24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 1 พฤษภาคม 2569
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 1 พฤษภาคม 2569
>> รถตู้รับส่งนักเรียนยางแตก เสียหลักพุ่งลงข้างทาง ริมถนนหมายเลข 108 มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 10 กว่าราย ที่ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่
07.00 น. กู้ชีพบ้านแปะ รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุร รถตู้รับ-ส่งนักเรียน เสียหลักพุ่งลงข้างทาง ริมถนนหมายเลข 108 เยื้องๆ ทางเข้าวัดม่อนหิน ในพื้นที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่
ที่เกิดเหตุ พบรถตู้รับ-ส่งนักเรียน ยี่ห้อโตโยต้า สีฟ้า ลักษณะพุ่งลงข้างทาง เบื้องต้นพบว่า ขณะเกิดเหตุรถวิ่งอยู่บนทางตรง เกิดยางล้อหน้าด้านซ้ายแตกกะทันหัน ส่งผลให้ผู้ขับควบคุมรถไม่ได้ รถเสียหลักพุ่งลงข้างทาง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งสิ้น 15 ราย เป็นคนขับ อายุ 44 ปี ถูกนำส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ (สวนดอก) และ นักเรียนหญิง อายุ 16 ปี ได้รับบาดเจ็บกระดูกแขนหัก พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลจอมทอง ส่วนอีก 13 ราย ส่วนใหญ่เป็นนักเรียน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ล่าสุดแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ทั้งหมดแล้ว
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยังคงติดตามอาการผู้บาดเจ็บอย่างใกล้ชิด และให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ต่อไป
>> “จุลพันธ์” นำขบวนแรงงานเทิดพระเกียรติ ยื่น 8 ข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติ 2569
10.23 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เดินนำริ้วขบวนเทิดพระเกียรติ เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2569 พร้อมด้วยริ้วขบวนผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน และผู้ใช้แรงงาน เคลื่อนจากบริเวณแยก จปร. ถนนราชดำเนินนอก ไปยังลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก โดยมีการรวมพลังของแรงงานจากหลายภาคส่วนเพื่อสะท้อนข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ใช้แรงงานได้ยื่น 8 ข้อเรียกร้องสำคัญ อาทิ เร่งรัดการรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 และ 98 การจัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงให้ลูกจ้าง ยกเว้นภาษีเงินได้จากเงินชดเชยก้อนสุดท้ายไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท การเปิดสิทธิให้พนักงานรัฐวิสาหกิจสมัครเป็นผู้ประกันตน ม.40 รวมถึงการปรับปรุงสิทธิประกันสังคม เช่น เพิ่มค่าคลอดบุตรเป็น 30,000 บาท ขยายอายุผู้ประกันตนถึง 75 ปี และคุ้มครองโรคร้ายแรง นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้เข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน แก้ไขกฎกระทรวงที่กระทบสิทธิค่าล่วงเวลา และตั้งคณะทำงานติดตามผลภายใน 30 วัน พร้อมประชุมติดตามทุก 2 เดือน
>> รองโฆษกรัฐบาล เผย วันแรงงานแห่งชาติ 1 พ.ค. ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานพร้อมรับค่าจ้างปกติ หากทำงานต้องจ่ายเพิ่มไม่น้อยกว่า 1 เท่า
10.41 น. นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หากลูกจ้างต้องทำงานในวันแรงงานแห่งชาติ นายจ้างต้องจ่ายค่าทำงานในวันหยุดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ และหากมีการทำงานล่วงเวลา ต้องจ่ายค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ตามที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ “วันแรงงานแห่งชาติ” ซึ่งตรงกับวันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี ถือเป็นวันหยุดตามกฎหมายที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างเทียบเท่าวันทำงานปกติ เพื่อคุ้มครองสิทธิและสร้างหลักประกันด้านแรงงานอย่างเป็นธรรม
