โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรียนเขียนตั๋วเมืองกับปราชญ์น่าน เปลี่ยนภาษาโบราณให้กลับมามีลมหายใจ ที่บ้านตั๋วเมืองคุ้ม ๙

ONCE

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เพราะหมุดหมายแรกของการไปเยือนจังหวัดน่านคือวัดภูมินทร์

ภาพจิตรกรรมฝาผนังปู่ม่านย่าม่านกับตำนานกระซิบรักอันเลื่องลือดึงดูดให้เราอยากไปเห็นด้วยตาตัวเอง

ขณะยืนอยู่ด้านหน้าปู่ม่านย่าม่าน สายตาของเราไล่เรียงไปตามลายเส้นสีฝุ่นบนผนังปูนเก่าคร่ำ จังหวะการตวัดแปรงของช่างในอดีตช่างอ่อนช้อยงดงามเหนือกาลเวลา เราเดินสำรวจภาพจิตรกรรมฝาผนังทั่ววัดภูมินทร์ แอบส่องวิถีชีวิตชาวบ้านในอดีตจนไปสะดุดตากับภาพหญิงสาวหาบกระจาด

เรายืนพิจารณาตั๋วเมืองหรืออักษรล้านนาที่เขียนกำกับด้านบนภาพ อักขระกลมป้อมขดตัวแบบมีระเบียบ ดูขลัง ศักดิ์สิทธิ์ ในห้วงเวลานั้นเราทำได้เพียงยืนชื่นชมความงดงามพลางสงสัย เพราะอ่านตัวอักษรล้านนาไม่ออกแม้แต่คำเดียว

ความสงสัยระคนกลายเป็นแรงผลักดันให้เราตัดสินใจก้าวออกจากวัดภูมินทร์ มุ่งหน้าสู่หมุดหมาย ‘บ้านตั๋วเมืองคุ้ม ๙’ เพื่อไปเรียนเขียนตั๋วเมือง โดยมีความตั้งใจส่วนตัวคืออยากอ่านภาษาล้านนาให้ได้

นี่จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่เรามาเรียนเขียนตั๋วเมืองกับคุณพ่อบุญโชติ สลีอ่อน ปราชญ์ชุมชน ศิลปินผู้อยู่เบื้องหลังการวาดภาพฝาหนังวัด และคุณครูสอนเขียนตั๋วเมือง

บทเรียนที่หนึ่ง

“ภาษาล้านนาคือภาษาศักดิ์สิทธิ์ เป็นอักษรมงคลใช้จารึกพระธรรมเทศนา โหราศาสตร์มงคล และตำรายาในคัมภีร์ใบลานมานับพันปี พ่อเชื่อว่าโชคชะตาคงนำพาวาสนาให้พวกเรามาพบกัน แค่ลูกเขียนชื่อตัวเองเป็นภาษาล้านนาได้ มันก็เป็นบุญชีวิตแล้ว”

หัวใจสำคัญของการเรียนตั๋วเมืองคือต้องลืมรูปแบบการเขียนตามรูปศัพท์ของภาษาไทยกลางทิ้งไปก่อน ภาษาล้านนาเขียนตามการออกเสียงภาษาถิ่นเหนือ เช่น ภาษาไทยกลางใช้คำว่าผู้หญิง ในภาษาถิ่นเหนือใช้คำว่าแม่ญิง ดังนั้นตัวอักษรล้านนาจะเขียนแม่ญิง

บ้านเกิดภูมิลำเนาของเราอยู่ภาคกลาง ทำให้ต้องเรียนรู้คำศัพท์ภาษาไทยกลางคู่กับภาษาเหนือไปพร้อมกัน ส่วนช่างภาพสาวของ ONCE มีภูมิลำเนาบ้านเกิดอยู่ภาคเหนือ การเรียนเขียนตั๋วเมืองจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอเท่าไร

