โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ดุลการค้า" ไทยเสี่ยง นำเข้านิวไฮ 51 เดือน น้ำมันพุ่ง ส่งออกเริ่มสะดุด ตะวันออกกลางทรุด 57%

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“ดุลการค้า” ไทยเสี่ยง นำเข้านิวไฮ 51 เดือน น้ำมันพุ่ง ส่งออกเริ่มสะดุด ตะวันออกกลางทรุด 57%

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB EIC จัดทำรายงานบทวิเคราะห์ โดยระบุว่า ภาพรวมส่งออกไทยเดือน มี.ค. 2026 ยังขยายตัวสูง มูลค่าส่งออก 35,157.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐเติบโตสูง 18.7% จาก 9.9% ในเดือนก่อน

และขยายตัวมากกว่าที่ประเมินไว้ (SCB EIC ประเมิน 11.6% และค่ากลาง Reuters Poll 9.8%) มูลค่าส่งออกที่ปรับฤดูกาลแล้วขยายตัว 4.9% เมื่อทียบกับเดือนก่อนหน้า ภาพรวมมูลค่าส่งออกไทยในไตรมาสแรกของปี 2026 ขยายตัวต่อเนื่อง 17.6%

ส่งออกเดือนนี้ได้แรงส่งจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ กระแสเร่งส่งออกไปสหรัฐฯ ระลอกใหม่หลังสหรัฐฯเตรียมตั้งกำแพงภาษีใหม่ตามมาตรา 301 โดยการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวสูง 43.8% เช่น เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องส่งวิทยุ โทรเลข โทรศัพท์ โทรทัศน์ วงจรพิมพ์ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 34.2% 166.6% 129.1% 43.8% และ 34.2% ตามลำดับ

สินค้ากลุ่มนี้ยังคงได้รับแรงหนุนจากวัฏจักรขาขึ้นของอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงแนวโน้มการลงทุนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และ Data center ที่ขยายตัวทั่วโลก สะท้อนจากการส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ไป 11 ใน 15 คู่ค้าสำคัญยังคงขยายตัวดี ทั้งนี้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ช่วยให้การส่งออกไทยเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 9.2% หรือเกือบครึ่งของการเติบโตส่งออกรวมที่ 18.7%

การส่งออกไปสหรัฐฯ ขยายตัวสูง 41.9% ต่อเนื่องจาก 40.5% เดือนก่อน โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังไม่ถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมขยายตัวสูงถึง 64.2% และสินค้ากลุ่มอื่น ๆ (ยกเว้นอิเล็กทรอนิกส์) ขยายตัว 24.8% สะท้อนความต้องการสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ

รวมถึงการเร่งผลิตและส่งออกหลังจากที่ศาลฎีกาตัดสินในวันที่ 20 ก.พ. ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่มีอำนาจขึ้นภาษีนำเข้าโดยใช้ International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ทำให้สหรัฐฯ ลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าไทยจาก 19% เหลือ 10% เป็นอัตราใหม่ที่ประกาศเก็บจากคู่ค้าอื่นเท่ากัน (ประกาศใช้ชั่วคราวถึง 24 ก.ค.)

ทั้งนี้รัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางตั้งกำแพงภาษีตามมาตรา 301 กับคู่ค้าหลักทั่วโลก (รวมไทย) เพื่อปรับเพิ่มอัตราภาษีให้กลับไปใกล้อัตราก่อนหน้า การส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ มีส่วนทำให้การส่งออกเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 8.8% ของการเติบโตส่งออกรวม 18.7% สำหรับการส่งออกของประเทศในภูมิภาคไปตลาดสหรัฐฯ ในเดือนนี้ขยายตัวดีเช่นกัน เช่น เวียดนาม (28.4%) เกาหลีใต้ (47.3%) และไต้หวัน (124%)

การส่งออกเครื่องประดับแท้ขยายตัวสูง 187.2% เร่งขึ้นมากจาก 34.4% เดือนก่อน แรงหนุนหลักมาจากการส่งออกไปอินเดียที่ขยายตัวสูงถึง 3,155.4% ซึ่งมีสัดส่วนเกือบ 80% ของการส่งออกสินค้าหมวดนี้ทั้งหมดของไทยในเดือนนี้ ทั้งนี้การส่งออกสินค้าเครื่องประดับหมวดนี้ช่วยให้การส่งออกไทยเดือนนี้ขยายตัว (CTG) 3.9% ของการเติบโตส่งออกรวม 18.7%