กรณีวันแรงงานแห่งชาติตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำหนดให้นายจ้างต้องจัดวันหยุดชดเชยในวันทำงานถัดไป เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิครบถ้วนตามกฎหมาย
สำหรับกิจการที่ไม่สามารถหยุดดำเนินงานได้ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร สถานพยาบาล หรือกิจการขนส่ง นายจ้างสามารถตกลงกับลูกจ้างเพื่อกำหนดวันหยุดชดเชยในวันอื่น หรือจ่ายค่าทำงานในวันหยุดแทนได้ตามความเหมาะสม
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองแรงงานอย่างต่อเนื่อง ยกระดับทุนมนุษย์และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างทั่วถึงและยั่งยืน เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานได้รับความเป็นธรรมและหลักประกันที่เหมาะสม พร้อมย้ำให้นายจ้างทุกแห่งปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยยึดประโยชน์ของลูกจ้างเป็นสำคัญ” นางสาวลลิดา กล่าว
>> นายกฯ อนุทิน คิกออฟ “ไทยช่วยไทย” ทั่วประเทศ ขายสินค้าคุณภาพ - ราคาถูก ลดภาระ ลดค่าครองชีพ
11.00 น. ณ อาคารโดม ตลาดบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตรวจเยี่ยมบูธจำหน่ายสินค้าในโครงการ "ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ" เพื่อติดตามการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด และพบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ร่วมเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคใส่รถเข็นจากบูธต่าง ๆ อาทิ ข้าวสาร ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และสินค้าอุปโภคจำเป็น พร้อมรับฟังมาตรการส่งเสริมและโปรโมชั่นจากผู้ประกอบการและร้านค้า ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และภาคเอกชน รวมถึงห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้อย่างทั่วถึง
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมบูธสินค้า OTOP ของจังหวัดนนทบุรี พูดคุยกับผู้ประกอบการท้องถิ่น พร้อมพูดคุยสอบถามพ่อค้าแม่ค้าอย่างใกล้ชิดถึงกระบวนการผลิตและการจำหน่ายสินค้า รวมทั้งได้ชิมขนมและผลไม้ท้องถิ่น เพื่อร่วมสนับสนุนและประชาสัมพันธ์สินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น สร้างรายได้ให้ชุมชน บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก โดยประชาชนทยอยเข้าร่วมเลือกซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการตอบรับที่ดีต่อโครงการ โดยนายกรัฐมนตรีได้ทักทายและถ่ายภาพร่วมกับประชาชนอย่างเป็นกันเอง
>> เพลิงไหม้ในอาคาร ศูนย์บริการรถยนต์ ซอยสุขุมวิท 66/1 อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
12.02 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยสุขุมวิท 66/1 ถนนสุขุมวิท แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารคอนกรีต 2 ชั้น ประกอบกิจการศูนย์บริการรถยนต์ ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ ชั้นล่าง บริเวณฝาผนังของโกดัง เพลิงลุกไหม้ ผนังกันสาด และหลังคา พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายประมาณ 10 ตารางเมตร อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้น้ำทำการดับถ่านและใช้พัดลมทำการระบายควัน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ประกายไฟจากการตัดโลหะ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพระโขนง
>> รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ถนนทางหลวงหมายเลข 41 จ.สุราษฎร์ธานี
