โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สหรัฐฯ-อิหร่านยอมรับ “แผนหยุดยิง 2 สัปดาห์” อิหร่านตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ที่มาภาพ:เพจ Facebook The White House

สหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้ตกลงยอมรับข้อเสนอหยุดยิงเมื่อวันอังคารตามเวลาสหรัฐ เพียงไม่ถึงสองชั่วโมงก่อนจะถึงเส้นตายที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดไว้ว่าอิหร่านต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ มิเช่นนั้น “อารยธรรมทั้งหมดจะต้องพินาศ”

ปากีสถานซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางได้เสนอทางออกเพื่อลดความตึงเครียด โดยเสนอให้ทรัมป์ตกลงขยายกำหนดเวลาออกไปสองสัปดาห์ ขณะที่อิหร่านควรอนุญาตให้การจราจรทางทะเลผ่านช่องแคบได้ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว อิหร่านตกลงรับข้อเสนอนี้ โดยระบุว่ากองทัพจะประสานงานเพื่อความปลอดภัยในเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซที่สำคัญนี้

นายกรัฐมนตรีปากีสถานกล่าวว่าข้อตกลงนี้ครอบคลุมถึงเลบานอนด้วย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ที่อิหร่านหนุนหลังกำลังปะทะกับอิสราเอล

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จะแถลงข้อมูลอัปเดตในเวลา 08.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ วันพุธนี้

แม้ว่าข้อตกลงนาทีสุดท้ายนี้จะช่วยยับยั้งสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองและการทหารระบุว่า “อาจเป็นการก่ออาชญากรรมสงครามโดยสหรัฐฯ” แต่สถานการณ์ยังคงไม่น่าไว้วางใจนัก

รัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถานบรรลุข้อตกลง สรุปความคืบหน้าให้ซาอุดีอาระเบีย อียิปต์ และตุรกี

เมื่อช่วงค่ำวันอังคาร( 7 เมษายน 2569) ตามเวลาสหรัฐ นายอิสฮาค ดาร์ (Ishaq Dar) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของปากีสถาน ได้บรรยายสรุปแก่รัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดีอาระเบีย อียิปต์ และตุรกี ถึงความพยายามของรัฐบาลอิสลามาบัดในการส่งเสริมการหารือและการเจรจาทางการทูต เพื่อมุ่งหน้าสู่สันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค

กระทรวงการต่างประเทศระบุว่า นายดาร์และเจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน (Faisal bin Farhan) รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ได้ร่วมกันหารือถึงสถานการณ์ในภูมิภาค นอกจากนี้ นายดาร์ยังได้พูดคุยกับนายบัดร์ อับเดลาตตี (Badr Abdelatty) รัฐมนตรีต่างประเทศอียิปต์ และนายฮาคาน ฟิดาน (Hakan Fidan) รัฐมนตรีต่างประเทศตุรกีด้วยเช่นกัน

ทรัมป์ตัดสินใจหลังหารือนายกฯปากีสถาน

ในโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อเย็นวันอังคาร ทรัมป์กล่าวว่าอิหร่านสามารถตกลงที่จะ “เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ ทันที และปลอดภัย” และกล่าวว่าจากนั้นเขาจะ “ระงับการทิ้งระเบิดและการโจมตีอิหร่านเป็นเวลาสองสัปดาห์”

นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ทรัมป์ได้กำหนดเส้นตายหลายครั้งโดยขู่ว่าจะยกระดับความขัดแย้งให้รุนแรงขึ้น เพียงเพื่อจะยอมถอยในวินาทีก่อนที่เส้นตายเหล่านั้นจะสิ้นสุดลงทุกครั้ง

ประธานาธิบดีกล่าวในโพสต์โซเชียลมีเดียของเขาด้วยว่า อิหร่านได้เสนอ “แนวทางที่ใช้ได้จริงในการเจรจา”

“ประเด็นข้อขัดแย้งต่าง ๆ ในอดีตเกือบทั้งหมดได้รับการเห็นพ้องร่วมกันระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านแล้ว แต่ระยะเวลาสองสัปดาห์นี้จะช่วยให้ข้อตกลงบรรลุผลสำเร็จและเสร็จสมบูรณ์ในขั้นสุดท้าย” ทรัมป์ระบุในโพสต์ดังกล่าว

ในโพสต์โซเชียลมีเดียดังกล่าว ทรัมป์ระบุว่าเขาตัดสินใจชะลอการขยายขอบเขตการโจมตีของสหรัฐฯ “โดยอ้างอิงจากการหารือ” กับนายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ ของปากีสถาน และพลเอก อาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการทหารบกผู้ทรงอิทธิพลของปากีสถาน