คุณพ่อบุญโชติแจกตารางเทียบพยัญชนะภาษาไทยกลางกับล้านนา มีแบ่งวรรคกับเศษวรรค ส่วนสระล้านนามี 2 รูปแบบ ได้แก่ สระลอยใช้เขียนด้านหน้าพยัญชนะ จะเป็นภาษาบาลีมี 8 ตัว และสระจมใช้ผสมกับพยัญชนะสำหรับอ่านเขียนภาษาล้านนาโดยเฉพาะ ส่วนที่แตกต่างจากภาษาไทยคือการวางตัวสะกดไว้ด้านล่าง นอกเหนือจากนี้ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมาย หากจะกล่าวถึงแบบละเอียด บทบันทึกประสบการณ์นี้คงกลายเป็นเนื้อหาเชิงวิชาการจนเกินไป

การเขียนพยัญชนะล้านนาเริ่มต้นเขียนจากหัวไปหางคล้ายภาษาไทยกลาง ลากจากล่างขึ้นบน คล้ายกับงอกเงยจากเมล็ดพันธุ์เติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่

เรากับช่างภาพเริ่มต้นเขียนภาษาล้านนา จรดชอล์กลงบนกระดาน หากมีบริเวณไหนผิดพลาดก็ใช้ฝ่ามือตบลงบนรอยชอล์กเบาๆ จนฝุ่นสีขาวฟุ้งกระจาย

บทเรียนที่สอง

“ทำไมคุณพ่อถึงสนใจภาษาล้านนา” เราถาม

คุณพ่อบุญโชติเริ่มต้นย้อนวันวานควานหาจุดเริ่มต้น ตอนอายุ 20 ต้นๆ คุณพ่อทำงานเป็นสล่า (หมายถึงช่างในภาษาล้านนา) เรียนรู้แบบครูพักลักจำ แบกนั่งร้าน คลุกคลีอยู่กับผงสี จนฝีมือแก่กล้ามายาวนานกว่า 30 ปี ปัจจุบันฝากผลงานจิตรกรรมบนฝาผนังไว้มากกว่า 30 วัดทั่วประเทศไทย

หนึ่งในความภูมิใจของคุณพ่อบุญโชติคือการร่วมวาดและบูรณะภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดหัวเวียงใต้ จังหวัดน่าน บอกเล่าเรื่องราวเหตุการณ์สำคัญในพุทธประวัติ ทั้งยังสอดแทรกวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้านไว้ เช่น ภาพการตำข้าวด้วยครกมองหรือการเลื่อยไม้ด้วยคน เพื่อเป็นบทบันทึกทางประวัติศาสตร์ให้ลูกหลานศึกษาเรียนรู้รากเหง้าของตนเอง

ในฐานะที่คุณพ่อบุญโชติศึกษาภาษาล้านนาจนเชี่ยวชาญ สามารถแบ่งปันความรู้ให้ผู้สนใจศึกษาภาษาล้านนาได้ แถมยังเคยเป็นสล่ามายาวนานถึง 30 ปี เราถือโอกาสถามข้อสงสัย ภาษาล้านนาบนภาพจิตรกรรมบนฝาผนังบ่งบอกถึงอะไรกันแน่

“มันคือคำบรรยายภาพ” คุณพ่อตอบ

ในสมัยก่อนการศึกษาเข้าถึงยาก ภาพจิตรกรรมบนฝาผนังจึงเปรียบดั่งตำราการเรียนการสอนของชุมชน แต่ลำพังเพียงภาพวาดอาจทำให้จินตนาการของผู้ดูเตลิดไปไกลจนผิดเพี้ยนไปจากเนื้อหา สล่าจึงต้องจารึกตั๋วเมืองไว้เป็นคำบรรยายภาพ เพื่อสร้างความเข้าใจว่า ตัวละครคือใคร กำลังทำอะไรอยู่กันแน่

ส่วนลำดับการอ่านภาพจิตรกรรมบนฝาผนัง ก็เริ่มอ่านจากด้านบนสุดเป็นแนวนอนวนรอบโบสถ์ ซึ่งด้านบนสุดส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องพุทธประวัติ เหตุการณ์สำคัญทางศาสนา สัตว์ป่าหิมพานต์ ตรงกลางคือโลกมนุษย์ มักจะแทรกเรื่องราวในชาดกกับวิถีชีวิตชาวบ้าน ส่วนด้านล่างสุดอาจเป็นเรื่องนรกภูมิ หรือบางที่ก็นิยมแทรกวิถีชีวิตชาวบ้านตั้งแต่ตรงกลางถึงด้านล่างสุด

