โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"จ่ายไหว" ไม่ได้แปลว่า "ควรจ่าย"! เพจดังชำแหละ ภาษีเที่ยวนอก 1,000 บาท เครื่องมือลดความเหลื่อมล้ำ หรือแค่ผลักภาระให้คนไทยด้วยกันเอง?

Manager Online

เผยแพร่ 51 นาทีที่แล้ว • MGR Online

เพจดัง 'KANT' ออกมาชำแหละนโยบายรัฐที่เตรียมฟื้น 'ภาษีเที่ยวนอก' เก็บเงินคนไปต่างประเทศ 1,000 บาท เพื่อนำมาสมทบทุนแจกคูปองเที่ยวในไทย บวกกับค่าธรรมเนียมสนามบิน AOT ที่เพิ่งปรับขึ้นอีก 390 บาท งานนี้เกิดคำถามตัวโตๆ ว่า ตรรกะคนเที่ยวนอกคือคนรวยยังใช้ได้อยู่หรือไม่? และนี่คือการแก้ปัญหาการท่องเที่ยว หรือแค่การผลักภาระให้ประชาชนกันแน่

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. เพจ "KANT - Luxury Design Lifestyle" เพจที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทาง การออกแบบ และอสังหาริมทรัพย์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความ ในประเด็น AOT ประกาศขึ้นค่าธรรมเนียมสนามบิน โดยเจ้าตัวชี้ว่า คนไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศอาจต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นรวม 1,390 บาทต่อทริป ซึ่งมาจาก 2 ส่วนหลัก ได้แก่ การที่ AOT ประกาศขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) สำหรับผู้โดยสารทุกคนอีก 390 บาท (จาก 730 บาท เป็น 1,120 บาท) ซึ่งจะมีผลในวันที่ 20 มิถุนายน 2569 เพื่อนำเงินไปพัฒนาสนามบิน ประกอบกับรัฐบาลกำลังศึกษาการฟื้น พ.ร.ก. ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2526 เพื่อจัดเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มอีก 1,000 บาทเฉพาะคนไทยที่เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่าจะนำเงินส่วนนี้ไปสมทบทุนโครงการ "เที่ยวคนละครึ่ง" ให้กับคนไทยที่ไม่ได้ไปเที่ยวต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้ถูกตั้งคำถามถึงความสมเหตุสมผล เนื่องจากบริบทในปัจจุบันผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศไม่ได้มีเพียงผู้มีฐานะเหมือนในอดีต แต่เป็นเพราะราคาการท่องเที่ยวต่างประเทศมีความคุ้มค่ากว่า อีกทั้งการนำเงินไปแจกคูปองไม่ได้ช่วยแก้ปัญหารากเหง้าเรื่องโครงสร้างราคาและคุณภาพของการท่องเที่ยวในประเทศ นอกจากนี้ กฎหมายดังกล่าวยังเปิดเพดานให้รัฐสามารถปรับขึ้นค่าธรรมเนียมได้สูงสุดถึง 5,000 บาทในอนาคต ทำให้เกิดข้อกังวลว่านโยบายนี้อาจเป็นเพียงการผลักภาระที่ไม่เป็นธรรมและไม่ได้ช่วยลดความเหลื่อมล้ำอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ทางเพจได้ระบุข้อความว่า

"คนไทยบินเที่ยวนอก ไม่ได้จ่ายเพิ่มแค่ 390 บาทตามที่ AOT ประกาศ เพราะรัฐบาลยังจะเก็บอีก 1,000 บาท สำหรับคนเที่ยวเมืองนอก รวมเป็น 1,390 บาทต่อทริป

.

ช่วงนี้หลายคนเริ่มรู้แล้วว่า AOT ประกาศขึ้นค่าธรรมเนียมสนามบินจาก 730 เป็น 1,120 บาท เพิ่มขึ้น 390 บาท มีผล 20 มิ.ย. 2569

.

แต่ที่หลายคนยังไม่ทันโฟกัส คือพร้อม ๆ กันนั้น รัฐบาลกำลังศึกษาฟื้น พ.ร.ก. ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2526 เพื่อเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มอีก 1,000 บาท เฉพาะคนไทยที่ไปท่องเที่ยวต่างประเทศ

.