ก่อนหน้านี้เมื่อวันอังคาร นายชารีฟได้โพสต์ข้อความผ่านทาง X เรียกร้องให้ทรัมป์ขยายเวลาเส้นตายออกไปอีกสองสัปดาห์ เพื่อเปิดทางให้กระบวนการทางการทูตดำเนินต่อไปได้ โดยมีปากีสถานเป็นผู้นำในการเจรจาครั้งนี้

นอกจากนี้ ในโพสต์เดียวกัน นายชารีฟยังได้เรียกร้องให้ทางอิหร่านยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลาสองสัปดาห์ด้วยเช่นกัน

ทำเนียบขาวชี้ ข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์คือ “ชัยชนะของสหรัฐอเมริกา”

เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ทำเนียบขาวไม่ได้ตอบคำถามต่อข้อความที่ส่งไปถามถึงสาเหตุที่ประธานาธิบดีอธิบายว่า แผนสันติภาพ 10 ประการของอิหร่านนั้น “ใช้ได้” (workable)

ท่ามกลางประเด็นต่างๆ ที่เตหะรานสื่อสารออกมานั้น รวมถึงการขอให้สหรัฐฯ ผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน และ “การถอนกำลังรบของสหรัฐฯ ออกจากฐานทัพและจุดประจำการทั้งหมดภายในภูมิภาค”

ในโพสต์โซเชียลมีเดียของเขาที่ประกาศเลื่อนการทิ้งระเบิดตามที่เคยขู่ไว้ ทรัมป์ระบุว่า: “เราได้รับข้อเสนอ 10 ข้อจากอิหร่าน และเชื่อว่ามันเป็นพื้นฐานที่ใช้ได้ในการเจรจา”

อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวไม่ได้ชี้แจงในทันทีว่าทรัมป์หมายถึงอะไร หรือให้รายละเอียดว่าคำว่า “พื้นฐาน” สำหรับการเจรจาในอนาคตนั้นอาจครอบคลุมถึงสิ่งใดบ้าง

เมื่อถูกถามถึงความชัดเจนว่า ประธานาธิบดีทรัมป์หมายความว่าอย่างไรที่ระบุว่าข้อเสนอสันติภาพของอิหร่านนั้น “ใช้การได้” (workable) ทางด้าน คาโรลีน เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ได้กล่าวว่า “คำพูดของประธานาธิบดีทรัมป์นั้นชัดเจนในตัวเองอยู่แล้ว นั่นคือ นี่เป็นพื้นฐานที่ใช้ได้ในการเจรจา และการเจรจาเหล่านั้นจะดำเนินต่อไป”

นอกจากนี้ เลวิตต์ยังระบุในแถลงการณ์อีกว่า “ความจริงก็คือ ประธานาธิบดีทรัมป์และกองทัพที่ทรงพลังของเรา สามารถทำให้อิหร่านยอมตกลงที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และการเจรจาจะยังคงดำเนินต่อไป”

อย่างไรก็ตามโฆษกทำเนียบขาว ยกข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลาสองสัปดาห์ว่าเป็น “ชัยชนะของสหรัฐอเมริกา” พร้อมกับกล่าวชื่นชมความพยายามของกองทัพสหรัฐฯ ในการทำสงครามกับอิหร่าน

“เราบรรลุวัตถุประสงค์หลักทางการทหารและทำได้เกินเป้าหมายภายในเวลาเพียง 38 วัน” เลวิตต์ระบุผ่านทางโซเชียลมีเดีย “ความสำเร็จของกองทัพเราทำให้เกิดอำนาจต่อรองสูงสุด ซึ่งช่วยให้ประธานาธิบดีทรัมป์และทีมงานสามารถดำเนินการเจรจาที่เข้มข้น จนเปิดทางไปสู่แนวทางการทูตและสันติภาพในระยะยาวได้ในที่สุด นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังทำให้อิหร่านยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งด้วย”

“อย่าได้ปรามาสความสามารถของประธานาธิบดีทรัมป์ ในการผลักดันผลประโยชน์ของอเมริกาและเป็นคนกลางในการสร้างสันติภาพให้สำเร็จ” เลวิตต์กล่าวเสริม