การส่งออกไทยไปตะวันออกกลางหดตัวแรง -57.1% ในเดือน มี.ค. โดยหดตัวใน 3 ตลาดหลักของภูมิภาคนี้ ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) (-67.1%), ตุรกี (-20.5%) และซาอุดีอาระเบีย (-55.5%) และส่งออกหดตัวใน 5 สินค้าหลัก ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (-53.5%), อัญมณีและเครื่องประดับ (-67.5%), เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ (-41.4%), ผลิตภัณฑ์ยาง (-55.1%) และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป (-47.5%)

มูลค่านำเข้าเดือน มี.ค. อยู่ที่ 38,496.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 35.7% สูงสุดในรอบ 51 เดือน เร่งขึ้นจาก 31.8% ในเดือนก่อนและสูงกว่าประมาณการ (SCB EIC ประเมิน 24.2% และค่ากลาง Reuters Poll 20.3%) ภาพรวมมูลค่านำเข้าไทยในไตรมาสแรกของปี 2026 ขยายตัวต่อเนื่อง 32.4%

สินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปขยายตัวสูง 64.4% เร่งจาก 53.3% การนำเข้าหมวดนี้มีส่วนช่วยให้การนำเข้าเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 26% มากกว่าครึ่งของการเติบโตนำเข้ารวม 35.7% โดยสินค้าหลักได้แก่ ทองคำ และอุปกรณ์ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะแผงวงจรไฟฟ้าที่ขยายตัวสูงกว่า 181.6% และ 129.3% ตามลำดับ (CTG: 9.4% และ 13.3%)

ทั้งนี้การนำเข้าอุปกรณ์ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนหนึ่งมาจากความต้องการนำเข้าสินค้าต้นน้ำและกลางน้ำเพื่อผลิตและส่งออก ไทยจึงต้องนำเข้าสินค้ากลุ่มนี้จากผู้ผลิตหลัก เช่น จีน และไต้หวัน (15.8% และ 343.7% ตามลำดับ)

สินค้าทุนขยายตัว 28.3% ชะลอลงจาก 49.3% ในเดือนก่อน การนำเข้าหมวดนี้มีส่วนช่วยให้การนำเข้าไทยเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 7.7% ของการเติบโตนำเข้ารวม 35.7% โดยสินค้าหลักได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบที่ขยายตัวถึง 82.7% และ 25.3% ตามลำดับ (CTG: 6.7% และ 1.2%)

ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากการที่ไทยผลิตสินค้าทุนประเภทนี้ได้จำกัด ขณะที่แนวโน้มการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เช่น Data center เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการนำเข้าสินค้าทุน หมวดเครื่องจักรและเทคโนโลยีเพิ่มตาม

ดุลการค้า (ระบบศุลกากร) เดือนนี้ขาดดุลต่อเนื่อง -3,339.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มากกว่าที่ประเมินไว้ (SCB EIC ประเมิน -2,150 และค่ากลาง Reuters Poll -1,120) ไทยขาดดุลการค้าสะสมในไตรมาสแรกของปีนี้ -9,476.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

SCB EIC มองว่ามูลค่าการส่งออกไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ก่อนจะชะลอตัวลงมากหลังเศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบจากสงครามอย่างเต็มที่ โดยการส่งออกมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ สะท้อนจากข้อมูลเร็วการส่งออกของเกาหลีใต้ 20 วันแรกในเดือน เม.ย. ที่ยังขยายตัวดี 49.4% โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ที่ขยายตัวสูง 182.5%

ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์แถลงว่า สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไทยกลายเป็นส่วนหนึ่งสำคัญของห่วงโซ่อุปทานโลก และจะเป็นปัจจัยสำคัญในการหนุนส่งออกไทยในระยะข้างหน้า ขณะที่จะมีแรงกดดันจากการส่งออกไปตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากสงคราม โดยกระทรวงพาณิชย์ประเมินว่า มูลค่าส่งออกไทยปี 2026 จะขยายตัวได้ 3% ในกรณีฐาน (กรณีดีที่สุด 8% และกรณีแย่ที่สุด -3%)

ในทางกลับกัน SCB EIC มองว่า มูลค่านำเข้าไทยจะมีแนวโน้มเร่งตัวสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะการนำเข้าจากจีนและการนำเข้าสินค้ากึ่งสำเร็จรูปที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นหมวดที่ขยายตัวสูงมาก่อนหน้านี้แล้ว นอกจากนี้ มูลค่าการนำเข้าไทยที่จะเร่งตัวในระยะข้างหน้า คาดว่าจะสะท้อนผลของราคาพลังงานโลกที่ปรับสูงขึ้นมากหลังเกิดสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งไทยเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิสูงถึงราว 8% ของ GDP มุมมองดุลการค้าไทยในปีนี้คาดว่าจะมีแนวโน้มแย่ลง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...