โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สส.กู๊ดดี้’ แฉความจริงที่น่ากลัว ‘ตร.ชั้นผู้น้อย’ โอนเงินทอนให้ ‘นาย’ นับแสนอ้าง ‘เงินบริหารทีม’

เดลินิวส์

อัพเดต 2 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“กู๊ดดี้ ชยพล สท้อนดี” สส.พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก อ้างชีวิต “ตำรวจชั้นผู้น้อย” สุดระทมไม่ต่างกับ “ทหาร” ต้องโอนเงินค่ารางวัลนำจับ กลับคืนนายระดับหัวหน้า ด้วยข้ออ้าง “เงินบริหารทีม”

เมื่อวันที่ 27 เม.ย. นายชยพล สท้อนดี หรือ กู๊ดดี้ สส.พรรคประชาชน ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า "ตำรวจเองก็เป็นเหยื่อ เมื่อเบี้ยเลี้ยงเขาหายไป" ที่ผ่านมาพรรคประชาชนเราได้ติดตามและตรวจสอบประเด็นเรื่องสวัสดิการของทหารโดยเฉพาะทหารชั้นผู้น้อยมาโดยตลอด ทั้งเรื่องประเด็นการได้รับค่าตอบแทนไม่ครบตามระเบียบ เรื่องการถูกยึดบัตร ATM เรื่องการถูกโกงเบี้ยเลี้ยง การซ้อมทรมาน การถูกส่งไปทำภารกิจที่ไม่ใช่หน้าที่ การเป็นทหารรับใช้ ฯลฯ แต่พอผมลองติดตามประเด็นนี้ในวงการสีกากีดูบ้าง กลับได้พบกับหลักฐานที่สนใจไม่แพ้กัน ว่าตำรวจเองก็มีการโอนเบี้ยเลี้ยงหรือค่าตอบแทนคืนด้วย มูลค่าเกือบ 2 แสนบาท จากเจ้าหน้าที่เพียง 29 คน

อธิบายให้เข้าใจคร่าว ๆ ปกติแล้วค่าตอบแทนของตำรวจจะประกอบไปด้วยเงินเดือนฐาน ยศหรือตำแหน่งที่บรรจุจะมีเงินประจำตำแหน่งเพิ่มให้ตามระเบียบ เป็นพนักงานสอบสวนก็จะมีเงินค่าทำสำนวน เป็นฝ่ายสืบสวนก็จะมีเงินรางวัลนำจับที่จะมอบให้กับคนที่มีส่วนร่วมในการสืบสวนคดี ทั้งหมดนี้ก็เพื่อตอบแทนการทำงานอย่างหนักของพี่น้องตำรวจที่ดูแลประชาชน ที่ฐานเงินเดือนเองก็ไม่ได้สูงเมื่อเทียบกับความรับผิดชอบที่ต้องแบกรับ และเพื่อตอบแทนคนที่ตั้งใจทำงาน ซึ่งพี่น้องตำรวจเองก็ไม่ได้รับงบประมาณสวัสดิการสนับสนุนมากเพียงพอเท่าไหร่ อย่างที่เรารู้กันว่าแม้แต่ค่าใช้จ่ายเพื่อทำงานในสน.ยังต้องลงขันออกกันเองอยู่เลย (ฝ่ายสืบสวนเบิกจากกองทุนสืบสวนได้) ส่วนเรื่องความเหมาะสมของค่าตอบแทนในแต่ละตำแหน่งเดี๋ยวเราว่ากันอีกครั้งหนึ่ง

