โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความเหงาในวัยผู้ใหญ่ คือวันที่ไม่มีใครให้เล่าเรื่องเล็กๆ ในชีวิตให้ฟัง

Mission To The Moon

เผยแพร่ 21 เม.ย. เวลา 06.28 น. • Mission To The Moon Media

ความเหงาในวัยผู้ใหญ่ คือการไม่มีใครให้เล่าเรื่องเล็กๆ ในชีวิตที่เจอให้ฟัง
.
“วันนี้เจอแมวที่ตลาดน่ารักมาก แต่ไม่รู้จะเล่าให้ใครฟัง”
“วันนี้กาแฟร้านประจำหมด เลยต้องลองร้านใหม่ แล้วดันอร่อยมากด้วย แต่ไม่มีใครให้บอก”
“วันนี้อากาศดีจนอยากไปเดินเล่น แต่ไม่มีใครชวน”
.
ถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่าคุ้นๆ นั่นแหละคือความเหงาแบบที่คนวัยผู้ใหญ่หลายคนรู้จักดี ไม่ใช่ความเหงาแบบที่กอดเข่านั่งร้องไห้คนเดียวในห้องมืดๆ แต่เป็นความเหงาเล็กๆ ที่แทรกอยู่ในชีวิตประจำวัน
.
ความรู้สึกที่ว่าเราเจอบางอย่างแล้วอยากเล่า แต่ไม่รู้จะเล่าให้ใครฟังดี ความเหงาแบบนี้กำลังเป็นที่พูดถึงใน X (Twitter) เราจึงอยากชวนมาสำรวจ ทำความเข้าใจ และหาทางออกจากเรื่องนี้ไปด้วยกัน
.
.
เมื่อโตขึ้น เราเรียนรู้ที่จะเก็บเรื่องเล็กๆ ไว้คนเดียว
.
ย้อนกลับไปสมัยเรียนมัธยม-มหาวิทยาลัย ช่วงเวลานั้นเรามีคนที่คุยด้วยได้แทบทุกเรื่อง ไม่ว่าจะกินอะไรมา เจอใครมา หรือโดนอาจารย์ว่า ไม่ว่าเรื่องเล็กแค่ไหนก็หยิบขึ้นมาเล่าได้ ไม่ต้องคิดเยอะ ไม่ต้องเรียบเรียงอะไรมาก เพราะเราเจอหน้าเพื่อนอยู่ทุกวันอยู่แล้ว
.
แต่พอโตขึ้น อะไรๆ ก็ไม่เหมือนเดิม เพื่อนแต่ละคนต่างมีชีวิตของตัวเอง มีงาน มีความรับผิดชอบ เวลาก็ไม่ตรงกัน บางคนก็ห่างเหินกันไปตามกาลเวลา
.
ทำให้เราเริ่มหยุดคิดก่อนจะทักหาใครว่า “เรื่องแค่นี้เอง เอาไว้ก่อนก็ได้” “เขาน่าจะยุ่งอยู่” “เรื่องนี้อาจจะน่าเบื่อไปสำหรับเขา” หรือ “เดี๋ยวค่อยเล่าตอนเจอกัน”
.
สุดท้ายก็ไม่ได้เล่าอะไรออกไป และเราก็ปล่อยให้มันผ่านไป พร้อมกับคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร
.
เราเริ่มกรองว่าอะไรสำคัญพอที่จะเล่า และเก็บส่วนที่เหลือไว้คนเดียว แต่ความจริงแล้ว เรื่องเล็กๆ ที่เรามองว่าไม่สำคัญอาจไม่ได้ไร้ความหมายอย่างที่คิด
.
งานวิจัยจาก Journal of Personality and Social Psychology พบว่า สิ่งที่ทำให้บทสนทนาของคนเรามีความหมาย ไม่ใช่แค่การพูดคุยเรื่องที่ดูน่าสนใจหรือยิ่งใหญ่เสมอไป แต่คือความรู้สึกว่า “อีกฝ่ายกำลังฟังเราอยู่จริงๆ”
.
การที่มีคนตอบสนองกัน ได้ฟังรายละเอียดเล็กๆ ในชีวิตของกันและกัน แม้จะเป็นเรื่องธรรมดาก็ทำให้บทสนทนานั้นมีความหมายขึ้นมาได้
.
นั่นหมายความว่า เรื่องเล็กๆ ที่เราเคยมองว่าไม่น่าจะสำคัญ อาจเป็นสิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ยังคงอยู่
.
การพูดคุยเรื่องแมวที่ตลาด กาแฟร้านใหม่ อากาศดีๆ วันนั้น ล้วนเป็นสิ่งที่คอยหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์ ไม่ใช่เรื่องไร้สาระอย่างที่เราเข้าใจ
.
.
ผลกระทบของความเหงา และก้าวแรกที่เราเริ่มได้วันนี้
.
ความเหงาเล็กๆ ที่เราเผชิญอาจไม่ใช่เรื่องเล็กอย่างที่คิด โดยเฉพาะถ้าเราปล่อยให้ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ
.
เพราะงานวิจัยของ Julianne Holt-Lunstad จาก Brigham Young University ชี้ว่าความเหงาส่งผลต่อสุขภาพเทียบเท่ากับการสูบบุหรี่ 15 มวน