12.20 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิกุศลศรัทธา ท่าฉางสายล่าง ว่ามีอุบัติเหตุ รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และมีผู้เสียชีวิต ถนนทางหลวงหมายเลข 41 ในพื้นที่ ต.เขาถ่าน อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน ระนอง ลักษณะชนกับ รถกระบะ โตโยต้า สีทอง ป้ายทะเบียน สุราษฎร์ธานี ตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นผู้ชาย เสียชีวิตที่ รพ.ท่าฉาง และผู้หญิง เสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าฉาง
>> สนง.เขตคันนายาว เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายจากเหตุวาตภัยในพื้นที่
13.30 นางสาวกัลยา บุญแดง ผู้อำนวยการเขตคันนายาว มอบหมาย นางชอ้อน วีระสุนทร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต พร้อมด้วย นายสมนึก ต้นโพธิ์ หัวหน้าฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายจากเหตุวาตภัยในพื้นที่เขตคันนายาว
ภายหลังได้รับรายงานว่ามีบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชน ได้รับผลกระทบจากลมพายุ โดยได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในบริเวณซอยรามอินทรา 107, รามอินทรา 44 แยก 8, ด้านหลังโรงพยาบาลสินแพทย์ และซอยนวมินทร์ 86
ในการนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้นของบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง และสภาพแวดล้อมโดยรอบ เพื่อรวบรวมข้อมูลและประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างเป็นระบบ โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ เข้าดำเนินการจัดเก็บเศษกิ่งไม้ และสิ่งกีดขวางทางสัญจร เพื่อเปิดทางและลดความเสี่ยงต่ออันตราย ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทศกิจได้ลงพื้นที่ดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร
ทั้งนี้ สำนักงานเขตคันนายาวจะนำข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่ไปประกอบการพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
>> รวบฆาตกรต่อเนื่อง ฆาตกรรมคนเร่ร่อน 3 จังหวัดภาคเหนือ
13.33 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ช้างเผือก ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัว นายปอ (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี หลังก่อเหตุคดีฆาตกรรมต่อเนื่องคนเร่ร่อนไร้บ้าน 3 ราย โดยสามารถจับกุมได้บริเวณหน้าตลาดช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่
คดีเริ่มแดงขึ้นเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 69 พบศพนายบุญเรือง ชายเร่ร่อน ถูกแทง จากนั้นเพียงวันเดียว (30 เม.ย. 69) พบศพชายเร่ร่อนรายที่ 2 บริเวณใต้สะพานขรัวสลีเวียงพิงค์ มีร่องรอยถูกทำร้ายเช่นกัน และจากการตรวจสอบย้อนหลังพบว่า เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 69 เคยเกิดเหตุในลักษณะเดียวกันที่ริมถนนสิงหไคล จ.เชียงราย ซึ่งคนร้ายลงมือทำร้ายคนเร่ร่อนจนเสียชีวิตเป็นศพแรก
การสืบสวนจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด จนพบเบาะแสสำคัญคือ คนร้ายสวมกางเกงขายาวลายช้างสีแดง และเสื้อแขนกุดสีดำ ปรากฏตัวในจุดเกิดเหตุทุกแห่ง จึงแกะรอยจนพบตัวนายปอซึ่งเป็นคนเร่ร่อนเช่นกัน พร้อมของกลางชุดที่ใช้ในวันก่อเหตุ นายปอ ให้การยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่าชายเร่ร่อนทั้ง 3 รายจริง เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาหนักฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการตาย เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
>> ตามรวบมนุษย์ป้า ไม่เข็ดคุก พ้นโทษไม่นานก่อเหตุซ้ำ หนีบเงินทอนโกงร้านสะดวกซื้อ
15.35 น. ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ร่วมกันจับกุม น.ส.นอ (นามสมมุติ) อายุ 54 ปี ฐาน “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน" โดยจับกุม ได้บริเวณข้างห้างสรรพสินค้าเเห่งหนึ่ง เขตบางนา กรุงเทพฯ