ถ้าทั้ง 2 เรื่องบังคับใช้พร้อมกัน คนไทยบินออกนอกจะจ่ายต้นทุนเพิ่มขึ้นต่อทริปประมาณ 1,390 บาท

.

และที่เราจะเขียนต่อจากนี้ ไม่ใช่แค่เรื่อง 390 บาทของ AOT ที่มีปัญหาว่าสับสัน เพราะยังมีเรื่องเก็บ 1,000 บาทอันหลัง ที่เราว่ามันมีปัญหามากกว่ามาก

.

ก่อนอื่น แยกให้ออกก่อน เพราะมันเป็น 2 เรื่องคนละเรื่องกัน

.

เรื่องที่ 1: AOT ขึ้น PSC จาก 730 เป็น 1,120 บาท (เพิ่ม 53%)

.

PSC ย่อจาก Passenger Service Charge หรือ "ค่าบริการผู้โดยสารขาออก" เก็บอยู่ในตั๋วเครื่องบินอยู่แล้ว เก็บโดย AOT ซึ่งเป็นบริษัทมหาชน เก็บจากทุกคนที่บินออกจากสนามบินของ AOT ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติ มีผลแน่นอน 20 มิ.ย. 2569 เงินที่ได้ AOT จะเอาไปพัฒนาสนามบิน

.

ตรรกะของ PSC คือ user pays คุยได้ว่าราคาสมเหตุสมผลไหม โปร่งใสแค่ไหน ซึ่ง TDRI ตั้งคำถามเรื่องนี้อยู่ เพราะในแง่หลักการ มันต้องอธิบายตัวเองได้

.

ส่วนเรื่องที่ 2: รัฐบาลเสนอ Exit Fee 1,000 บาท เฉพาะคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ

.

"พูดง่าย ๆ ว่าจัดเก็บคนที่ไปเที่ยวต่างประเทศ เพื่อมาช่วยคนไทยที่ไม่ได้มีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศ"

.

นี่คือคำพูดของ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ใช้อธิบายเหตุผลของการฟื้น พ.ร.ก. ฉบับนี้

.

เรื่องนี้ต่างจาก PSC โดยสิ้นเชิง เพราะ:

- เก็บเฉพาะคนไทย ไม่เก็บต่างชาติ

- เก็บเฉพาะ "ไปเที่ยว" ไปเรียน ไปทำงาน วีซ่าทูต ไม่เก็บ

- คนจ่ายไม่ได้บริการอะไรกลับมา เงินไปเข้าโครงการ "เที่ยวคนละครึ่ง" ให้คนอื่นใช้

- ยังเป็นแค่ขั้นตอนศึกษา ยังไม่เข้า ครม.

.

อ่านครั้งแรกอาจฟังดูใจดี

อ่านครั้งที่สอง เริ่มแปลก

อ่านครั้งที่สาม จะเริ่มถามว่า … แล้วเราไปเป็นหนี้คนไม่ได้ไปเที่ยวนอกตั้งแต่เมื่อไหร่?

.

1,000 บาท เราจ่ายไหวครับ … แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น

.

ขอพูดตรง ๆ ก่อนเลยว่า สำหรับคนที่กดจองตั๋วบินไปต่างประเทศได้ 1,000 บาทไม่ใช่จำนวนที่จะทำให้คิดหนัก รัฐมนตรีเองก็พูดทำนองนี้ ว่ามันไม่กระทบการตัดสินใจของคนไทย

.

แต่คุณครับ … "จ่ายไหว" กับ "ควรจ่ายไหม" คือคนละเรื่อง

.

เราจ่ายค่าน้ำค่าไฟไหว ไม่ได้แปลว่ารัฐขึ้นค่าน้ำค่าไฟตามใจชอบได้

เราจ่ายค่าทางด่วนไหว ไม่ได้แปลว่ารัฐสร้างด่านเก็บเพิ่มได้เรื่อย ๆ

เราจ่าย 1,000 บาทค่าออกนอกประเทศไหว ไม่ได้แปลว่ารัฐอธิบายเหตุผลผ่าน ๆ แล้วก็เก็บได้เลย

.