การจารึกภาษาล้านนาลงเคียงคู่จิตรกรรมบนฝาผนัง คล้ายเป็นการบันทึกเสียงไว้กับภาพวาด เพื่อให้เนื้อหาถูกต้องแม่นยำ ไม่ตกหล่นไปตามกาลเวลา

บทเรียนที่สาม

ยามเข็มนาฬิกาเคลื่อนย้ายผ่านพ้นไป พร้อมกับบทสนทนาพรั่งพรูอยู่ในบ้านตั๋วเมืองคุ้ม ๙ กลิ่นอายประวัติศาสตร์บนผนังวัดภูมินทร์ที่เคยดูไกลตัว ก็ขยับเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากปลายนิ้ว

หลังจากทำความเข้าใจกับระบบการเขียนของภาษาล้านนา ทดลองขีดเขียนชื่อตัวเองมาหลายรอบ ถึงเวลาบันทึกความทรงจำลงบนย่าม สะพายประวัติศาสตร์ล้านนากลับบ้านไป

คุณพ่อบุญโชติส่งย่ามใบย่อมให้เราคนละใบ ใช้สีชอล์กร่างอักษรช้าๆ นี่คือขั้นตอนสุดท้ายของการเรียนเขียนตั๋วเมือง คือทุกคนจะได้รับกระเป๋าย่ามลายชื่อตัวเองในภาษาล้านนา

“เดี๋ยวนี้แทบไม่มีใครอ่านภาษาล้านนาได้แล้ว พ่อไม่อยากให้มันหายไปตามกาลเวลา เลยคิดจัดกิจกรรมสร้างสรรค์แบบนี้ขึ้นมา เพื่อให้ภาษาที่เคยดูไกลตัวขยับเข้ามาใกล้ตัวลูกหลานง่ายขึ้น แค่เริ่มจากเรียนรู้และเขียนชื่อตัวเองลงบนย่าม ภาษาล้านนาก็จะยังมีลมหายใจต่อไปได้ในชีวิตประจำวัน”

เวลาเพียง 3 ชั่วโมงในบ้านตั๋วเมืองคุ้ม ๙ ไม่ได้ทำให้เราอ่านภาษาล้านนาออกได้แตกฉาน อักขระกลมป้อมบนผนังวัดยังคงเป็นปริศนาสำหรับเราเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือความรู้สึกที่มีต่อตัวอักษรเหล่านั้น

ในวินาทีนี้เรากลับมองเห็นหัวใจของสล่าที่ซ่อนอยู่หลังภาพฝุ่น สัมผัสได้ถึงความตั้งใจบันทึกรากเหง้าตัวตนทางประวัติศาสตร์ ก่อนเปลี่ยนผ่านส่งต่อมาถึงมือเรา

ย่ามใบนี้ถือเป็นหลักฐานยืนยันว่า พวกเราสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำภาษาล้านนาออกมาจากคัมภีร์และผนังวัด ให้มาโลดแล่นอยู่ในชีวิตประจำวัน และจารึกคุณค่าของภาษาไว้ในสิ่งของข้างกาย

หากใครมีโอกาสมาเยือนน่าน เราขอชวนไปเรียนเขียนตั๋วเมือง (ภาษาล้านนา) กับคุณพ่อบุญโชติ สลีอ่อน ที่บ้านตั๋วเมืองคุ้ม ๙ โดยเราจะได้เรียนรู้ตั้งแต่การทำความรู้จักพยัญชนะ สระ ไปจนได้ทดลองเขียนชื่อตัวเองเป็นภาษาล้านนาลงบนย่าม พร้อมสะพายกลับบ้านไปพร้อมกับความภาคภูมิใจ

เรียนเขียนตั๋วเมือง (ภาษาล้านนา)
ที่อยู่ : บ้านตั๋วเมืองคุ้ม ๙ บ้านเลขที่ 9 ซอย 5 ถนนสุมนเทวราช ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน 55000
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ คุณพ่อบุญโชติ 08-9852-5457

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...