โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ข้อตกลงจะถูกแหกอีกครั้งและความดันทุรังของทรัมป์จะทำให้'จักรวรรดิอเมริกัน'ถูก'รัฐอารยธรรม'ทำลายล้าง

The Better

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER

แม้จะหยุดยิงกันแล้ว แต่มันแค่สองสัปดาห์

และสหรัฐอเมริกายังมีประวัติไม่ดีเรื่องการแทงข้างหลังอิหร่านทั้งๆ ที่กำลังเจรจากับอิหร่าน

ถึงสองครั้ง!

เรามาลุ้นกันดูซิว่าจะมีครั้งที่สามหรือไม่?

ผมเกรงว่าอิสราเอลจะเป็น 'สารตั้งต้น' ของการรบรากันอีกครั้ง เมื่อเชื่อดูข่าวเอาก็ได้ว่าในวันที่ชาวโลกกำลังถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่สหรัฐฯ กับอิหร่านหยุดยิง แต่อิสราเอลไม่แยแสเอาเลย กลับเดินหน้าถล่มเลบานอนต่อไป โดยบอกว่าไม่เกี่ยวข้อตกลงหยุดยิงกัลอิหร่าน

ทั้งๆ ที่ข้อตกลงหยุดยิง อิหร่านบอกว่าต้องรวมถึงการรบกันที่เลบานอนด้วย

นี่แหละครับ ผมถึงไม่ไว้วางใจ แต่ถ้าตลาดทุน ตลาดน้ำมันเขาวางใจ (ชั่วคราว) ก็ถือว่าดีไป กระนั้นก็อย่าเพิ่งไว้ใจร้อยเปอร์เซนต์

ทรัมป์อาจลงมืออีกครั้งก็ได้ เพราะเป้าหมายของทรัมป์คือ การล้มโครงการนิวเคลียร์อิหร่านให้หมดสิ้น แต่อิหร่านตั้งเงื่อนไขว่าจะต้องปล่อยพวกเขาดำเนินการต่อไป

ทั้งทรัมป์และเนทันยาฮูต่างไม่ต้องการสิ่งนี้ แต่ทรัมป์ยอมรับเงื่อนไขหยุดยิงกระทันหัน นั่นย่อมหมายความว่าเป็นการยอมรับแบบขอไปที

เจตนายังเป็นการทำลายอิหร่านเช่นเดิม

แต่ทรัมป์และเนทันยาฮูคิดอะไรเกินตัว รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีทางเอาชนะอิหร่านได้แต่ก็ยังดันทุรังที่จะทำ

ไม่ใช่แค่สองคนนี้เท่านั้น แต่ 'ชนชั้นนำ' ของตะวันตกทั้งหมดรวมหัวกันแทงข้างหลังอิหร่านมานักต่อนักแล้ว ก็เพื่อทำให้อิหร่านสิ้นความเป็นรัฐที่แข็งแกร่ง

อย่างที่ แอลี ฆอเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่านเคยกล่าวไว้เมื่อปี 2019 คราวที่ยุโรปทรยศข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านว่า “พวกเขาสวมสูท ใส่เนคไท ฉีดน้ำหอม และถือกระเป๋าเอกสารยี่ห้อแซมโซไนท์ แต่พวกเขากลับเป็นคนป่าเถื่อน”

โลกตะวันกตอาจเรียกตัวเองว่าเป็นเสาหลักของโลกศิวิไลซ์ แต่ในสายตาของอิหร่านการเป็นพวกมือถือสากปากถือศีล ไม่ผิดอะไรกับ 'อนารยชน'

แล้วพวกนี้ก็จะหักหลังอิหร่านอีกครั้ง

เพราะตราบใดที่ 'รัฐอิหร่าน' ไม่ล่มสลาย ตราบนั้นพวกนี้จะนอนตาไม่หลับ

ก่อนที่จะถึงเส้นตายถล่มอิหร่านให้ราบเป็นหน้ากลอง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐอเมริกา เขียนข้อความบนบัญชี Truth Social ว่า ของเขาว่า “อารยธรรมทั้งอารยธรรมหนึ่ง (A whole civilization) จะล่มสลายในคืนนี้ และจะไม่มีวันฟื้นคืนมาอีก ผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้น แต่ก็คงจะเกิดขึ้น” มีรายงานว่าเครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 กำลังมุ่งหน้าไปยังอิหร่านก่อนที่จะมีการประกาศข้อตกลงหยุดยิง