ที่มาภาพ:เพจ Facebook The White House

อิหร่านบอกการยอมรับข้อตกลงหยุดยิงไม่ได้หมายความถึงสงครามสิ้นสุด

สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านแถลงเมื่อวันพุธว่า ทางสภาฯ ได้ตอบรับข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลาสองสัปดาห์ในสงครามครั้งนี้แล้ว

ในแถลงการณ์ระบุว่า อิหร่านจะเริ่มการเจรจากับสหรัฐอเมริกา ณ กรุงอิสลามาบัด ในวันศุกร์ที่จะถึงนี้

ในแถลงการณ์สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน เน้นย้ำอย่างชัดเจนว่าการพักรบ 2 สัปดาห์นี้เป็นเพียงช่วงเวลาสำหรับการเจรจาในกรุงอิสลามาบัดเท่านั้น แต่กองทัพยังคงเตรียมพร้อมในระดับสูงสุด (Hands remain upon the trigger) และพร้อมจะกลับมาใช้กำลังทันทีหากมีการผิดข้อตกลง

“ขอเน้นย้ำว่านี่ไม่ใช่การสิ้นสุดของสงคราม” แถลงการณ์ระบุ “นิ้วของพวกเรายังคงวางอยู่ที่ไกปืน และหากศัตรูทำผิดพลาดแม้เพียงนิดเดียว พวกเขาจะต้องเผชิญกับการตอบโต้ด้วยกำลังอย่างเต็มรูปแบบ”

แผน 10 ข้อของอิหร่านระบุ ช่องแคบฮอร์มุซจะอยู่ภายใต้ “การผ่านทางที่ถูกควบคุม”

คำอธิบายแผนการ 10 ข้อของอิหร่านระบุถึงข้อเรียกร้องที่ว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะต้องอยู่ภายใต้ “การผ่านทางที่ถูกควบคุม… ภายใต้การประสานงานของกองทัพอิหร่าน”

นอกจากนี้ยังระบุเสริมว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะ “มอบสถานะทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์อันเป็นเอกลักษณ์ให้แก่ประเทศอิหร่าน” และอิหร่านจะต้องได้รับ “การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด”

ข้อกำหนดเหล่านี้ถือเป็นการยอมถอยครั้งสำคัญอย่างยิ่งของสหรัฐฯ หลังจากที่เป็นศัตรูกับอิหร่านมาอย่างยาวนานถึง 47 ปี นับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี 1979 เป็นต้นมา

รมว.ต่างประเทศอิหร่านระบุอนุญาตให้เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซภายใต้การควบคุมของกองทัพในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า

นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านกล่าวว่า เรือต่าง ๆ จะได้รับอนุญาตให้เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณปากอ่าวเปอร์เซีย ในช่วงสองสัปดาห์ข้างหน้า โดยต้องอยู่ภายใต้การประสานงานจากกองทัพอิหร่าน

ทั้งนี้ ในสภาวะปกติ ปริมาณน้ำมันประมาณ 1 ใน 5 ของโลกจะต้องขนส่งผ่านช่องแคบแห่งนี้

นายอารักชี ระบุในแถลงการณ์ว่า: “ในช่วงระยะเวลาสองสัปดาห์นี้ การเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัยจะสามารถทำได้ ผ่านการประสานงานกับกองทัพอิหร่าน และโดยการพิจารณาถึงข้อจำกัดทางเทคนิคตามความเหมาะสม”

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเกิดสงครามขึ้น ไม่เคยมีสิ่งที่เรียกว่า “ข้อจำกัดทางเทคนิค” มาก่อน โดยในอดีตมีเรือมากกว่า 100 ลำต่อวันเดินทางผ่านน่านน้ำอาณาเขตของอิหร่านและโอมาน ภายใต้ระบบจัดการจราจรทางน้ำที่ใช้สืบเนื่องกันมาหลายทศวรรษ

ในแถลงการณ์ไม่ได้ระบุชัดเจนว่า อิหร่านจะยังคงพยายามเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางจากเรือต่าง ๆ เหมือนที่เคยปฏิบัติในช่วงสงครามหรือไม่

นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ที่มาภาพ: https://www.aljazeera.com/news/2026/4/1/war-on-iran-three-key-takeaways-from-araghchis-interview-with-al-jazeera

สัญญาณเตือนภัยขีปนาวุธดังสนั่นในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังอิหร่านและสหรัฐฯ ประกาศข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์

เสียงสัญญาณเตือนภัยขีปนาวุธได้ดังขึ้นในช่วงเช้าตรู่วันพุธ หลังจากที่สหรัฐอเมริกาและอิหร่านระบุว่าทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลาสองสัปดาห์ในสงครามครั้งนี้

ในขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าเป้าหมายของการโจมตีคือที่ใด แต่สถานการณ์ดังกล่าวได้สะท้อนให้เห็นถึงความวุ่นวายที่เกิดขึ้นท่ามกลางการดำเนินกระบวนการทางการทูตที่กำลังคลี่คลาย

อิสราเอลและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ต่างเปิดสัญญาณเตือนภัยขีปนาวุธในช่วงเช้าตรู่วันพุธ แม้ว่าอิหร่านและสหรัฐฯ จะประกาศว่าได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ในสงครามครั้งนี้แล้วก็ตาม

ในขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าเป้าหมายในการโจมตีทั้งสองประเทศคือที่ใด โดยทั้งอิสราเอลและ UAE ต่างเป็นผู้รับศึกหนักจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนมาตลอดช่วงสงคราม

ตลอดระยะเวลาของสงคราม กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นกองกำลังกึ่งทหารของอิหร่าน เป็นผู้ตัดสินใจในทุกเรื่อง โดยผู้บัญชาการแต่ละคนมีอำนาจตัดสินใจเองว่าจะโจมตีที่ใดและเมื่อใด ในขณะที่ผู้นำทางการเมืองของประเทศถูกกันออกไปวงนอก

คำถามสำคัญที่ยังคงอยู่คือ กองกำลังเหล่านี้จะยอมหยุดยิงตามข้อตกลงและแผนการเจรจาที่จะเกิดขึ้นในกรุงอิสลามาบัดหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ในสงครามตะวันออกกลางหลายครั้งที่ผ่านมา มักจะเห็นคู่ขัดแย้งเปิดฉากโจมตีในนาทีสุดท้าย เพื่อที่จะสามารถเคลมชัยชนะต่อประชาชนของตนเองได้

กองทัพสหรัฐฯ สั่งระงับปฏิบัติการโจมตีต่ออิหร่านทั้งหมดแล้ว

เจ้าหน้าที่รายหนึ่งซึ่งขอไม่เปิดเผยตัวตนเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารที่ละเอียดอ่อน ระบุว่ากองทัพได้สั่งระงับปฏิบัติการเชิงรุก (Offensive operations) ต่ออิหร่านทั้งหมดแล้ว แต่เน้นย้ำว่า “มาตรการและปฏิบัติการเชิงตั้งรับ (Defensive measures) จะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป”

ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลาสองสัปดาห์กับสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน

จ้าหน้าที่ยังเปิดเผยว่า สหรัฐฯ ส่งสัญญาณถึงอิสราเอลว่าการโจมตีครั้งก่อนหน้ามีไว้เพื่อข่มขวัญให้อิหร่านเห็นผลลัพธ์ที่จะตามมา

แหล่งข่าวรายหนึ่งซึ่งทราบเรื่องการหารือภายในระบุว่า เจ้าหน้าที่อิสราเอลบางส่วนเริ่มตั้งข้อสังเกตตั้งแต่ตอนที่ทรัมป์ใกล้จะถึงเส้นตายที่เขากำหนดขึ้นเองว่า ประธานาธิบดีกำลังพยายามหาทางลง (Off-ramp) แม้ว่าเขาจะใช้โวหารข่มขวัญที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ต่ออิหร่านก็ตาม

คนวงในซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อรายนี้ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณให้อิสราเอลรับทราบว่า การโจมตีทรัพย์สินทางทหารบน เกาะคาร์ก (Kharg Island) เมื่อช่วงเช้าวันอังคาร รวมถึงการเล็งเป้าหมายไปยังศูนย์กลางปิโตรเคมีหลักสองแห่งของอิหร่านที่ มาห์ชาหร์ (Mahshahr) และ อัสซาลูเยห์ (Assaluyeh) นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งข้อความที่ชัดเจนไปยังเตหะรานว่า จะเกิดอะไรขึ้นหากทรัมป์ตัดสินใจยกระดับการทิ้งระเบิดให้รุนแรงขึ้นกว่านี้

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่อิสราเอลยังคงมีท่าทีเคลือบแคลงสงสัย และเชื่อว่าความคืบหน้าของข้อตกลงที่ดูเหมือนจะไปได้สวยนี้อาจพังทลายลง และนำไปสู่การยกระดับความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นอีก หากอิหร่านไม่รักษาสัญญาในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยเร็ว