พฤติการณ์ ของคนร้ายรายนี้ คือจะที่ทำทีเข้าไปซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อ ก่อนจะใช้กลอุบาย “ยัดเงินทอนใต้รักแร้” แล้วโวยวายอ้างว่าพนักงานทอนเงินไม่ครบ เพื่อหลอกเอาเงินคืน จากการตรวจสอบข้อมูลโดยละเอียดของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าบุคคลที่ปรากฏในคลิปคือ น.ส.น้ำ ซึ่งเคยถูกจับกุมในคดีที่มีลักษณะเดียวกันมาก่อนหน้านี้แล้วเมื่อช่วงเดือน มิถุนายน 2568 โดยผู้ต้องหารายนี้เพิ่งพ้นโทษมาเมื่อช่วงต้นปี 2569 แต่กลับไม่เข็ดหลาบ ออกมาก่อเหตุซ้ำอย่างต่อเนื่อง โดยมักเลือกเหยื่อที่เป็นพนักงานวัยรุ่นเพื่อให้ง่ายต่อการเบี่ยงเบนความสนใจ
เนื่องจากพฤติการณ์ดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประกอบการในหลายพื้นที่ทั้งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ,ปทุมธานี และกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบทราบว่า น.ส.น้ำ ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่เขตบางนา จึงติดตามและจับกุมตัวได้
สำหรับพฤติกรรมของ น.ส.นอ ใช้ก่อเหตุนั้นจะเริ่มจากการทำทีซื้อสินค้าไม่เกิน 100 บาทโดยใช้ธนบัตร 1,000 บาทชำระเงิน เมื่อพนักงานทอนเงิน (ธนบัตร 500 และ 100 บาท) ให้แล้ว น.ส.น้ำจะแสร้งทำเป็นสินค้ามีปัญหาเพื่อดึงความสนใจพนักงาน ก่อนจะแอบนำธนบัตร 500 บาท ซ่อนไว้ที่ใต้รักแร้อย่างรวดเร็ว และอ้างว่าได้เงินทอนไม่ครบเพื่อขอคืนสินค้า และรับเงิน 1,000 บาท ของตนกลับคืนแล้ว จึงรีบหลบหนีไป หลังจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้นำตัวส่ง พงส.สภ.พระอินทร์ราชา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> สตช. เตรียมประสานทางการลาวตามหาหญิงไทยหายตัวปริศนา มูลนิธิกระจกเงายื่นหลักฐานเพิ่มเติม ขอให้ช่วยตามหา
16.00 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้การต้อนรับ นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ซึ่งได้นำครอบครัวของ นางสาวทัศนีย์ เข้าพบ เพื่อยื่นหนังสือขอความอนุเคราะห์ให้ช่วยประสานงานติดตามตัว นางสาวทัศนีย์ฯ ที่หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ทั้งนี้ นางสาวทัศนีย์ อายุ 46 ปี ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เดินทางออกจากประเทศไทยเพื่อไปท่องเที่ยวที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พร้อมกับอดีตสามีชาวอเมริกัน คือ นายจอร์จ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 จากนั้นได้ขาดการติดต่อกับครอบครัวตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2568 โดย นายจอร์จ เดินทางกลับเข้าประเทศไทยผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย เพียงลำพัง เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 และวันที่ 1 มกราคม 2569 ก็ได้เดินทางกลับประเทศสหรัฐอเมริกาโดยทันที โดยไม่ให้ข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับ นางสาวทัศนีย์ฯ อีกเลย ต่อมาวันที่ 7 มกราคม 2569 นางรัตนาฯ มารดาของ นางสาวทัศนีย์ฯ ได้เข้าแจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์
จากการสืบค้นข้อมูลของมูลนิธิกระจกเงา พบว่านางสาวทัศนีย์ฯ และนายจอร์จ คบหากันมากว่า 12 ปี แต่มีปัญหาความรุนแรงในครอบครัวมาอย่างต่อเนื่อง และนายจอร์จ เคยข่มขู่ไว้ว่าจะพานางสาวทัศนีย์ฯ ไปฆ่าที่ลาวเพื่อไม่ให้ใครหาเจอ และก่อเหตุจะเผาบ้านที่อยู่ด้วยกัน จนนางสาวทัศนีย์ฯ ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาค้อ มาช่วยระงับเหตุความรุนแรง และขอให้ผลักดันนายจอร์จกลับประเทศ
