ความเหงาในวัยผู้ใหญ่ คือวันที่ไม่มีใครให้เล่าเรื่องเล็กๆ ในชีวิตให้ฟัง
ความเหงาในวัยผู้ใหญ่ คือการไม่มีใครให้เล่าเรื่องเล็กๆ ในชีวิตที่เจอให้ฟัง
.
“วันนี้เจอแมวที่ตลาดน่ารักมาก แต่ไม่รู้จะเล่าให้ใครฟัง”
“วันนี้กาแฟร้านประจำหมด เลยต้องลองร้านใหม่ แล้วดันอร่อยมากด้วย แต่ไม่มีใครให้บอก”
“วันนี้อากาศดีจนอยากไปเดินเล่น แต่ไม่มีใครชวน”
.
ถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่าคุ้นๆ นั่นแหละคือความเหงาแบบที่คนวัยผู้ใหญ่หลายคนรู้จักดี ไม่ใช่ความเหงาแบบที่กอดเข่านั่งร้องไห้คนเดียวในห้องมืดๆ แต่เป็นความเหงาเล็กๆ ที่แทรกอยู่ในชีวิตประจำวัน
.
ความรู้สึกที่ว่าเราเจอบางอย่างแล้วอยากเล่า แต่ไม่รู้จะเล่าให้ใครฟังดี ความเหงาแบบนี้กำลังเป็นที่พูดถึงใน X (Twitter) เราจึงอยากชวนมาสำรวจ ทำความเข้าใจ และหาทางออกจากเรื่องนี้ไปด้วยกัน
.
.
เมื่อโตขึ้น เราเรียนรู้ที่จะเก็บเรื่องเล็กๆ ไว้คนเดียว
.
ย้อนกลับไปสมัยเรียนมัธยม-มหาวิทยาลัย ช่วงเวลานั้นเรามีคนที่คุยด้วยได้แทบทุกเรื่อง ไม่ว่าจะกินอะไรมา เจอใครมา หรือโดนอาจารย์ว่า ไม่ว่าเรื่องเล็กแค่ไหนก็หยิบขึ้นมาเล่าได้ ไม่ต้องคิดเยอะ ไม่ต้องเรียบเรียงอะไรมาก เพราะเราเจอหน้าเพื่อนอยู่ทุกวันอยู่แล้ว
.
แต่พอโตขึ้น อะไรๆ ก็ไม่เหมือนเดิม เพื่อนแต่ละคนต่างมีชีวิตของตัวเอง มีงาน มีความรับผิดชอบ เวลาก็ไม่ตรงกัน บางคนก็ห่างเหินกันไปตามกาลเวลา
.
ทำให้เราเริ่มหยุดคิดก่อนจะทักหาใครว่า “เรื่องแค่นี้เอง เอาไว้ก่อนก็ได้” “เขาน่าจะยุ่งอยู่” “เรื่องนี้อาจจะน่าเบื่อไปสำหรับเขา” หรือ “เดี๋ยวค่อยเล่าตอนเจอกัน”
.
สุดท้ายก็ไม่ได้เล่าอะไรออกไป และเราก็ปล่อยให้มันผ่านไป พร้อมกับคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร
.
เราเริ่มกรองว่าอะไรสำคัญพอที่จะเล่า และเก็บส่วนที่เหลือไว้คนเดียว แต่ความจริงแล้ว เรื่องเล็กๆ ที่เรามองว่าไม่สำคัญอาจไม่ได้ไร้ความหมายอย่างที่คิด
.
งานวิจัยจาก Journal of Personality and Social Psychology พบว่า สิ่งที่ทำให้บทสนทนาของคนเรามีความหมาย ไม่ใช่แค่การพูดคุยเรื่องที่ดูน่าสนใจหรือยิ่งใหญ่เสมอไป แต่คือความรู้สึกว่า “อีกฝ่ายกำลังฟังเราอยู่จริงๆ”
.
การที่มีคนตอบสนองกัน ได้ฟังรายละเอียดเล็กๆ ในชีวิตของกันและกัน แม้จะเป็นเรื่องธรรมดาก็ทำให้บทสนทนานั้นมีความหมายขึ้นมาได้
.
นั่นหมายความว่า เรื่องเล็กๆ ที่เราเคยมองว่าไม่น่าจะสำคัญ อาจเป็นสิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ยังคงอยู่
.
การพูดคุยเรื่องแมวที่ตลาด กาแฟร้านใหม่ อากาศดีๆ วันนั้น ล้วนเป็นสิ่งที่คอยหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์ ไม่ใช่เรื่องไร้สาระอย่างที่เราเข้าใจ
.
.
ผลกระทบของความเหงา และก้าวแรกที่เราเริ่มได้วันนี้
.
ความเหงาเล็กๆ ที่เราเผชิญอาจไม่ใช่เรื่องเล็กอย่างที่คิด โดยเฉพาะถ้าเราปล่อยให้ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ
.