ที่หลายคนรำคาญไม่ใช่เลข 1,000 บาท แต่มันคือการที่รัฐใช้ตรรกะ "เพราะคุณจ่ายไหว เลยต้องจ่าย" แล้วห่อด้วยเหตุผลสวย ๆ ว่าเอาไปช่วยคนอื่น

.

ลองวางตรรกะนี้ลงบนเรื่องอื่นดูนะครับ

.

เก็บคนซื้อรถใหม่ ไปช่วยคนไม่มีรถนะ

เก็บคนกินร้านมิชลิน ไปช่วยคนกินข้าวแกงนะ

เก็บคนสมัครฟิตเนส ไปช่วยคนป่วยนะ

.

ฟังดูเพี้ยน แต่นี่คือสคริปต์เดียวกันเป๊ะ แค่เปลี่ยนคำนามตรงกลาง

.

ปัญหาที่ 1: ตรรกะ "คนไปนอก = คนรวย" อันนี้ใช้ไม่ได้แล้ว

.

พ.ร.ก. ฉบับนี้คลอดเมื่อปี 2526 ปีนั้นการบินออกนอกประเทศคือเรื่องของคนมีฐานะ ตั๋วแพง วีซ่ายาก ใครได้ไปต่างประเทศคือกลุ่มบนของสังคม การเก็บภาษีจากกลุ่มนี้จึงสมเหตุสมผลในเชิงลดความเหลื่อมล้ำ

.

แต่ปี 2569 ไม่ใช่อย่างนั้นแล้ว

.

KResearch รายงานว่าหนึ่งในเหตุผลที่คนไทยเลือกเที่ยวต่างประเทศคือ "ราคาคุ้มกว่าเที่ยวในประเทศ" โดยยกตัวอย่างแพ็กเกจโปรโมชั่นไปเกาหลีใต้ 4 วัน 2 คืน ราคาต่ำสุดเฉลี่ย 6,000 บาท หรือไปเวียดนามราคาต่ำสุดเฉลี่ย 7,000 บาท ซึ่งราคานี้ใกล้เคียงกับทริปในประเทศหลายที่ด้วยซ้ำ

.

คนที่บินออกนอกวันนี้จึงไม่ใช่ "ผู้มีอันจะกิน" แบบยุคนั้น มันคือมนุษย์เงินเดือนที่เก็บโบนัสทั้งปีเพื่อพักผ่อนปีละหน

.

การใช้นิยาม "ผู้มีฐานะ" ของปี 2526 มาเก็บเงินคนปี 2569 จึงผิดยุคไปแล้ว

.

ปัญหาที่ 2: เงินที่เก็บไป ไม่ได้แก้ปัญหาที่ตั้งโจทย์ไว้

.

โจทย์ของรัฐคือ "อยากให้คนไทยเที่ยวในประเทศมากขึ้น"

.

เงินที่จะเก็บได้ประมาณ 10,000 ล้านบาทต่อปี (จากฐานคนไทยออกนอกปีละ 10 ล้านคน) จะเอาไปสมทบทุนเที่ยวคนละครึ่ง 10 ล้านสิทธิ์

.

คำถามที่ควรถามคือ ทำไมคนไทยถึงเลือกบินไปเกาหลีแทนที่จะไปเชียงราย?

.

KResearch ตอบไว้ตรงไปตรงมา: เพราะเที่ยวในประเทศไม่คุ้มเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ทั้งราคา ทั้งคุณภาพ ทั้งประสบการณ์

.

ปัญหาจริงจึงอยู่ที่โครงสร้างราคา ระบบขนส่ง มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยว ภาพลักษณ์ความปลอดภัย และคุณภาพบริการในประเทศ

.

แล้วรัฐแก้ยังไง? ลด VAT โรงแรม? อัปเกรดรถไฟไปเมืองรอง? พัฒนา Infrastructure? ทำให้บริการในประเทศแข่งกับเกาหลีได้?

.

เปล่าครับ เก็บเงินจากคนที่บินไปเกาหลี มาแจกคูปองให้คนที่อยู่บ้านไปเที่ยวเชียงราย โครงการจบ คนที่ใช้สิทธิ์ก็กลับมาบินเกาหลีต่อ เพราะปัญหาที่ทำให้เที่ยวในประเทศไม่คุ้มยังอยู่ที่เดิม

.