A whole civilization ที่เขาเอ่ยถึงนี้หมายถึงอิหร่าน

แม้ว่าทรัมป์ดูเหมือนจะไม่มีรสนิยมทางปัญญาหรือไม่มีภูมิปัญญามากนัก (คือไม่ใช่คน sophisticate หรือเป็น intellectual) แต่อย่างน้อยเขาก็เรียกอิหร่านอย่างถูกต้องว่าเป็น 'อารยธรรม' (civilization)

ในวงวิชาการมีคำๆ หนึ่งกำหนดเรียก 'รัฐ' บางแห่งเป็นพิเศษว่าเป็น 'รัฐอารยธรรม' หรือ Civilization state

มีไม่กี่รัฐหรือประเทศในโลกที่ได้รับสิทธิ์เรียกขานแบบนั้น และอิหร่านก็เป็นประเทศหนึ่ง

ที่เหลือคือ จีน อินเดีย บ้างก็ว่าอียิปต์และรัสเซียก็เป็นด้วย

'รัฐอารยธรรม' คืออะไร?

คนที่ใช้คำนี้คนแรกคือ ลูเซียน พาย (Lucian Pye) นักรัฐศาสตร์ชาวอเมริกัน ซึ่งพยายามจะอธิบายสถานะความเป็น 'รัฐ' ของจีนที่ไม่เหมือนรัฐตามนิยามของตะวันตก เพราะจีนเป็นประเทศที่ก่อตัวจากอารยธรรมโบราณ มีค่านิยมทางการเมืองของตนเองมาเป็นพันๆ ปี และสร้างอัตลักษณ์ทางการเมืองของตัวเอง การสืบทอดที่ยาวนานขององค์ประกอบเหล่านี้ทำให้จีนไม่เหมือนใครแม้จะคล้ายกับเป็นรัฐสมัยใหม่ตามนิยามของโลกตะวันตกแต่ก็ไม่ใช่เต็มตัว อย่างที่ พาย กล่าวว่า จีนคือ civilization-state, pretending to be a [nation-] state (รัฐอารยธรรม ที่แสร้งทำเป็นรัฐชาติ)

รัฐอารยธรรมจึงต้องเป็นรัฐที่มีค่านิยมและวัฒนธรรมทางการเมืองของตนเองที่สืบทอดมายาวนาน แม้จะดูเหมือนเป็นรัฐสมัยใหม่และมีระบอบการปกครองแบบสมัยใหม่ก็ตาม

อย่างที่มีคำกล่าวว่า อารยธรรมโบราณ (Ancient civilization) ที่ยังดำรงอยู่ไม่สูญหายไปไหนเหลือเพียงสองอารยธรรมเท่านั้น คือ จีนและอินเดีย

แม้จีนและอินเดียจะวิวัฒนาการเป็นรัฐชาติหรือรัฐสมัยใหม่ แต่ทั้งสองยังคงรักษาตัวตนที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์เอาไว้ได้ แม้จีนจะรับเอาวัฒนธรรมอินเดียเข้ามา (ศาสนาพุทธ) และเปลี่ยนชนชาติที่ปกครองไปตามราชวงศ์ต่างๆ แม้แต่กลายเป็นรัฐสมยัใหม่ที่มีระบอบการปกครองแบบตะวันตก (สังคมนิยม-คอมมิวนิสต์) แต่ "จีนก็ยังเป็นจีน" ไม่เคยเสียแก่นแท้ของตนเอง

เช่นดียวกับอินเดีย แม้อินเดียจะถูกครอบงำโดยศาสนาอิสลามบางช่วง กลายเป็นอาณานิคมของตะวันตกบางเวลา และตอนนี้เป็นประชาธิปไตยแบบสากล แต่การเมืองของอินเดียก็ยังตั้งอยู่บนตัวตนเดิมที่ไม่เคยขาดช่วงจากยุคโบราณ

รัฐอารยธรรมแบบนี้จึงมีลักษณะเดียวกันอย่างหนึ่งคือ แม้จะถูกอิทธิพลอื่นแทรกเข้ามา หรือบางครั้งอาจจะอ่อนแอลง แต่จะไม่มีวันล่มสลาย เพราะตัวตนของอารยธรรมยังคงอยู่

