โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘หนุ่ม’ โดน ‘งู’ กัดแข็งใจจับใส่ถุง หวังส่งถึงมือหมอ พลาดหลุดในรถ แจ้งกู้ภัยจับวุ่น

เดลินิวส์

อัพเดต 19 เมษายน 2569 เวลา 8.04 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“หนุ่มสมุทรปราการ” โดนงูกัดแต่ไม่รู้สายพันธุ์ แข็งใจจับใส่ถุงหิ้วขึ้นรถมาให้หมอดู หวังรักษาให้ตรงจุด แต่พอถึงที่หมาย ปรากฏว่างูไม่อยู่ในถุง เจ้าตัวหน้าถอดสี เชื่อหลุดในรถ แจ้งกู้ภัยมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ ช่วยค้นหาจนเจอ พบเป็น “งูเขียวหางไหม้” ตัวแสบ

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำวานนี้ (18 เม.ย. 69) เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการรับแจ้งประสานงานเหตุฉุกเฉินภายในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในพื้นที่จ.สมุทรปราการ หลังมีคนพาคนไข้ชายรายหนึ่ง ขับรถยนต์ส่วนตัวมาโรงพยาบาลในสภาพตื่นตระหนก แจ้งว่าแฟนหนุ่มของตนถูกงูกัดที่นิ้วโป้งกับนิ้วชี้มือด้านขวา แต่ได้แข็งใจจับตัวงู ใส่ถุงพลาสติกนำมาด้วย เพื่อจะให้แพทย์ตรวจสอบสายพันธุ์และจัดเตรียมเซรุ่มได้ถูกต้อง แต่เหตุการณ์กลับพลิกผัน เมื่อคนไข้กำลังส่งงูให้เจ้าหน้าที่รพ. ปรากฏว่างูไม่อยู่ในถุง คาดว่าน่าจะหลุดออกมาขณะอยู่ในรถยนต์

ขณะที่ น.ส.ไก่ แฟนของคนเจ็บเล่าให้ฟังว่า สาเหตุที่แฟนหนุ่มโดนงูกัด เพราะออกไปรดน้ำต้นไม้ยามค่ำคืน โดยเฉพาะตรงกระถางต้นไม้ข้างบ้านมักจะพบเห็นงูนอนอยู่เป็นประจำ จังหวะฉีดน้ำใส่กระถางจึงโดนงูฉกกัด ฝ่ายแฟนแข็งใจจับงูตัวดังกล่าวใส่ถุงมาให้รพ.ตรวจสอบและจัดหาเซรุ่ม แต่ทว่าเกิดผิดพลาดงูหลุดอยู่ในรถ จึงประสานกู้ภัยให้ช่วยค้นหา เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 20 นาที ในการค้นตัวรถนิสสัน มาร์ช สีบลอนท์ ทะเบียน 1กฐ 1325 กทม. จนพบ "งูเขียวหางไหม้" ยาว 30 เซนติเมตร จึงได้นำใส่ภาชนะที่มิดชิดแล้วนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ เบื้องต้น คนไข้รายดังกล่าวอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด และอาการปลอดภัยแล้ว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...