โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ขีดเส้น กก. สรุปผลป้องกัน นอมินีธุรกิจท่องเที่ยว ภายใน 30 วัน

Khaosod

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ครม.รับทราบข้อเสนอแนะเพื่อป้องกัน และแก้ไขปัญหา การเข้ามาประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยมิชอบ ย้ำ ก.ท่องเที่ยว และกีฬา เจ้าภาพหลัก สรุปผลภายใน 30 วัน

น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการเข้ามาประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยมิชอบด้วยกฎหมายของคนต่างด้าวตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) เสนอ

โดยให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) เป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องนี้ไปพิจารณา ร่วมกับกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรมกระทรวงแรงงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้ข้อยุติ

โดยให้ กก. สรุปผลการพิจารณา/ผลการดำเนินการ/ความเห็นในภาพรวม แล้วส่งให้ สลค. ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจาก สลค. เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. รายงานว่า 1.ธุรกิจนำเที่ยวถือเป็นธุรกิจสำคัญในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย เป็นจุดเริ่มต้นในการนำนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว โดยจัดให้มีบริการ และการอำนวยความสะดวก เช่น สถานที่พัก อาหาร มัคคุเทศก์ และบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ทำให้มีนักลงทุนต่างชาติจำนวนมากเข้ามาดำเนินธุรกิจนี้ในประเทศไทยและดึงดูด นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้สนใจเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล ซึ่งส่งผลให้เกิดการส่งเสริมด้านตลาดการท่องเที่ยวมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม พบนายทุนต่างชาติบางกลุ่มมีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงกฎหมาย ว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) ในการเข้ามาประกอบธุรกิจนำเที่ยว รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องต่างๆ อย่างครบวงจร ทั้งธุรกิจโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ยานพาหนะรับส่งนักท่องเที่ยว ร้านจำหน่ายสินค้า/ของที่ระลึก และธุรกิจบริการอื่นๆ ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวส่วนใหญ่ ตกเป็นของกลุ่มทุนต่างชาติ

อีกทั้งพบพฤติการณ์ฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยว และมัคคุเทศก์ เช่น การดำเนินธุรกิจ “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ขายแพ็กเกจทัวร์ในราคาต่ำกว่าทุน ส่งผลให้ผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวของคนไทยไม่สามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม รวมทั้งแสวงหาผลกำไรจากนักท่องเที่ยวอย่างไม่สุจริต โดยการแนะนำให้ซื้อสินค้า หรือใช้บริการตามร้านค้า และสถานประกอบการในเครือข่ายของตน ซึ่งกำหนดราคาไว้สูงเกินปกติ

นอกจากนี้ มีการใช้คนต่างชาติมาทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์ ส่งผลให้เกิดปัญหามัคคุเทศก์ต่างด้าวแย่งอาชีพสงวนของคนไทย โดยพบพฤติกรรมการข่มขู่ บังคับ นักท่องเที่ยวซื้อสินค้า การให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทยอย่างไม่ถูกต้อง รวมทั้งการละทิ้งนักท่องเที่ยว

2.จากสภาพปัญหาดังกล่าวถือเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ สังค มและภาพลักษณ์ของประเทศเป็นอย่างมาก โดยสาเหตุสำคัญเกิดจากการอาศัยช่องว่างของกฎหมาย ประกอบกับหน่วยงานภาครัฐยังขาดมาตรการ หรือกลไกในการควบคุมกำกับดูแลหรือตรวจสอบการประกอบธุรกิจนำเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และอาจเกิดจากกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐบางรายปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบโดยมีการเรียกรับ สินบน หรือผลประโยชน์ตอบแทนจากผู้ที่กระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย เพื่อแลกกับการได้รับความคุ้มครอง หรืออำนวยความสะดวก ในการดำเนินธุรกิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการเข้ามาประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยหลีกเลี่ยง หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายของกลุ่มนายทุนต่างชาติ การเสริมสร้างกลไกการกำกับดูแล ในการประกอบธุรกิจนำเที่ยว และการคุ้มครองดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวได้อย่างทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการส่งเสริมโอกาสในการดำเนินธุรกิจ และการประกอบอาชีพของผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว และมัคคุเทศก์ไทย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ขีดเส้น กก. สรุปผลป้องกัน นอมินีธุรกิจท่องเที่ยว ภายใน 30 วัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...