อิหร่านก็เป็นรัฐอารยธรรมเช่นกัน

อิหร่านเป็นที่ตั้งของอารยธรรมโบราณที่เก่าแก่พอๆ กับจีนหรืออินเดีย แม้จะถูกครอบด้วยศาสนาอิสลาม แต่ก็ยังสามารถรักษาความเป็นตัวของตัวเองเอาไว้ได้ เช่น ภาษาและวัฒนธรรมเปอร์เซียที่แตกต่างจากความเป็นอาหรับ รวมถึงยังรักษาศาสนาเดิมที่กำเนิดในเปอร์เซียเอาไว้ คือศาสนาโซโรอัสเตรียน

อารยธรรมเปอร์เซียทรงอิทธิพลขนาดที่ว่าในช่วงเดียวกับที่ศาสนาอิสลามแผ่นจากเปอร์เวียไปยังเอเชียใต้ แทนที่วัฒนธรรมอาหรับจะครอบงำเอเชียใต้ กลับกลายเป็นวัฒนธรรมเปอร์เซียที่ทรงอิทธิพล และยังแผ่วัฒนธรรมเปอร์เซียข้ามมายังไทยด้วยซ้ำ

ความภาคภูมิใจในความเป็นอารยธรรมโบราณของชาวอิหร่านไม่เคยจางหายไป พวกเขายังคงเรียกตัวเองเป็นลูกหลานของพระเจ้าไซรัสมหาราช 'พระเจ้าสิบทิศ' ผู้ปกครองตะวันออกกลางและเอเชียกลาง และเป็นคนนอกศาสนาคนเดียวในคัมภีร์ของชาวยิวที่ได้รับการยกย่องเป็นราชาผู้ประเสริฐ เพราะทรงเมตตาต่อชาวยิวและชนชาติต่างๆ และทรงปกครองแผ่นดินโดยธรรม

นี่คือแม่แบบของรัฐศาสตร์แบบเปอร์เซีย ที่สืบทอดมาจากประวัติศาสตร์โบราณและบุคคลสำคัญของยุคโบราณ

แม้อิหร่านจะถูกรุกรานจากใครก็ตาม แม้จะแพ้บ้าง ราชวงศ์สับเปลี่ยนกันไปบ้าง ระบอบการปกครองหมุนเวียนไปตามกาล แต่ตัวตนของอารยธรรมโบราณไม่เคยสูญเสียไป

ตัวตนโบราณและความเป็นรัฐอารยธรรมของจีน อินเดีย และอิหร่านไม่เคยหายไป เพราะมันไม่ได้อยู่ที่ระบอบการปกครองหรืออาณาเขต (ตามเงื่อนไขการเป็นรัฐสมัยใหม่) แต่อยู่ในจิตในของผู้คน

ดังนั้น เมื่อทรัมป์บอกว่า “อารยธรรมทั้งอารยธรรมหนึ่งจะล่มสลาย" เขาไม่รู้ตัวว่าเขากำลังพูดอะไรออกไป

เพราะการทำลายรัฐอารยธรรมแบบอิหร่านให้สิ้นซากได้ หมายถึงการทำลาย 'ดีเอ็นเอความเป็นอิหร่าน' ในตัวชาวอิหร่านทุกคน

แม้แต่ชาวอิหร่านพลัดถิ่น (ที่สนับสนุนราชวงศ์ปาห์ลาวี) ที่พยายามจะโค่นระบอบการปกครองปัจจุบันก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของรัฐอารยธรรมอิหร่าน คนพวกนี้แม้จะเชียร์ทรัมป์ให้เปลี่ยนแปลงการปกครองอิหร่าน แต่พวกเขาจะไม่มีวันยอมให้ทรัมป์ทำลายอารยธรรมอิหร่านเป็นอันขาด

และอิหร่านโบราณเคยเอาชนะจักรวรรดิโบราณอย่างจักรวรรดิโรมันมาได้แล้ว แล้วยังเอาชีวิตรอดจากการบดขยี้ของจักรวรรดิมองโกลมาได้ กับอีแค่จักรวรรดิสหรัฐอเมริกาที่มีอายุไม่กี่ปี ไม่มีทางที่จะโค่นล้มรัฐอารยธรรมที่มีประสบการณ์สูงได้อย่างแน่นอน

ตรงกันข้าม จักรวรรดิอเมริกันที่กำลังอยู่ในช่วงขาลงอยู่แล้ว กลับอ่อนแอลงและไร้ความน่ายำเกรงลงไปอีกหลายเท่า เพราะข่มอิหร่านไม่ลง ไม่เพียงแหกกฎหมายระหว่างประเทศเสียเอง แต่ยังไม่สามารถรักษาระเบียบความมั่นคงของโลกได้อีก

