควรที่จะต้องขึ้นราคา แต่เมื่อสถานการณ์ยังไม่แน่นอน กระทรวงพาณิชย์ได้มีมาตรการเชิงรุก
โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์หารือกับผู้ประกอบการ และซัพพลายเออร์รายใหญ่ค้าส่ง ค้าปลีก รวมถึงสมาคมการค้า เพื่อดำเนินโครงการไทยช่วยไทย ร่วมมือกันจัดหาสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในรูปแบบของ house brand และ fighting Brand เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชน นอกเหนือจากกลไกการค้าของห้างค้าส่ง ปลีก
นายกรนิจ กล่าวว่า สำหรับสินค้าที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย สินค้าที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพ เช่น ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง น้ำมันพืช น้ำปลา สบู่ ผงซักฟอก ยาสีฟัน ซึ่งผู้ผลิตที่มีศักยภาพผลิตสินค้าเหล่านี้ จะนำมาเป็นทางเลือกให้กับประชาชน และเป็นการกระจายสินค้าในช่วงที่มีปัญหาในปัจจุบัน เพื่อให้ไปถึงทุกภูมิภาคทั่วประเทศ
โดยโครงการนี้จะร่วมมือกับเครือข่าย ห้างค้าปลีกทั่วประเทศ ร่วมกับโมเดิร์นเทรดและร้านสะดวกซื้อ โดยโครงการจะเริ่มในเดือนเม.ย.-พ.ค.นี้
นายกรนิจ กล่าวว่า นอกจากโครงการดังกล่าวแล้ว ในวันที่ 25 มี.ค. กระทรวงพาณิชย์จะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) โดยพิจารณาสินค้าสำคัญ เพื่อยกระดับมาตรการทางกฎหมาย เพิ่มจำนวนรายการสินค้าควบคุม เช่นเม็ดพลาสติก รวมถึงน้ำดื่มบรรจุขวดที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ จะมีการปรับมาตรการควบคุมสินค้าจำเป็น จากเดิมที่มีแค่การแจ้งเปลี่ยนราคา โดยครั้งนี้จะต้องมีการแจ้งขออนุญาตก่อนการปรับราคาขึ้นทุกครั้ง อาทิ สินค้าที่มีความใกล้ชิดกับประชาชน เช่น กระดาษชำระ แชมพู ผงซักฟอก ผ้าอนามัย ผลิตภัณฑ์ล้างจาน และสบู่
นายกรนิจ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ ยังมีแผนการจัดกิจกรรมกระจายสินค้าอุปโภค บริโภค ผ่านโครงการธงฟ้า ตั้งแต่เดือนมี.ค.-ส.ค. ส่วนเกษตรกร กระทรวงพาณิชย์จะจัดโครงการธงเขียวพลัส เพื่อลดภาระของเกษตรกรโดยเฉพาะค่าปุ๋ย ในช่วงเดือน พ.ค.-ก.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่มีการใช้ปุ๋ยเพื่อทำนาปี ข้าวโพด มันสำปะหลัง และปาล์ม
นายกรนิจกล่าวว่า ส่วนการกำกับดูแลสินค้า โดยกระทรวงพาณิชย์ได้มีการจัดชุดบริหารของกระทรวงพาณิชย์ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดและผู้ว่าราชการจังหวัด ราคาสินค้าเพื่อเข้าไปตรวจราคาสินค้า และภาวะการค้าใน กทม.และปริมณฑล และจังหวัดต่างๆ รวม 393 แห่ง
โดยพบว่ามีสินค้าบางส่วนปรับราคา เช่น เนื้อสัตว์ที่ปรับราคาตามต้นทุนและสภาพอากาศ ส่วนสินค้าที่บรรจุภัณฑ์เป็นพลาสติกก็จะมีการปรับราคาสูงขึ้น และตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา พบผู้กระทำความผิดทางกฎหมาย ประมาณ 13 รายใน 9 จังหวัด ส่วนใหญ่เป็นการไม่ติดป้ายแสดงราคา
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่า จะร่วมมือกับผู้ผลิตห้างค้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำกับดูแลไม่ให้มีใครฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าในช่วงนี้ และหากประชาชนพบการฉวยโอกาสขึ้นราคา ก็สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 ของกระทรวงพาณิชย์
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พาณิชย์ ผุดโครงการไทยช่วยไทย ชูสินค้า ธงฟ้า-ธงเขียวพลัส ลดค่าครองชีพ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th