“เวียดนาม” จ่อเปิดแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทฯ ครั้งแรก คาดเริ่ม Q2 ดึงยักษ์ใหญ่แห่ลงทุน
"เวียดนาม" จ่อเปิดแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทฯ ในประเทศไตรมาส 2 หลังมูลค่าธุรกรรมแตะ 2.2 แสนล้านดอลลาร์/ปี ดึงผู้เล่นรายใหญ่ร่วมทดสอบระบบภายใต้กฎใหม่ที่เข้มงวด
วันที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 11.41 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า เวียดนามกำลังก้าวสู่การเปิดตัวตลาดคริปโทฯ อย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยเตรียมเปิดแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทฯ ในประเทศภายในไตรมาส 2 ของปีนี้ ท่ามกลางความสนใจจากบริษัททั้งในและต่างประเทศที่เร่งเข้ามาจับโอกาสในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ข้อมูลจาก Chainalysis ระบุว่า เวียดนามติดอันดับ 4 ของโลกด้านการยอมรับคริปโตในปีที่ผ่านมา โดยมีมูลค่าธุรกรรมอยู่ที่ประมาณ 220,000–230,000 ล้านดอลลาร์ ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2567 ถึงมิถุนายน 2568 หรือเฉลี่ยมากกว่า 600 ล้านดอลลาร์ต่อวัน คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของ GDP ประเทศ
รัฐบาลเวียดนามได้ประกาศแผนทดลอง (sandbox) ระยะ 5 ปี เพื่อเปลี่ยนตลาดคริปโทฯ จากระบบนอกการกำกับดูแลไปสู่ระบบที่มีการควบคุมภายในประเทศ โดยกำหนดให้ผู้เข้าร่วมต้องเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศ มีคุณสมบัติเข้มงวด และโทเคนต้องมีสินทรัพย์จริงรองรับ พร้อมชำระด้วยเงินดอง
หนึ่งในผู้เล่นสำคัญที่เตรียมเข้าร่วมคือ CAEX ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง OKX แพลตฟอร์มคริปโตระดับโลก และ VPBank ธนาคารเอกชนรายใหญ่ของเวียดนาม โดยมี Sumitomo Mitsui Banking Corp. เป็นนักลงทุนเชิงกลยุทธ์
Star Xu ซีอีโอของ OKX ระบุว่า บริษัทตั้งเป้าสร้างแพลตฟอร์มคริปโทฯ ที่ได้รับการกำกับดูแลอันดับ 1 ในเวียดนาม พร้อมมองว่าคริปโทฯ จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินใหม่สำหรับคนรุ่นอินเทอร์เน็ตในอนาคต
ด้านNguyen Hong Trung ประธาน CAEX เผยว่าบริษัทอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการเตรียมความพร้อม ทั้งด้านเทคโนโลยี ความปลอดภัย และทีมงานผู้เชี่ยวชาญ โดย OKX จะเข้ามาช่วยเสริมทั้งด้านเงินทุน การดำเนินงาน และประสบการณ์ด้านกฎระเบียบจากหลายประเทศ
นอกจาก CAEX ยังมีบริษัทเวียดนามอีก 4 ราย ได้แก่ VIX, Techcom Securities, Sun Group และ LPBank ที่ยื่นขอเข้าร่วมโครงการนำร่อง ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อโอกาสได้รับอนุมัติ อย่างไรก็ตามรัฐบาลเวียดนามยังคงใช้แนวทางระมัดระวัง โดยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองนักลงทุนและป้องกันการฟอกเงินเป็นหลัก
นักวิเคราะห์จาก RMIT Vietnam มองว่า แม้กรอบกฎหมายของเวียดนามจะมีความชัดเจนและโปร่งใส แต่ยังขาดความยืดหยุ่นเมื่อเทียบกับศูนย์กลางคริปโทฯ ในภูมิภาค เช่น สิงคโปร์ ไทย และดูไบ ซึ่งอาจทำให้ดึงดูดเพียงเงินลงทุนระยะสั้น
อีกทั้งตลาดอาจมีสภาพคล่องต่ำในช่วงแรก เนื่องจากจำนวนแพลตฟอร์มที่ได้รับอนุญาตมีจำกัด ส่งผลให้ต้นทุนการซื้อขายสูงกว่าประเทศที่มีตลาดพัฒนาแล้ว
นอกจากนี้เวียดนามยังอยู่ระหว่างพิจารณานโยบายห้ามประชาชนซื้อขายคริปโตผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศ ซึ่งแม้มีเป้าหมายเพื่อควบคุมความเสี่ยง แต่ก็อาจผลักให้กิจกรรมบางส่วนย้ายไปสู่ตลาดนอกระบบ หากแพลตฟอร์มในประเทศยังไม่พร้อมรองรับความต้องการได้อย่างเต็มที่
อ้างอิง : asia.nikkei.com