เพราะงานวิจัยของ Julianne Holt-Lunstad จาก Brigham Young University ชี้ว่าความเหงาส่งผลต่อสุขภาพเทียบเท่ากับการสูบบุหรี่ 15 มวน
.
และผลสำรวจมาตรวัดความเหงาครั้งแรกของไทยโดย สสส. ร่วมกับธนาคารจิตอาสา และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็พบว่าคนไทยถึง 83% รู้สึกเหงา โดยกลุ่มที่มีความเหงาสูงที่สุดคือพนักงานออฟฟิศ ซึ่งเป็นกลุ่มที่แวดล้อมด้วยผู้คนตลอดเวลา
.
จริงๆ ต้องบอกว่า ความเหงาไม่ได้เกิดจากว่าเราไม่มีใคร และไม่ได้วัดที่จำนวนคนรอบข้างเสมอไป แต่วัดที่ว่ามีสักคนไหมที่ฟังเราอยู่จริงๆ
.
เพราะบางทีเราอาจมีเพื่อนสนิทหรือครอบครัวที่รัก แต่ก็ยังรู้สึกเหงาได้ หากในความสัมพันธ์นั้นไม่มีพื้นที่ให้เล่าเรื่องเล็กๆ โดยไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังรบกวนใคร และไม่มีใครทำให้เรารู้สึกว่าการมีอยู่ของเราถูกมองเห็น
.
ลองสังเกตความแตกต่างสองอย่างนี้ดู นั่นคือความต่างระหว่าง “มีคนให้โทรหาเมื่อเกิดเรื่องใหญ่” กับ “มีคนที่อยากรู้ว่าวันนี้เราเป็นอย่างไรบ้าง” แบบแรกคือการมีระบบสนับสนุน แบบหลังคือการมีความสัมพันธ์ที่อบอุ่น และในวัยผู้ใหญ่หลายคนมีแบบแรก แต่ขาดแบบหลัง
.
ความเหงาแบบนี้แก้ได้ด้วยก้าวเล็กๆ ที่ไม่ต้องใช้ความกล้ามากนัก ลองส่งข้อความหาเพื่อนเรื่องอะไรก็ได้ที่พบเจอวันนี้ โดยไม่ต้องรอให้เป็นเรื่องสำคัญก่อน
.
หรือเมื่อมีใครเล่าเรื่องเล็กๆ ให้ฟัง ลองแค่อยู่กับเขาในช่วงเวลานั้น ไม่ต้องรีบหาคำตอบ หรือรีบแก้ปัญหา เพราะหลายครั้งความรู้สึกว่า “มีคนฟังเราอยู่จริงๆ” ก็เริ่มต้นง่ายๆ จากการที่เราเป็นคนฟังเขาอย่างตั้งใจก่อน
.
และถ้าวันนี้ยังไม่มีใครให้เล่าให้ฟัง การจดบันทึกก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี อย่างน้อยช่วงเวลาเล็กๆ ในวันนั้นก็ยังได้ระบายและเก็บเรื่องราวเอาไว้กับตัวเอง ไม่ได้ปล่อยให้มันผ่านไปเฉยๆ
.
หรือบางทีการลองหากิจกรรมใหม่ๆ ที่ทำให้เราได้เจอผู้คนที่มีความสนใจคล้ายกัน ก็อาจกลายเป็นโอกาสให้เราได้เชื่อมโยงกับใครบางคนอีกครั้งก็ได้
.
.
สุดท้ายแล้ว เราอาจไม่ได้ต้องการแค่คนที่อยู่เคียงข้างกันในวันที่แย่ที่สุด แต่ยังต้องการใครสักคนที่อยู่ฟังกันในวันที่ธรรมดาที่สุดด้วย
.
ฟังเรื่องกาแฟ ฟังเรื่องแมว ฟังเรื่องดินฟ้าอากาศ เรื่องเหล่านี้อาจดูเล็กมาก จนแทบไม่สำคัญอะไรเลย
.
แต่มันสำคัญตรงที่ “สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับเรา” และเราก็แค่อยากให้มีใครสักคนรับรู้ว่า เรื่องเล็กๆ เหล่านี้เคยเกิดขึ้นจริงๆ ในหนึ่งวันอันแสนธรรมดาของเรา
.
.
อ้างอิง
- Small Talk Isn’t As Boring As You Think—New Research Shows It May Be Good for Your Health : Jessica Rendall, Forbes - https://bit.ly/4mIuh5t
- “ความเหงา…ภัยเงียบอันตรายกว่าที่คิด” สสส.-ภาคีเครือข่าย ชวนคนไทยร่วมแคมเปญ “ทุกปัญหาดีขึ้นได้ด้วยการฟัง” เพื่อสร้างสังคมแห่งการรับฟัง : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - https://bit.ly/4top2ug
- Maintaining Wellness When You Feel You Have No One to Talk to : Mental Health Hotline - https://bit.ly/4vFIQe0
.
.
#trend
#relationship
#loneliness
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast