โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จับสัญญาณ กนง. ตรึงดอกเบี้ย เตือนระวังเก็งกำไรค่าเงินเพิ่มแรงกดดัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 02 พ.ค. เวลา 04.40 น.

ไม่มีเซอร์ไพรส์ เมื่อคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ตามคาด พร้อมคาดการณ์อัตราการเติบโตเศรษฐกิจปี 2569 ที่ 1.5% และปี 2570 ปรับลดเหลือ 2.0% จากเดิม 2.3% และคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 ที่ 2.9% จากเดิม 0.3% และปี 2570 อยู่ที่ 1.5% ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานคาดที่ 1.6% และปี 2570 ที่ 1.5%

โดย “ดอน นาครทรรพ” เลขานุการ กนง. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงถึงมุมมองของ กนง. ว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงผ่านการเพิ่มภาระต้นทุนให้กับภาคธุรกิจและการบั่นทอนกำลังซื้อของภาคครัวเรือน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นในปี 2569 แต่จะลดลงในปี 2570 ตามแรงกดดันด้านอุปทานที่คาดว่าจะทยอยคลี่คลาย

“คณะกรรมการเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันเป็นระดับที่เหมาะสมในการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อปรับสูงขึ้นชั่วคราวจากปัจจัยด้านอุปทานแต่ยังมีความไม่แน่นอนในระดับสูง จึงต้องติดตามผลกระทบของสงครามและปัจจัยอื่น ๆ ต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อในระยะต่อไป”

“ดอน” กล่าวด้วยว่า กนง.ได้ประเมินว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเบื้องต้นคาดว่าจะมีเม็ดเงินที่ 3 แสนล้านบาท ซึ่งจะมีผลต่อเศรษฐกิจ (จีดีพี) ราว 0.5-0.7% และภายหลังมาตรการภาครัฐหมดลงคาดว่าในปี 2570 เศรษฐกิจจะปรับตัวลง 0.50%

“เรามองเม็ดเงินขั้นต่ำ 3 แสนล้านบาท เพราะยังไม่รู้ว่าเม็ดเงินจริงจะออกมาเท่าไหร่ แต่ความเสี่ยงระยะข้างหน้ายังมีอยู่ จึงอาจจะทยอยออก เพื่อรักษา Fiscal Space เพราะตัวเลขตามข่าวที่ 4-5 แสนล้านบาทมีโอกาสชนเพดาน ดังนั้นจึงเร็วเกินไปที่จะประเมิน”

“เลขานุการ กนง.” ชี้ว่า การปรับขึ้นและลดดอกเบี้ยล้วนมีต้นทุนต่อเศรษฐกิจ ในอนาคตยังปิดประตูไม่ได้ทั้งนั้น เพราะขึ้นอยู่กับความเสี่ยงจะมีด้านไหนมากกว่ากัน ทั้งด้านเงินเฟ้อและเศรษฐกิจ โดยการปรับขึ้นและลงดอกเบี้ยจะอยู่ที่ดีมานด์และการคาดการณ์เงินเฟ้อ

ดร.อมรเทพ จาวะลา

ขณะที่ “ดร.อมรเทพ จาวะลา” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) กล่าวว่า การคงดอกเบี้ยเป็นแนวทางที่ปลอดภัยที่สุด และตรงตามหลักที่สุดแล้ว ซึ่งทางสำนักวิจัยฯ ก็มองคล้ายกับ กนง. คือ มองว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มโตต่ำกว่าที่คาด และเงินเฟ้อมีโอกาสพุ่งขึ้นแรง โดยเฉพาะช่วงครึ่งปีหลัง

“บทบาทของ กนง.เขาดู 3 เรื่องหลัก คือ การเติบโตของเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และเสถียรภาพตลาดเงิน ซึ่งตอนนี้ผมว่าโจทย์หลักไม่ได้อยู่ที่เรื่องเสถียรภาพ เพราะหนี้เสียอะไรต่าง ๆ มันควบคุมได้ ผมว่าโจทย์วันนี้ ธปท.ดู 2 เรื่องหลัก คือ การเติบโตของเศรษฐกิจ กับเงินเฟ้อ แต่ตอนนี้จะทำอะไรก็ผิดหมด จะลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่โตต่ำก็มีเงินเฟ้อค้ำอยู่ ซึ่งเลขาฯ กนง.ก็บอกว่าห่วงเงินเฟ้อ”

“ดร.อมรเทพ” กล่าวว่า จากโทนการสื่อสารของ กนง.มองได้ว่าหลังจากนี้ถ้าเงินเฟ้อยังพุ่งขึ้นสูง แล้วควบคุมได้ยาก เพราะมาจากฝั่งซัพพลาย แต่ถ้าเริ่มกระจายไปสู่อะไรที่มากขึ้น เช่น ค่าอาหารการกินทั่วไป ค่าเช่าแผงค้า ค่าของใช้ทั่วไป เป็นต้น จะเปลี่ยนจากเงินเฟ้อทั่วไปมาสู่เงินเฟ้อพื้นฐาน

“นอกจากเงินเฟ้อจะกระจายไปสู่สินค้าต่าง ๆ แล้ว อีกเรื่องคือมาตรการภาครัฐ วันนี้ยังไม่ได้คุยกันว่าภาครัฐจะออกมาตรการอะไร คนละครึ่งพลัสช่วยค่าครองชีพอย่างเดียว หรือจะอัดฉีดอะไรเพิ่ม ที่เตรียมกู้เงินกันอยู่ ทีนี้มันจะเกิด Demand-Pull Inflation หรือเงินเฟ้อจากฝั่งอุปสงค์มากขึ้น ซึ่งภาพตรงนี้จะเห็นชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ฉะนั้นที่คาดกันว่า กนง.จะคงดอกเบี้ยทั้งปีก็รู้กันอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ผมเตือน คือ Defensive Tightening หรือการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อป้องกันไว้ก่อน เพราะวันนี้เราเริ่มเห็นกันแล้ว ที่สหรัฐ นักวิเคราะห์เริ่มคุยกัน ว่าอาจจะเห็นการขึ้นดอกเบี้ย”

“ดร.อมรเทพ” กล่าวว่า มองไปข้างหน้าไทยและภูมิภาคอาเซียนจะเริ่มเจอหลายเรื่อง เช่น เงินไหลออก เสถียรภาพเริ่มมีปัญหา ค่าเงินอ่อน รวมถึงจะเริ่มมีสัญญาณการเก็งกำไรเงินบาทที่จะอ่อนค่ามากขึ้น ทำให้มีเงินโยกออกไปต่างประเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นแรงกดดันให้ขึ้นดอกเบี้ยได้ ทั้งนี้ ต้องบอกว่าเรามองดอกเบี้ยจะคงตลอดปีนี้ แต่สิ่งที่อยากจะย้ำจะเตือนว่าต้องระมัดระวังสัญญาณหลังจากนี้ โดยเฉพาะการประชุม กนง.รอบเดือน มิ.ย. ว่าความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางเป็นอย่างไร สัญญาณในต่างประเทศเป็นอย่างไร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับสัญญาณ กนง. ตรึงดอกเบี้ย เตือนระวังเก็งกำไรค่าเงินเพิ่มแรงกดดัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...