กฎหมายระหว่างประเทศและระเบียบความมั่นคงของโลก เป็นสิ่งที่จักรวรรดิอเมริกันพยายามโฆษณาตนว่าเป็น 'ผู้พิทักษ์' มาโดยตลอด แต่แล้วกลับแหกทั้งสองอย่าง คือ โจมตีอิหร่านอย่างผิดกฎหมาย ทรัมป์ข่มขู่จะโจมตีเป้าหมายพลเรือนซึ่งถือเป็นการกระทำของอาชญากรสงคราม

พออิหร่านควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐฯ ก็ยังไม่อาจช่วงชิงมาได้ เท่ากับหมดสภาพการเป็นผู้คุ้มครองความมั่นคงของโลก

รัฐบริวารพากันตีตัวออกห่าง ทั้งยังหันไปเจรจากับอิหร่านโดยตรง นี่แสดงถึงการแปรพักตร์ที่ทำลายอำนาจทางการเมืองกันต่อหน้าต่อตา

ดังนั้น สงครามกับอิหร่านคือปฐมบทของการล่มสายของจักรวรรดิอเมริกันอย่างแท้จริง

ความเป็นจักรวรรดิ (Empire หรือการเป็นจักรวรรดินิยม คือ Imperialism) นั้นไม่ได้วัดกันที่แสนยานุภาพและการมีรัฐบริวารมากมายเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่วัดกันที่อำนาจครอบงำทางเศรษฐกิจ

จักรวรรดินิยมสหรัฐฯ ชี้นิ้วสั่งไปทั่วโลกได้เพราะอำนาจของเงินดอลลาร์ที่ผูกกับการค้าน้ำมัน ซึ่งอิหร่าน จีน และรัสเซียพยายามปลดแอกจากการครอบงำนี้ แต่ยังไม่คืบหน้า

จนกระทั่งอิหร่านใช้โอกาสนี้ทำลายเงินดอลลาร์จากการค้าน้ำมัน (Petrodollar) ลงซะพร้อมๆ กัน แม้จะยังไม่เห็นผล แต่นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ เพราะมันเกิดขึ้นพร้อมกับการล่มสลายของอำนาจทางการเมืองของจักรวรรดิอเมริกันใน 'สงครามอ่าว 3.0'

กลายเป็นว่าทรัมป์ทำลายรัฐอารยธรรมไม่ได้ แถมยังถูกรัฐอารยธรรมบั่นทอนจนเสื่อมสภาพลงอีกด้วย

แต่ทรัมป์จะยังไม่ตระหนัก เพราะเขาหลงละเมอกับทั้งตัวเอง (เหมือนเป็น Narcissistic Personality Disorder) และหลงในอำนาจของจักรวรรดิอเมริกันว่าจะจีรังยั่งยืนชั่วกาล (Political Delusions) ทำให้เขาจะทำผิดพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า และหักหลังอิหร่านและชาวโลกอีกครั้ง แล้วทำสงครามต่อไป แต่มันจะยิ่งทำให้รัฐอารยธรรมแข็งแกร่ง และจักรวรรดิเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

กล่าวกันว่า จักรวรรดิหนึ่งๆ มีอายุ 250 ปีเท่านั้น (Empires only last 250 years) แม้นี่จะไม่เป็นความจริง เป็นแค่มีมในอินเทอร์เน็ต แต่ก็สามารถนำมา 'เล่นมีม' กับสหรัฐฯ ได้แล้วเพราะสหรัฐฯ กลายเป็นตัวตลกไปแล้ว

สหรัฐอเมริกาแม้จะตั้งมา 249 แต่เพิ่งเป็นจักรวรรดิเมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นี่เอง

ไม่ทันไรก็จะล่มสลายลงแล้ว

บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better

Photo - ภาพประติมากรรมที่นาคช์-เอ รอสตัม (Naqsh-e Rostam) ประเทศอิหร่าน แสดงเหตุการณ์ครั้งที่พระเจ้าชาปูร์ที่ 1 แห่งจักรวรรดิซาสาเนียนแห่งอิหร่านโบราณ ทรงมีชัยชนะเหนือจักรพรรดิโรมันสองพระองค์ คือ วาเลเรียนและฟิลิปแห่งอาหรับ ด้านหลังกษัตริย์คือคีร์ติร์ มูบาดาน มูบาด ('มหาปุโรหิต') นักบวชโซโรแอสเตอร์ที่มีอำนาจมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของอิหร่าน (ภาพโดย Sahand Ace / CC BY-SA 4.0)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...