การค้าชายแดน “เอกวาดอร์-โคลอมเบีย” วูบหนัก หลังสองชาติตั้งกำแพงภาษีใส่กัน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโบโกตา ประเทศโคลอมเบีย เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ว่ากลุ่มผู้ประกอบการภาคธุรกิจตามแนวชายแดนระหว่างเอกวาดอร์กับโคลอมเบียระบุว่า การไหลเวียนของสินค้าระหว่างทั้งสองประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจบีบให้ผู้คนหันไปพึ่งพาการลักลอบขนของผิดกฎหมายแทน เนื่องจากมาตรการภาษีศุลกากรในระดับสูง อันเป็นผลจากข้อพิพาททางการค้าที่รุนแรงขึ้น
ประธานาธิบดีดาเนียล โนโบอา ผู้นำเอกวาดอร์ ประกาศใช้ภาษีนำเข้าในอัตรา 100% ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา แต่รัฐบาลยังไม่ได้ระบุชัดเจนว่าผลิตภัณฑ์ใดบ้างที่ได้รับผลกระทบ ขณะที่รัฐบาลโคลอมเบียภายใต้การนำของประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร ประกาศใช้ภาษีในอัตราต่างกันที่ 35% 50% และ 75% กับสินค้าจากเอกวาดอร์ประมาณ 190 รายการ ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา
โนโบอาอ้างความชอบธรรมในการใช้มาตรการดังกล่าว โดยระบุว่า เกิดจากการขาดดุลการค้ากับโคลอมเบีย และความล้มเหลวของโคลอมเบียในการปราบปรามการค้ายาเสพติดบริเวณพรมแดนร่วมระยะทาง 586 กิโลเมตร ด้านโคลมเบียปฏิเสธมาตลอด
รัฐบาลเอกวาดอร์ระบุว่า มาตรการภาษีในช่วงแรกช่วยให้เอกวาดอร์ได้ดุลการค้ากับโคลอมเบียเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยเกินดุลรวม 62.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,045.07 ล้านบาท) ระหว่างเดือน ก.พ.-มี.ค. ปีนี้ เมื่อเทียบกับการขาดดุล 146 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,746.89 ล้านบาท) ในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568
ด้านกระทรวงพาณิชย์โคลอมเบียออกแถลงการณ์ ว่ามาตรการตอบโต้มีความเหมาะสม และเป็นความพยายามที่จะจำกัดผลกระทบ จากมาตรการภาษีของเอกวาดอร์ที่มีต่อเศรษฐกิจโคลอมเบีย
นอกจากนี้ โคลอมเบียระงับการขายไฟฟ้าให้แก่เอกวาดอร์ ซึ่งเป็นประเทศที่นำเข้ายาและยาปราบศัตรูพืชจำนวนมหาศาลจากโคลอมเบียอีกด้วย.
เครดิตภาพ : REUTERS