ทีนี้ ตามที่ผมเคยสัญญาไว้ว่าจะขยายกรอบประเด็นความรับผิดชอบของผมให้ขยายจากกองทัพไปสู่ตำรวจด้วยเหมือนกัน ผมได้ติดตามหลายประเด็นในวงการตำรวจจนกระทั่งได้พบกับหลักฐานที่น่ากังวลจากฝ่ายสืบสวน ที่มีหน้าที่ทำคดีสืบสวนหาหลักฐานจนกระทั่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา แบบที่ทุกท่านเห็นสารวัตรแจ๊ะตามหน้าข่าว ซึ่งทุกท่านคงเข้าใจดีถึงความสำคัญของตำแหน่งหน้าที่นี้ และความสำคัญของการตอบแทนเขาอย่างเหมาะสมเพื่อไม่ให้เขาเผลอใจเปิดทางให้กับการทุจริตรูปแบบอื่น ๆ ตามระเบียบของสตช.จึงได้มีการระบุค่าตอบแทนให้กับทีมสืบสวนเอาไว้ด้วย

หลักฐานที่ผมได้พบ คือเอกสารระบุเงินค่าตอบแทนที่ฝ่ายสืบสวนต้องได้รับจากการทำคดีติดตามจับกุมผู้ร้าย ที่ทำเรื่องเบิกจ่ายอย่างถูกต้องตามระเบียบของสตช. แต่ปรากฏว่าในเอกสารนั้นเองก็มีการระบุให้ต้องโอนเงินคืน จากที่ควรได้ 8,343 บาท ต้องโอนเงินคืนให้ถึง 6,800 บาท! โดยรวมมูลค่าเงินจาก 29 คน มีมูลค่ามากถึง 197,200 บาท! จากที่ผมตามเช็ค การบริหารเงินและค่าตอบแทนต่าง ๆ ของชุดสืบสวนจะขึ้นอยู่กับหัวหน้าชุด ซึ่งถ้าคุณได้หัวหน้าที่ดีเงินก็จะกระจายไปถึงลูกทีม แต่ถ้าหัวหน้าใจร้ายหน่อยก็จะขอเงินคืนเยอะแบบที่เห็นกันในตัวอย่าง และแม้แต่หัวหน้าชุดเองก็มีปัญหาแบบเดียวกันกับหัวหน้าของตัวเองที่คุมต้นน้ำลำธารเงินอีกทอดด้วยเหมือนกัน

ตำรวจบางคน อาจพยายามอธิบายว่านี่คือเงินที่เอาไว้ใช้"บริหารทีม" ใช้ดำเนินงาน แต่อย่าลืมข้อเท็จจริงด้วยว่าเงินส่วนนี้เองก็ถูกส่งตามสายบังคับบัญชาขึ้นไปด้วย หากใครไม่ยอม ใครถามมาก ใครดื้อ ก็เสี่ยงจะถูกย้าย ทำให้หลายคนไม่กล้าที่จะทวงสิทธิ์ของตัวเองในเรื่องนี้ ส่วนเรื่องการมีเงินไม่พอในการดำเนินงาน นั่นเป็นปัญหาของระเบียบราชการที่เราต้องช่วยกันแก้ แต่มันก็จะแก้ได้ยากถ้าตำรวจเองยังคงใช้วิธีการนอกระเบียบแบบนี้ แล้วการพัฒนาสตช.ก็จะไม่มีทางเกิด

สรุป ตำรวจก็โดนโกงเงินค่าตอบแทนไม่ต่างจากทหาร ปัญหาอาจเกิดจากอุปสรรคในการเบิกงานตามระเบียบราชการ แต่การเลือกหลบระเบียบแล้วบริหารเงินนอกระบบกันเองทำให้เกิดช่องว่างการทุจริตที่หัวหน้าขูดรีดลูกน้องตามลำดับชั้นลงมาเรื่อย ๆ ทำกันจนเป็นเรื่องปกติ แล้วสุดท้ายตำรวจที่ทำงานหนัก คนที่เหนื่อยและเสี่ยงอยู่หน้างานก็จะไม่ได้อะไรเลยนอกจากเศษผลประโยชน์ที่ขึ้นกับความใจดีของหัวหน้าแต่ละคน นี่คือปัญหาที่ซ่อนอยู่ในวงการตำรวจ และพี่น้องตำรวจเองนั่นแหละที่ต้องช่วยกันส่งเสียงเพื่อปฏิรูปวงการดีขึ้นกว่าเดิม.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...