ทางมูลนิธิกระจกเงาได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จนพบร้านเช่ารถที่ทั้งคู่ใช้เดินทางในเมืองวังเวียง แต่ยังไม่สามารถดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์กับรถคันดังกล่าวได้เนื่องจากข้อจำกัดด้านอำนาจหน้าที่ อย่างไรก็ตาม การที่นางสาวทัศนีย์ฯ ขาดการติดต่อกับครอบครัวเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างมาก เพราะที่ผ่านมาไม่เคยขาดการติดต่อเลย เมื่อประกอบกับประวัติความรุนแรงที่อดีตสามีเคยกระทำไว้ ทำให้ครอบครัวกังวลว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น จึงขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วยประสานงานสืบสวนและติดตามหานางสาวทัศนีย์ฯ เพื่อนำตัวกลับคืนสู่ครอบครัวโดยเร็วที่สุด
>> รวบลุงวัย 60 ปลอมโปรไฟล์เป็นเด็กอายุ 15 หลอกคุยและตั้งกลุ่มคลิปอนาจารเด็กชาย
17.09 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ ได้รับข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับการครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กในพื้นที่ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ภายหลังออกสืบสวน พบพยานหลักฐาน จนกระทั่งตามไปรวบผู้ก่อเหตุได้ เป็นชาย อายุ 60 ปี มีพฤติกรรมชอบสะสมและเสพสื่อลามกอนาจารเด็กจำนวนมาก รวมทั้งมีพฤติกรรมสร้างความสนิทสนมกับเด็ก เพื่อล่อลวงที่อาจนำไปสู่การล่วงละเมิดทางเพศกับเด็กกว่า 100 ราย โดยติดตามจับกุมและเข้าตรวจค้นห้องพักในแฟลตแห่งหนึ่ง ซอยวิภาวดี-รังสิต 60 กรุงเทพมหานคร
ผลการตรวจค้น ชายรายนี้ อายุ 60 ปี อาชีพเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ยึดของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือยี่1เครื่อง ตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์พบภาพและวิดีโอคลิปลามกอนาจารเด็กผู้ชาย และยังพบว่าเป็นคนตั้งกลุ่มสื่อลามกอนาจารเด็กผู้ชายอีกจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบหลักฐานการปลอมโปรไฟล์เป็นเด็กชายอายุ 15 ปี เพื่อหลอกคุยกับเด็กผู้ชายในวัยเดียวกันเพื่อหวังล่อลวง
ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหา “ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองและผู้อื่น” และ “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดใด ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้น ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้” ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลไปยังแหล่งที่มาของสื่อลามกอนาจารเด็กดังกล่าว รวมทั้งเด็กที่อาจตกเป็นผู้เสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> รถกระบะ เสียหลักพุ่งตกคลองน้ำ ชายวัย 65 ปีคนขับเสียชีวิตในน้ำ จ.กาญจนบุรี
17.30 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิขุนรัตนาวุธ ตรวจสอบอุบัติเหตุ รถกระบะเสียหลักตกคลอง บริเวณคลองส่งน้ำ สะพานบ้านหนองหม้อแกง ในพื้นที่ ม.5 ต.พังตรุ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ มาสด้า สีดำ ป้ายทะเบียน ขอนแก่น ลักษณะพุ่งจมในคลองน้ำ เจ้าหน้าที่พร้อมด้วยชุดประดาน้ำ ลงพื้นที่งมค้นหาผู้สูญหาย ก่อนจะพบและดำเนินการนำร่างขึ้นฝั่ง ตรวจสอบเอกสาร ทราบต่อมา เป็นชายไทย อายุ 65 ปี ชาว อ.ท่าม่วง
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำรอง พร้อมแพทย์เวรร่วมตรวจสอบ ก่อนมอบให้อาสาสมัครนำส่งชันสูตรที่ รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๙ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป
>> โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ เตรียมเข้าร่วมประชุมอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ 7-9 พ.ค. เดินหน้านโยบาย Beyond Thailand เสริมบทบาทไทยในภูมิภาค