.
และผลสำรวจมาตรวัดความเหงาครั้งแรกของไทยโดย สสส. ร่วมกับธนาคารจิตอาสา และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็พบว่าคนไทยถึง 83% รู้สึกเหงา โดยกลุ่มที่มีความเหงาสูงที่สุดคือพนักงานออฟฟิศ ซึ่งเป็นกลุ่มที่แวดล้อมด้วยผู้คนตลอดเวลา
.
จริงๆ ต้องบอกว่า ความเหงาไม่ได้เกิดจากว่าเราไม่มีใคร และไม่ได้วัดที่จำนวนคนรอบข้างเสมอไป แต่วัดที่ว่ามีสักคนไหมที่ฟังเราอยู่จริงๆ
.
เพราะบางทีเราอาจมีเพื่อนสนิทหรือครอบครัวที่รัก แต่ก็ยังรู้สึกเหงาได้ หากในความสัมพันธ์นั้นไม่มีพื้นที่ให้เล่าเรื่องเล็กๆ โดยไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังรบกวนใคร และไม่มีใครทำให้เรารู้สึกว่าการมีอยู่ของเราถูกมองเห็น
.
ลองสังเกตความแตกต่างสองอย่างนี้ดู นั่นคือความต่างระหว่าง “มีคนให้โทรหาเมื่อเกิดเรื่องใหญ่” กับ “มีคนที่อยากรู้ว่าวันนี้เราเป็นอย่างไรบ้าง” แบบแรกคือการมีระบบสนับสนุน แบบหลังคือการมีความสัมพันธ์ที่อบอุ่น และในวัยผู้ใหญ่หลายคนมีแบบแรก แต่ขาดแบบหลัง
.
ความเหงาแบบนี้แก้ได้ด้วยก้าวเล็กๆ ที่ไม่ต้องใช้ความกล้ามากนัก ลองส่งข้อความหาเพื่อนเรื่องอะไรก็ได้ที่พบเจอวันนี้ โดยไม่ต้องรอให้เป็นเรื่องสำคัญก่อน
.
หรือเมื่อมีใครเล่าเรื่องเล็กๆ ให้ฟัง ลองแค่อยู่กับเขาในช่วงเวลานั้น ไม่ต้องรีบหาคำตอบ หรือรีบแก้ปัญหา เพราะหลายครั้งความรู้สึกว่า “มีคนฟังเราอยู่จริงๆ” ก็เริ่มต้นง่ายๆ จากการที่เราเป็นคนฟังเขาอย่างตั้งใจก่อน
.
และถ้าวันนี้ยังไม่มีใครให้เล่าให้ฟัง การจดบันทึกก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี อย่างน้อยช่วงเวลาเล็กๆ ในวันนั้นก็ยังได้ระบายและเก็บเรื่องราวเอาไว้กับตัวเอง ไม่ได้ปล่อยให้มันผ่านไปเฉยๆ
.
หรือบางทีการลองหากิจกรรมใหม่ๆ ที่ทำให้เราได้เจอผู้คนที่มีความสนใจคล้ายกัน ก็อาจกลายเป็นโอกาสให้เราได้เชื่อมโยงกับใครบางคนอีกครั้งก็ได้
.
.
สุดท้ายแล้ว เราอาจไม่ได้ต้องการแค่คนที่อยู่เคียงข้างกันในวันที่แย่ที่สุด แต่ยังต้องการใครสักคนที่อยู่ฟังกันในวันที่ธรรมดาที่สุดด้วย
.
ฟังเรื่องกาแฟ ฟังเรื่องแมว ฟังเรื่องดินฟ้าอากาศ เรื่องเหล่านี้อาจดูเล็กมาก จนแทบไม่สำคัญอะไรเลย
.
แต่มันสำคัญตรงที่ “สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับเรา” และเราก็แค่อยากให้มีใครสักคนรับรู้ว่า เรื่องเล็กๆ เหล่านี้เคยเกิดขึ้นจริงๆ ในหนึ่งวันอันแสนธรรมดาของเรา
.
.
อ้างอิง
- Small Talk Isn’t As Boring As You Think—New Research Shows It May Be Good for Your Health : Jessica Rendall, Forbes - https://bit.ly/4mIuh5t
- “ความเหงา…ภัยเงียบอันตรายกว่าที่คิด” สสส.-ภาคีเครือข่าย ชวนคนไทยร่วมแคมเปญ “ทุกปัญหาดีขึ้นได้ด้วยการฟัง” เพื่อสร้างสังคมแห่งการรับฟัง : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - https://bit.ly/4top2ug
- Maintaining Wellness When You Feel You Have No One to Talk to : Mental Health Hotline - https://bit.ly/4vFIQe0
.
.
#trend
#relationship
#loneliness
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...