‘กรณ์’ ลั่นฝ่ายค้านพร้อมสกัด พ.ร.ก.กู้เงิน ชี้ขัดรัฐธรรมนูญ ไร้เหตุจำเป็นเร่งด่วน
The Bangkok Insight
อัพเดต 08 พ.ค. เวลา 05.17 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. เวลา 05.17 น. • The Bangkok Insight"กรณ์" ลั่นฝ่ายค้านพร้อมสกัด พ.ร.ก.กู้เงิน ชี้ขัดรัฐธรรมนูญ ไร้เหตุจำเป็นเร่งด่วน
พรรคประชาธิปัตย์และพรรคประชาชน ร่วมมือกันรวบรวมรายชื่อ เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 4 แสนล้านบาท โดยมองว่ากระบวนการออกกฎหมายครั้งนี้อาจไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ที่กำหนดให้ต้องมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนเท่านั้น
นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันความพร้อมในการยื่นคำร้องต่อ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในช่วงวันที่ 11-12 พ.ค. นี้ พร้อมเชื่อมั่นว่ารายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่ร่วมลงชื่อมีจำนวนครบถ้วนตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดแน่นอน
นายกรณ์ แสดงความเชื่อมั่นว่าประธานสภาฯ จะดำเนินการส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญโดยเร็วภายในกรอบเวลา 2-3 วัน ซึ่งจะส่งผลให้กระบวนการทางกฎหมายเริ่มต้นขึ้นก่อนที่สภาฯ จะมีการพิจารณา พ.ร.ก. เงินกู้ฉบับนี้ในสัปดาห์หน้าตามกำหนดการเดิม
ฝ่ายค้านมองว่าเหตุผลที่รัฐบาลอ้างเรื่องวิกฤติน้ำมันแพงเพื่อขอกู้เงินนั้นไม่มีน้ำหนักเพียงพอ เนื่องจากมีวิธีการแก้ไขปัญหาอื่นที่สามารถทำได้ทันที เช่น การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน หรือการปรับเปลี่ยนสูตรคำนวณราคาน้ำมันให้เป็นธรรม ซึ่งไม่ต้องใช้วิธีก่อหนี้เพิ่ม
สำหรับโครงการคนละครึ่งที่มีกำหนดเริ่มในวันที่ 1 มิ.ย. นี้ นายกรณ์ เห็นว่ารัฐบาลสามารถใช้วิธีอื่นในการจัดหางบประมาณได้ เช่น การออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 4.4 หมื่นล้านบาทตามที่เคยหาเสียงไว้ ซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกต้องและโปร่งใสกว่าการออก พ.ร.ก.
ประเด็นที่รัฐบาลจะกู้เงินก้อนที่สองอีก 2 แสนล้านบาทในปี 2570 เพื่อใช้ในโครงการเปลี่ยนถ่ายพลังงานนั้น ยิ่งตอกย้ำว่าไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน เพราะหากต้องรอใช้เงินในปีหน้า รัฐบาลควรจัดทำเป็น พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีตามปกติ เพื่อให้เกิดการตรวจสอบอย่างละเอียดในสภาฯ
แม้พรรคประชาธิปัตย์จะไม่คัดค้านเนื้อหาโครงการ แต่การกู้เงินที่เกินความจำเป็นและขัดต่อหลักเกณฑ์รัฐธรรมนูญถือเป็นเรื่องที่น่ากังวล นายกรณ์ย้ำว่าการทำเช่นนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อวินัยการคลังและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หากศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาคำร้อง รัฐบาลจะต้องรอให้กระบวนการทางศาลเสร็จสิ้นก่อน ซึ่งมีกรอบเวลาพิจารณาไม่เกิน 60 วัน หากรัฐบาลมั่นใจว่าการออก พ.ร.ก. ครั้งนี้ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ไม่ควรมีความกังวลหรือพยายามเตะถ่วงการตรวจสอบในครั้งนี้
ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.ก. ดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย รัฐบาลจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะผลกระทบต่อโครงการต่างๆ รวมถึงต้องพิจารณาแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองตามความเหมาะสม เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานที่ถูกต้องต่อไป
นายกรณ์ ทิ้งท้ายด้วยความห่วงใย โดยตั้งข้อสังเกตว่าที่ผ่านมาปลัดกระทรวงการคลังเคยระบุว่าไม่มีความจำเป็นต้องออก พ.ร.ก. กู้เงิน แต่ทำไมเพียง 3 สัปดาห์รัฐบาลจึงเร่งรัดดำเนินการ หากปล่อยให้รัฐบาลใช้เงินได้โดยไม่มีข้อจำกัด อนาคตทางการคลังของประเทศอาจเสี่ยงต่อการล่มสลายได้
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- พรรคประชาชน เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญเบรก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน
- นายกฯ อนุทิน ยัน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ทูลเกล้าฯ แล้ว พร้อมแจงเจตนาสุจริตเพื่อประชาชน
- นายกรัฐมนตรี ลงนาม พ.ร.ก.กู้เงิน แล้ว ทุกบาททุกสตางค์ไม่รั่วไหล ขอให้เชื่อถือ!
ติดตามเราได้ที่