โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กทม. เปิดจุดรีไซเคิลปืนฉีดน้ำครั้งแรก รับมือขยะสงกรานต์หลักร้อยตัน

Amarin TV

อัพเดต 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
กทม.เปิดจุดรีไซเคิลปืนฉีดน้ำครั้งแรก รับมือขยะสงกรานต์หลักร้อยตัน สะท้อนโจทย์เมืองที่ต้องขยับจากปลายทางสู่การลดตั้งแต่ต้นทาง

สงกรานต์ผ่านไปแล้ว สิ่งที่ยังคงอยู่ในเมืองไม่ใช่แค่ความทรงจำของเทศกาล หากแต่เป็น “ปริมาณขยะ” ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน โดยเฉพาะในพื้นที่จัดงานหลักของกรุงเทพฯ อย่างถนนสีลมและถนนข้าวสาร ข้อมูลล่าสุดจาก กรุงเทพมหานคร ระบุว่า เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 เพียงวันเดียว กรุงเทพมหานครสามารถจัดเก็บขยะจากพื้นที่จัดงานต่าง ๆ ได้รวมกว่า 86.32 ตัน โดยมากกว่า 81% เป็นขยะทั่วไป รองลงมาคือขยะเศษอาหาร และขยะรีไซเคิล

หากแยกดูรายพื้นที่ จะเห็นว่าจุดท่องเที่ยวหลักยังคงเป็นแหล่งกำเนิดขยะสำคัญ โดย 5 อันดับพื้นที่ที่มีปริมาณขยะสูงสุด ได้แก่ ถนนสีลม 28.73 ตัน ถนนข้าวสาร 17.20 ตัน ไอคอนสยาม 6.87 ตัน ลานหน้า อสมท. 4.82 ตัน และคิง เพาเวอร์ รางน้ำ 3.33 ตัน

ปี 2569 กทม. เริ่มตั้งจุดรับรีไซเคิลปืนฉีดน้ำโดยเฉพาะ

ท่ามกลางขยะจำนวนมหาศาลนั้น มีหนึ่งชิ้นที่หลายคนอาจมองข้ามแต่กลับสะท้อนพฤติกรรมการบริโภคได้ชัดที่สุด นั่นคือ “ปืนฉีดน้ำพลาสติก” ของเล่นที่แทบจะถูกซื้อใหม่ทุกปี ใช้เพียงไม่กี่วัน แล้วจบลงด้วยการเป็นของชำรุดหรือถูกทิ้ง ทั้งที่ตัววัสดุเองเป็นพลาสติกที่ย่อยสลายยาก และเมื่อรวมกันในระดับเมืองก็กลายเป็นภาระที่ไม่เล็กเลย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ในสงกรานต์ปี 2569 กรุงเทพมหานคร เริ่มแนวทางใหม่ ด้วยการตั้ง “จุดรับรีไซเคิลปืนฉีดน้ำ” เป็นครั้งแรกใน 3 พื้นที่หลัก

  • สงกรานต์สีลม (เขตบางรัก)
  • สงกรานต์ถนนข้าวสาร (เขตพระนคร)
  • สวนเบญจกิติ (เขตคลองเตย) โดยสถิติการจัดเก็บปืนฉีดน้ำเฉพาะวันที่ 13 เม.ย. แยกได้ถึง 183 กระบอก (จุดรับถนนข้าวสารมียอดทิ้งสูงสุด 108 กระบอก) ส่งผลให้ยอดสะสม 3 วัน (11-13 เม.ย.) รวมแล้วกว่า 250 กระบอก

จากปืนฉีดน้ำสู่น้ำมันแนฟทา

สิ่งที่น่าสนใจของโครงการนี้ คือวิธีการกระบวนการรีไซเคิล เพราะปืนฉีดน้ำพลาสติกไม่ได้ถูกนำไปบดแล้วขึ้นรูปใหม่ทันทีเหมือนการรีไซเคิลทั่วไป แต่ถูกนำเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเชิงเคมี เพื่อเปลี่ยนกลับไปเป็น “น้ำมันแนฟทา (Naphtha)” ซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้นในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี

เมื่อกลับไปอยู่ในสถานะวัตถุดิบ พลาสติกเหล่านี้จึงสามารถถูกนำไปผลิตเป็น “พลาสติก” ที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับของใหม่ ก่อนจะถูกนำไปขึ้นรูปเป็นสินค้าอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ กระถางต้นไม้ ภาชนะ หรือแม้แต่เส้นใยสำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดยมี SCG Chemicals เป็นผู้สนับสนุนกระบวนการทั้งหมด

หรือเราควรเริ่มคิดตั้งแต่ก่อนซื้อ

หากมองให้ลึกลงไป การตั้งจุดรับรีไซเคิล ถือเป็นก้าวที่สำคัญในการสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการจัดการขยะ แต่ก็ยังเป็นการแก้ปลายทางของปัญหา เพราะเมื่อเทียบกับปริมาณขยะหลักร้อยตันที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่กี่วันของเทศกาล ปืนฉีดน้ำเป็นเพียงส่วนเล็กของภาพรวมที่ยังเต็มไปด้วยขวดพลาสติก แก้วน้ำ และบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวอีกจำนวนมาก ข้อมูลจาก กรมควบคุมมลพิษ ชี้ให้เห็นมาอย่างต่อเนื่องว่า ขยะพลาสติกในประเทศไทยจำนวนไม่น้อยยังไม่สามารถเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสุดท้ายต้องจบลงที่การฝังกลบหรือการเผาทำลาย ซึ่งล้วนมีต้นทุนทั้งในเชิงสิ่งแวดล้อมและงบประมาณของเมือง นั่นหมายความว่า ต่อให้ปลายทางถูกจัดการดีขึ้นเพียงใด หากต้นทางยังผลิตขยะในรูปแบบเดิม ปัญหาก็ยังคงวนซ้ำอยู่เช่นเดิม

โจทย์จึงอาจไม่ใช่แค่ ทิ้งอย่างไรให้ถูกต้อง แต่คือ “เราสามารถทำให้ไม่ต้องทิ้งเยอะขนาดนี้ตั้งแต่แรกได้หรือไม่” เพราะในความเป็นจริง ขยะทุกชิ้นล้วนเริ่มต้นจากการเป็นสินค้า ตั้งแต่ช่วงที่เราตัดสินใจซื้อและเลือกใช้งาน ตัวอย่างอย่างปืนฉีดน้ำ หากถูกออกแบบให้มีความทนทาน ใช้ซ้ำได้หลายปี หรือมีอะไหล่ให้เปลี่ยนแทนการซื้อใหม่ ก็สามารถลดปริมาณขยะได้ตั้งแต่ต้นทางทันที ขณะเดียวกัน ในหลายประเทศก็เริ่มมีแนวคิด “ระบบรับคืน” ที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคนำสินค้าใช้แล้วกลับเข้าสู่ระบบ เพื่อให้ผู้ผลิตเป็นผู้รับผิดชอบต่อวงจรชีวิตของสินค้า ซึ่งช่วยลดการทิ้งแบบไร้ปลายทางลงได้อย่างมหาศาล

ในวันนี้ สำหรับใครที่ยังออกไปสนุกกับเทศกาล สิ่งเล็ก ๆ ที่ทำได้ทันทีคือการเริ่มเลือกตั้งแต่ก่อนใช้ พกแก้วส่วนตัว ลดของที่ใช้ได้ครั้งเดียว เลือกของที่ใช้ซ้ำได้ หรือแม้แต่เก็บกลับมาใช้ต่อในปีหน้า และตั้งคำถามกับตัวเองว่า ในเทศกาลครั้งต่อไป เราจะยังเฉลิมฉลองแบบที่ทิ้งภาระไว้ให้เมืองหรือเราจะเริ่มออกแบบความสนุกในแบบที่ไม่ต้องแลกมากับขยะจำนวนมหาศาลตั้งแต่ต้นทาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...