5 วันสุดท้าย! ภาคประชาชนยื่น 627 ชื่อ จี้นายกฯ เซ็นรับรอง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน สิทธิ “ลาไปบอกลา” ดูแลผู้ป่วยวาระสุดท้าย ก่อนกม.แท้ง
ชี้ชะตาพยากรณ์กฎหมายแรงงาน! กลุ่ม Peaceful Death ผนึกพรรคประชาชน บุกสภาส่งรายชื่อหนุนร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน สิทธิลาดูแลครอบครัว 15 วันต่อปี "เอกภพ" ลั่นกฎหมายจ่อคอหอยอยู่บนโต๊ะนายกฯ หากวันที่ 13 พ.ค. นี้ไม่เซ็น ต้องรอใหม่ปีหน้า!
วันที่ 8 พ.ค. ที่รัฐสภา นายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รับหนังสือจากกลุ่ม Peaceful Death มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาชุมชนกรุณา มูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา PalliaNext และ Baojai family เรื่องเร่งด่วนเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงาน ที่บรรจุสิทธิลาไปดูแล ลาไปบอกลาผู้ป่วยในครอบครัวที่อยู่ในวาระสุดท้ายของชีวิต ว่า ร่างพ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว อยู่บนโต๊ะของนายกรัฐมนตรี ควรจะอนุมัติให้พิจารณาเรื่องนี้ในวาระต่อไป ซึ่งเวลาในการพิจารณาเรื่องดังกล่าวจะหมดลงในวันที่ 13 พ.ค. ถ้านายกฯ ยังไม่เซ็นมาก็ต้องรอกฎหมายฉบับนี้ไปอย่างน้อย 1 ปี ต้องเริ่มกระบวนการพิจารณาใหม่ทั้งหมด โดยในวันนี้กลุ่มเครือข่ายดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองเดินทางมายื่นหนังสือ พร้อมทั้งรายชื่อผู้สนับสนุนพ.ร.บ. ดังกล่าว 627 คน จึงเรียกร้องให้พรรคการเมืองได้สนับสนุนสิทธิลาไปดูแล ลาไปบอกลา และไม่ควรที่จะถูกให้พ.ร.บ. นี้ตกไปโดยไม่มีเหตุผล
ด้านตัวแทนกลุ่ม Peaceful Death กล่าวว่า ขอสนับสนุนพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน โดยเฉพาะสิทธิ์ในการลาไปดูแลผู้ป่วยในครอบครัว ปีละไม่เกิน 15 วัน ซึ่งกลุ่มเราขอแสดงจุดยืนสนับสนุนพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เสนอโดยน.ส.วรรณวิภา ไม้สน ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาวาระรับหลักการ และการศึกษาจากคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่มีสส.จากทุกพรรคร่วมพิจารณาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งสาเหตุที่ต้องสนับสนุนพ.ร.บ.ฉบับนี้ เพราะจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่สังคมไทย จะมีกฎหมายคุ้มครองให้ลูกจ้าง สามารถลาไปดูแลผู้ป่วยในครอบครัวได้ปีละไม่เกิน 15 วัน แม้จะน้อยกับผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น ผู้ป่วยเรื้อรัง หรือผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้อยู่ในวาระสุดท้ายของชีวิต แต่ถือเป็นก้าวแรกที่มีความสำคัญ กลุ่ม Peaceful Death
“ขอเรียกร้องให้รัฐบาลอนุมัติให้กฎหมายฉบับนี้ได้รับการพิจารณาต่อ ในวาระที่ 2 และ 3 ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อให้ทันกับสังคมสูงวัย และสอดคล้องกับนโยบาย Caring Society ของรัฐบาล มิเช่นนั้นร่างกฎหมายฉบับนี้จะถูกตีตกและต้องเริ่มกระบวนการพิจารณาใหม่ ซึ่งใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี และขอส่งมอบรายชื่อ 627 รายชื่อ ให้รัฐสภาใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาเป็นข้อกฎหมายต่อไป”