17.31 น. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ระหว่างวันที่ 7 – 9 พฤษภาคม 2569 ณ เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ซึ่งถือเป็นภารกิจการเดินทางต่างประเทศครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นโอกาสในการพบปะและหารือกับผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์โลก เสริมสร้างความร่วมมือในภูมิภาค และยืนยันบทบาทของไทยในฐานะประเทศสมาชิกที่มีบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในอาเซียน พร้อมทั้งใช้เวทีดังกล่าวในการผลักดันความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม และรักษาผลประโยชน์ของประเทศในมิติต่าง ๆ ท่ามกลางบริบทโลกที่มีความผันผวนทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และความมั่นคง
สำหรับการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 เป็นการประชุมระดับผู้นำประจำปีในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งมีเฉพาะประเทศสมาชิกอาเซียน และแขกของประธานเข้าร่วม โดยในปีนี้จัดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความตึงเครียด ทั้งจากการแข่งขันของมหาอำนาจและความขัดแย้งในภูมิภาคต่าง ๆ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ พลังงาน และห่วงโซ่อุปทาน
ทั้งนี้ ในการประชุมครั้งนี้ จะมีผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนและผู้แทนระดับสูงเข้าร่วมจากประเทศบรูไนดารุสซาลาม กัมพูชา อินโดนีเซีย สปป.ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ติมอร์-เลสเต และเวียดนาม รวมทั้งเลขาธิการอาเซียน ผู้แทนจากเมียนมา และธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) แขกของประธาน เข้าร่วมด้วย
>> อากาศร้อนจัดทำไฟไหม้กองขยะฟองน้ำเก่า ที่หมักหมมกว่า 10 ปี ทำไฟลุกไหม้รุนแรง กลุ่มควันทะมึนสูงมองเห็นทั้งจังหวัด
18.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พานทอง รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ ภายในพื้นที่ว่างเปล่าริมถนนสุขประยูร ขาเข้า อำเภอพนัสนิคม ช่วงบริเวณ หมู่ 1 ตำบลมาบโป่ง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นที่ว่างเปล่าซึ่งเป็นบ่อน้ำเก่ามีกองฟองน้ำพื้นรองเท้าและไส้ที่นอนที่นำมาทิ้งไว้กว่า 10 ปีและเนื่องจากเป็นป่ารกทึบและแห้งแล้งทำให้ไฟลุกไหม้และลามไปอย่างรวดเร็ว เกือบถึงบ้านเรือนประชาชน โชคดีที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมกำลังเข้าพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและฉีดน้ำดับไฟควบคุมเพลิงได้อยู่ในวงจำกัด ทำให้ไม่ได้ลุกลามเข้าสู่บ้านเรือนของประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง
จากการสอบถามนายศุภชัย แซ่เตียว นายกอบต.มาบโป่ง เปิดเผยว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าไฟได้ไม่กรองขยะเก่าซึ่งนำมาทิ้งลงบ่อน้ำเพื่อถมที่ซึ่งเป็นบ่อเก่าหลาย 10 ปีคาดว่าช่วงนี้น่าจะอากาศร้อนทำให้การหมักหมมมานานเกิดปฏิกิริยากับอากาศที่ร้อนจัดจึงทำให้ไฟประทุลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็วประกอบกับหญ้าที่อยู่บริเวณรอบด้านเกิดความแห้งแล้ง จึงเป็นชนวนไฟอย่างดีแต่ทางเนื่องจากรถดับเพลิงจากพื้นที่และใกล้เคียงเร่งรัดเข้ามาช่วยดับไฟทำให้อยู่ในวงจำกัดไม่ลุกลามเข้าสู่บ้านเรือนของประชาชน และไม่มีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย แต่ไฟลุกไหม้อย่างรุนแรงมองเห็นได้ไกล ก็อยากจะฝากเตือนถึงประชาชนช่วงนี้หน้าร้อนและแห้งแล้งบวกกับลมแรง อยากฝากถึงประชาชนหากมีการเผาขยะ หรือสูบบุหรี่แล้วทิ้งก้นบุหรี่ลงไปป่าหญ้า ก็ควรเฝ้าติดตามให้ดี ควรให้ไฟดับก่อน 100% ค่อยออกจากที่เกิดเหตุเพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามหญ้าและลามเข้าสู่บ้านเรือนของประชาชน อาจจะได้รับความเสียหายทางทรัพย์สิน
จากการตรวจสอบบริเวณบ่อดังกล่าวพบเศษฟองน้ำกระจายเขื่อนรอบพื้นที่ และพบว่าบอร์ดดังกล่าวมีการทิ้งฟองน้ำเก่ามานานกว่า 10 ปีเนื่องจากเอามาทิ้งเพื่อถมบ่อน้ำเพื่อปรับพื้นที่
>> คนร้ายใส่ชุดไรเดอร์อำพราง พกปืนบุกเดี่ยวเข้าห้าง ชิงทองรูปพรรณ มูลค่ากว่า 1.6 ล้าน ตร.สมุทรสาคร ตั้งทีมไล่ล่า
