โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

คณะเจรจาสหรัฐถอนตัว ไร้ข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน ท่ามกลางความไม่ไว้วางใจ

PostToday

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คณะผู้เจรจาของสหรัฐอเมริกาเดินทางออกโดยปราศจากข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน

รองประธานาธิบดีสหรัฐ เจ.ดี. แวนซ์ เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า คณะผู้เจรจาของเขาได้เดินทางออกจากปากีสถานแล้ว หลังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านภายหลังการเจรจานาน 21 ชั่วโมง

แวนซ์ระบุถึงข้อบกพร่องในการเจรจา และกล่าวว่าอิหร่านได้เลือกที่จะไม่ยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐ รวมถึงข้อกำหนดไม่ให้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

“ข่าวร้ายคือเราไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ และผมเห็นว่านี่เป็นข่าวร้ายต่ออิหร่านมากกว่าสหรัฐอเมริกา” แวนซ์กล่าว “ดังนั้น เราจึงเดินทางกลับสหรัฐโดยไม่มีข้อตกลง และเราได้ชี้แจงอย่างชัดเจนแล้วถึงเส้นแดงของเรา”

แวนซ์กล่าวว่า เขาได้หารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐประมาณหกครั้งระหว่างการเจรจา
การเจรจาที่กรุงอิสลามาบัดครั้งนี้ ถือเป็นการพบกันโดยตรงครั้งแรกระหว่างสหรัฐและอิหร่านในรอบกว่าทศวรรษ และเป็นการหารือระดับสูงสุดนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามปี 1979

ผลลัพธ์ของการเจรจาอาจกำหนดชะตาของข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลา 2 สัปดาห์ที่เปราะบาง รวมถึงการเปิดเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานโลกประมาณ 20% ที่อิหร่านได้ปิดกั้นตั้งแต่เกิดสงคราม

ความขัดแย้งดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง และมีผู้เสียชีวิตหลายพันราย

ในโพสต์บนแพลตฟอร์ม X รัฐบาลอิหร่านระบุว่าการเจรจาได้สิ้นสุดลง และผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคของทั้งสองฝ่ายจะแลกเปลี่ยนเอกสารกัน

“การเจรจาจะดำเนินต่อไป แม้ยังมีความเห็นต่างบางประการ” โพสต์ระบุเพิ่มเติม โดยไม่ได้ระบุว่าจะเริ่มต้นอีกครั้งเมื่อใด

แวนซ์ ทูตพิเศษสตีฟ วิทคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของทรัมป์ ได้พบกับประธานรัฐสภาอิหร่าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กอลิบาฟ และรัฐมนตรีต่างประเทศ อับบาส อารักชี เป็นเวลา 2 ชั่วโมง ก่อนพักการเจรจา ตามแหล่งข่าวจากปากีสถานซึ่งเป็นตัวกลาง

คณะผู้แทนอิหร่านเดินทางถึงเมื่อวันศุกร์ โดยสวมชุดสีดำเพื่อไว้อาลัยต่อผู้นำสูงสุด อายาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี และผู้เสียชีวิตจากสงคราม

รัฐบาลอิหร่านระบุว่าคณะผู้แทนได้นำรองเท้าและกระเป๋าของนักเรียนบางรายที่เสียชีวิตจากการทิ้งระเบิดของสหรัฐในโรงเรียนใกล้ฐานทัพมาด้วย

กระทรวงกลาโหมสหรัฐระบุว่ากำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนเหตุโจมตีดังกล่าว ขณะที่มีรายงานว่าผู้สอบสวนเชื่อว่าสหรัฐอาจเป็นผู้รับผิดชอบ

แหล่งข่าวปากีสถานอีกรายกล่าวว่า บรรยากาศการเจรจามีความผันผวน และอุณหภูมิทางการทูตขึ้นลงตลอดการพบปะ

เพื่อรองรับการเจรจา กรุงอิสลามาบัดถูกปิดพื้นที่ โดยมีเจ้าหน้าที่กึ่งทหารและทหารหลายพันนายประจำการบนท้องถนน

บทบาทการเป็นตัวกลางของปากีสถานถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ จากประเทศที่เคยถูกโดดเดี่ยวทางการทูตเมื่อปีก่อน

ขณะที่การเจรจาเริ่มขึ้น กองทัพสหรัฐระบุว่ากำลัง “จัดเตรียมเงื่อนไข” เพื่อเริ่มเปิดเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซ

ช่องแคบฮอร์มุซมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเจรจาหยุดยิง

กองทัพสหรัฐระบุว่าเรือรบสองลำได้ผ่านช่องแคบดังกล่าวแล้ว และกำลังเตรียมการกวาดทุ่นระเบิด ขณะที่สื่อของอิหร่านปฏิเสธว่าไม่มีเรือสหรัฐผ่านเส้นทางนี้

ก่อนเริ่มการเจรจา แหล่งข่าวอิหร่านระดับสูงระบุว่าสหรัฐตกลงจะปล่อยทรัพย์สินที่ถูกอายัดในกาตาร์และธนาคารต่างประเทศอื่น ๆ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐปฏิเสธว่าไม่มีการตกลงปล่อยเงินดังกล่าว

นอกจากการเรียกร้องให้ปล่อยทรัพย์สิน อิหร่านยังต้องการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ การชดเชยความเสียหายจากสงคราม และการหยุดยิงทั่วภูมิภาค รวมถึงในเลบานอน

อิหร่านยังต้องการจัดเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซ
เป้าหมายของทรัมป์มีการเปลี่ยนแปลง แต่ขั้นต่ำคือการให้การเดินเรือทั่วโลกผ่านช่องแคบได้อย่างเสรี และการจำกัดโครงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่านเพื่อไม่ให้สามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้
อิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐ และเข้าร่วมโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ยังได้โจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน และระบุว่าความขัดแย้งดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการหยุดยิงระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ความไม่ไว้วางใจระหว่างทั้งสองฝ่ายยังคงอยู่ในระดับสูง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...