โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จับตาเส้นตายหยุดยิง 22 เม.ย. สหรัฐ เชื่ออิหร่านคืนโต๊ะเจรจา ปมตึงเครียดฉุดความคืบหน้า

The Bangkok Insight

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

จับตาเส้นตายหยุดยิง 22 เม.ย. สหรัฐ เชื่ออิหร่านคืนโต๊ะเจรจา ปมตึงเครียดฉุดความคืบหน้า เตหะรานไม่พอใจถูกยึดเรือ-ข่มขู่ ขณะปากีสถานเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพหารือรอบใหม่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหรัฐแสดงความเชื่อมั่นว่า การเจรจาสันติภาพกับอิหร่าน จะเดินหน้าต่อไปที่ประเทศปากีสถาน ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านระบุว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาเข้าร่วมหารือด้วย แต่ยังคงมีอุปสรรคสำคัญ และความไม่แน่นอนอยู่มาก ในขณะที่ข้อตกลงหยุดยิงใกล้จะหมดอายุลงทุกขณะ

จับตาเส้นตายหยุดยิง 22 เม.ย.

ข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลา 2 สัปดาห์ในสงครามครั้งนี้กำลังจะสิ้นสุดลง ในช่วงค่ำของวันพุธ (22 เม.ย.) ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับช่วงเช้าของวันพฤหัสบดี (23 เม.ย.) ตามเวลาไทย และแม้ว่าก่อนหน้านี้อิหร่านจะปฏิเสธการเจรจารอบสองในสัปดาห์นี้

แต่แหล่งข่าวในปากีสถานที่เกี่ยวข้องกับการหารือเปิดเผยว่า มีแรงหนุนที่อาจทำให้การเจรจากลับมาเริ่มต้นได้อีกครั้งในเร็ววันนี้

รายงานอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลวอชิงตันว่า เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ จะเดินทางไปยังปากีสถานเพื่อเตรียมการเจรจา ขณะที่มีรายงานว่า อิหร่านได้แจ้งต่อชาติคนกลางในภูมิภาคว่า จะส่งคณะผู้แทนเข้าร่วมการหารือเช่นเดียวกัน

ขณะที่เจ้าหน้าที่อิหร่านรายหนึ่งระบุว่า รัฐบาลอิหร่าน “มีท่าทีตอบรับในทางบวก” ต่อการเข้าร่วมเจรจา แต่ย้ำว่ายังไม่มีการตัดสินใจใด ๆ ในขณะนี้

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านได้ออกมาตำหนิสหรัฐอย่างรุนแรง กรณีการปิดล้อมท่าเรือ รวมถึงเหตุการณ์ที่กองกำลังสหรัฐเข้ายึดเรือพาณิชย์ “ทูสกา” ของอิหร่าน โดยระบุว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและเป็นอุปสรรคต่อกระบวนการทางการทูต

รายงานอ้างคำกล่าวของผู้บัญชาการทหารระดับสูงอิหร่านว่า กองทัพพร้อม “ตอบโต้อย่างเฉียบขาดและทันท่วงที” ต่อภัยคุกคามจากฝ่ายตรงข้าม ขณะที่เรซา อามิรี โมกาดัม เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำปากีสถาน ระบุผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า ประเทศที่มีอารยธรรมยิ่งใหญ่ จะไม่เจรจาภายใต้การข่มขู่หรือการใช้กำลัง

ด้านโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ หัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาของอิหร่าน กล่าวหาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าจงใจเพิ่มแรงกดดันผ่านมาตรการปิดล้อม โดยระบุว่าเป็นความพยายาม “เปลี่ยนโต๊ะเจรจา ให้กลายเป็นโต๊ะแห่งการยอมจำนน”

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ต้องการข้อตกลงที่ช่วยสกัดไม่ให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น และป้องกันความผันผวนในตลาดหุ้น พร้อมย้ำว่าอิหร่านจะต้องไม่มีขีดความสามารถในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่อิหร่านหวังใช้การควบคุมช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องต่อรอง เพื่อหลีกเลี่ยงการกลับสู่ภาวะสงคราม และผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร

ด้านแหล่งข่าวความมั่นคงทางทะเลเปิดเผยว่า เรือทูสกาของอิหร่านอาจบรรทุกสินค้าที่สามารถใช้งานได้ทั้งทางพลเรือน และทางทหาร ขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐระบุว่า ลูกเรือเพิกเฉยต่อคำเตือนหลายครั้ง และละเมิดมาตรการปิดล้อม

กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านประณามการยึดเรือ พร้อมเรียกร้องให้ปล่อยเรือ ลูกเรือ และครอบครัวโดยทันที พร้อมเตือนว่าจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ

ประธานาธิบดีทรัมป์ ระบุด้วยว่า อิหร่านจะยอมเข้าสู่โต๊ะเจรจา และหวังว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงที่เป็นธรรมได้ แต่ย้ำว่าอิหร่านจะต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์

ทั้งนี้ ปากีสถานกำลังเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพการเจรจา โดยมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ความมั่นคงจำนวนมากดูแลความปลอดภัยในกรุงอิสลามาบัด

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้ขู่ว่าจะทำลายโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอิหร่าน หากปฏิเสธเงื่อนไข ขณะที่อิหร่านตอบโต้ว่า หากถูกโจมตี ก็จะดำเนินการตอบโต้ต่อเป้าหมายในภูมิภาคเช่นกัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...