19.40 น. ศูนย์วิทยุ 191 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกเดี่ยวเข้าไปชิงทองรูปพรรณ ที่ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ซึ่งตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้า หมู่ 4 ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
จากนั้นจึงรายงาน พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.จักรพงศ์ ตราบดี ผกก.สภ.โคกขาม พ.ต.ท.ไชยภูมิ ฉลองภูมิ รอง ผกก.ป. นำกำลังสายตรวจและฝ่ายสืบสวน รุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบพนักงานร้านทองอยู่ในตกใจ ให้ข้อมูลคนร้ายเป็นชายสูงประมาณ 170 เซนติเมตร สวมเสื้อไรเดอร์ ใส่หมวกโม่งปิดบังใบหน้า เดินเข้ามาในร้าน แล้วชักอาวุธปืนพกสั้นแบบออโตเมติกขึ้นมาข่มขู่พนักงาน จากนั้นกระโดดข้ามตู้กระจกคว้าทองรูปพรรณรวมแล้วน้ำหนัก 23 บาท มูลค่าประมาณ 1.6 ล้านบาทวิ่งหลบหนีออกจากห้างไป
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.พิสิฐ สั่งการให้ชุดสืบสวนทั้งของ สภ.โคกขาม ชุดสืบสวน ภ.จว.สมุทรสาคร และชุดสืบสวนภูธรภาค 7 ตั้งทีมติดตามเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายมาให้ได้โดยเร็วที่สุด ขณะที่พิสูจน์หลักฐาน เข้ามาเก็บลายนิ้วมือแฝงที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานดำเนินคดีต่อไป
>> แผ่นดินไหว ขนาด 4.0 ที่ประเทศเมียนมา
21.51 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.0 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 278 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> เพลิงไหม้ภายในอาคาร ซอยลาดกระบัง 10 ประชาชนช่วยกันใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ
22.12 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ หอพักแห่งหนึ่ง ซอยลาดกระบัง 10 ถนนลาดกระบัง แขวงลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคาร 4 ชั้น ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 2 ภายในห้องเลขที่ 207 เพลิงลุกไหม้ อุปกรณ์ชาร์จโทรศัพท์มือถือ ลุกลามที่นอน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายประมาณ 3 ตารางเมตร ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่อุปกรณ์ชาร์จโทรศัพท์มือถือ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยลาดกระบัง
>> คุณลุง ขี่รถจักรยานยนต์เสียหลักชนต้นไม้ข้างทาง เสียชีวิตริมถนนภายในซอยวัดกู้ จ.นนทบุรี
22.30 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ เสียหลักชนต้นไม้ข้างทาง และมีผู้เสียชีวิต ภายในซอยวัดกู้ ใกล้เคียงปั๊มน้ำมันซัสโก้ ในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีขาว-ดำ ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะเสียหลักชนขอบทาง ก่อนพุ่งเข้าต้นไม้ริมทาง ผู้ขับขี่เสียชีวิต ในจุดเกิดเหตุ ตรวจสอบเอกสาร ทราบต่อมา คือ นายวิทยา อายุ 63 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด
>>หนุ่มวัย 26 ปีขี่รถจักรยานยนต์เสียหลักชนกับรถโฟล์คลิฟท์ข้างทาง เสียชีวิตริมถนนหมายเลข 3081 จ.กาญจนบุรี
01.47 น. อาสาสมัครมูลนิธิขุนรัตนาวุธ ได้รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถโฟล์คลิฟท์ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ริมถนนหมายเลข 3081 บริเวณใกล้เคียง ร้านขายเครื่องมือทางการเกษตร ในพื้นที่ ม.6 ต.ตะคร้ำเอน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สกูปปี้ สีดำ ล้มคว่ำสภาพรถพังเสียหาย ใกล้กันพบรถโฟล์คลิฟท์ สีเหลือง ที่จอดอยู่ข้างทาง สภาพมีร่องรอยการถูกเฉี่ยวชน ตรวจสอบพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบต่อมา คือ ชายไทย อายุ 26 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่ามะกา