เราจ่าย 1,000 บาทเพื่อให้คนอื่นได้คูปองท่องเที่ยวฟรี แล้วทริปหน้าก็จ่ายอีก 1,000 เพื่อให้เขาได้คูปองอีกใบ ปัญหาเดิมยังอยู่ เราก็ยังจ่ายต่อ เขาก็ยังรับต่อ

.

นี่ไม่ใช่นโยบาย มันคือ Subscription ที่เราไม่ได้กดสมัคร

.

ปัญหาที่ 3: เพดานเปิดถึง 5,000 บาท

.

รายละเอียดที่คนไม่ค่อยพูดถึงในข่าวคือ พ.ร.ก. ฉบับนี้กำหนดเพดานเก็บได้สูงสุด 5,000 บาท

.

วันนี้บอกเริ่มที่ 1,000 เพราะ "เป็นตัวเลขที่เคยเก็บในอดีต"

ปีหน้าขยับเป็น 2,000 ก็ทำได้ตามกฎหมาย

ปีต่อไปอีก 3,000 ก็ยังอยู่ในกรอบ

.

โดยที่ไม่ต้องออกกฎหมายใหม่ แค่ปรับอัตราภายในเพดานเดิม

.

วันนี้ 1,000 บาทเราจ่ายไหว แต่กฎหมายไม่ได้ผูกเราไว้ที่ 1,000 มันผูกไว้ที่ 5,000 ต่างหาก

.

และอย่าลืมว่า มันมาในจังหวะที่ AOT ก็ขึ้นค่า PSC พอดี

.

นี่คือเหตุผลว่าทำไมการแยก 2 เรื่องตั้งแต่ต้นถึงสำคัญ

.

ถ้า Exit Fee ผ่าน ครม. ออกมาบังคับใช้จริงในจังหวะเดียวกับ PSC ใหม่ของ AOT ผู้โดยสารคนไทยจะเจอต้นทุนเพิ่ม:

.

- PSC ขึ้นจาก 730 8594; 1,120 = +390 บาท (เก็บทุกคนไทย ฝรั่งต่างชาติ)

- Exit Fee = +1,000 บาท (เก็บคนไทยเที่ยวนอก)

- รวมต้นทุนคนไทยไปเที่ยวนอกต่อทริปเพิ่ม 1,390 บาท

.

ที่ตลกคือ AOT เก็บค่า PSC จากทุกคนเพื่อพัฒนาสนามบิน อันนี้พอเข้าใจได้ คุณใช้ คุณจ่าย (แต่เท่าที่เห็นสนามบินก็ไม่ไหวจะเคลียร์อยู่นะ)

.

แต่ Exit Fee คือเก็บเฉพาะคนไทย เพื่อเอาไปทำคูปองให้คนไทยอีกกลุ่ม

.

แปลภาษาคนคือ รัฐกำลังจะบอกว่า คนต่างชาติบินเข้า-ออกไทย ไม่ต้องช่วยใคร แต่คนไทยที่ไปเที่ยวเกาหลี ต้องช่วยคนไทยที่ไปเชียงราย

.

เพราะคนไทยด้วยกัน "พอจะขอกันได้"

.

ภาษีคือเครื่องมือ แต่เครื่องมือก็ใช้ผิดได้

.

เราไม่ได้ค้านการเก็บภาษีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ภาษีแบบ progressive คือเครื่องมือที่ดีของรัฐสมัยใหม่ ใครรายได้สูงจ่ายมาก ใครรายได้น้อยจ่ายน้อย ตรงนี้ไม่มีใครเถียง

.

แต่เท่าที่เห็นรัฐหยิบมาใช้ เรารู้สึกว่ามันคือ เครื่องมือหาเสียงมากกว่าเครื่องมือลดความเหลื่อมล้ำ

.

เราไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำ ไม่อยากให้ช่วยคนลำบาก เห็นใจอยู่แล้ว

.

แต่คำถามคือ ทำไมต้องเป็นเราจ่ายนะ?

.

ใครคิดเห็นเรื่องนี้อย่างไร มาคุยกันครับ"

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...