ที่มาภาพ: เพจ Facebook The White House

ราคาน้ำมันดิ่งเหว หลังทรัมป์ยอมถอยจากคำขู่ขยายวงโจมตี

ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าของสหรัฐฯ (WTI) ทรุดตัวลงถึง 18% ลงมาอยู่ที่ประมาณ 92.60 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ร่วงลงประมาณ 6% มาอยู่ที่ 103.40 ดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันทั้งสองประเภทยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าช่วงก่อนเริ่มสงครามอย่างมาก

ในขณะเดียวกัน ดัชนี S&P 500 ล่วงหน้า พุ่งสูงขึ้น 2.4% ขานรับข่าวความตึงเครียดที่เริ่มคลี่คลายลง

ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเป็นตลาดแรกที่เปิดทำการนับตั้งแต่มีการประกาศข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงเช้าวันพุธ โดยตลาดหลักทั้ง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง ทะยานขึ้น

อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิเคราะห์ต่างเตือนว่า “ความไม่แน่นอนยังคงอยู่” โดยเฉพาะประเด็นขอบเขตของการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งปกติเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันถึง 20% ของโลก รวมถึงคำถามสำคัญที่ว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น จะนำไปสู่การยุติสงครามอย่างถาวรได้จริงหรือไม่

อิหร่านและโอมานเตรียมเก็บค่าธรรมเนียมผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

เจ้าหน้าที่ระดับภูมิภาครายหนึ่งเปิดเผยเมื่อวันพุธว่า แผนการหยุดยิงระยะเวลาสองสัปดาห์นั้น รวมถึงข้อตกลงที่อนุญาตให้ทั้งอิหร่านและโอมานสามารถ “เรียกเก็บค่าธรรมเนียม” จากเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นพื้นที่ปากอ่าวเปอร์เซียอันคับแคบ

เจ้าหน้าที่ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเจรจา ให้ข้อมูลโดยขอสงวนนามเนื่องจากเป็นการเปิดเผยรายละเอียดของการหารือภายในระบุว่า อิหร่านจะนำรายได้ที่จัดเก็บได้ไปใช้ในการฟื้นฟูประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนในขณะนี้ว่าโอมานจะนำรายได้ในส่วนของตนไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด

ทั้งนี้ ช่องแคบดังกล่าวตั้งอยู่ในน่านน้ำอาณาเขตของทั้งโอมานและอิหร่าน แต่ที่ผ่านมาทั่วโลกถือว่าเส้นทางนี้เป็น “น่านน้ำสากล” และไม่เคยมีการเสียค่าธรรมเนียมผ่านทาง (Tolls) มาก่อน

อิสราเอลยัน เลบานอน “ไม่อยู่ในข้อตกลง” หยุดยิง 2 สัปดาห์

สำนักงานของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ระบุว่าเลบานอนไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน

“อิสราเอลสนับสนุนการตัดสินใจของประธานาธิบดีทรัมป์ที่จะระงับการโจมตีต่ออิหร่านเป็นเวลาสองสัปดาห์ โดยมีเงื่อนไขว่าอิหร่านจะต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซในทันที และยุติการโจมตีทั้งหมดต่อสหรัฐฯ อิสราเอล และประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค” แถลงการณ์จากสำนักนายกฯ อิสราเอลระบุเมื่อวันพุธ

พร้อมทั้งย้ำชัดเจนว่า “ข้อตกลงหยุดยิงสองสัปดาห์นี้ ไม่รวมถึงเลบานอน”

จุดยืนของอิสราเอลในครั้งนี้ถือว่า ขัดแย้งโดยสิ้นเชิง กับแถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน ซึ่งเป็นตัวกลางหลักในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ระบุว่าข้อตกลงนี้ครอบคลุมถึงเลบานอนด้วย ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้มีการกล่าวถึงเลบานอนเลยในแถลงการณ์ของเขา

อิสราเอลยังโจมตีเมืองชายฝั่งทางตอนใต้ของเลบานอน

กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 22 รายจากการโจมตีในเมือง ไซดอน (Sidon)

การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า และกองทัพอิสราเอลยังไม่ได้ระบุในทันทีว่าเป้าหมายของการโจมตีคือใคร

ทั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1,530 ราย ในการทำสงครามระลอกล่าสุดระหว่างอิสราเอลและกลุ่มติดอาวุธเฮซบอลเลาะห์

เจ้าหน้าที่รายหนึ่งซึ่งให้ข้อมูลโดยขอสงวนนามเพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบ ระบุในช่วงเช้าตรู่วันพุธว่า อิสราเอลยังคงดำเนินการโจมตีอิหร่านต่อไป

อิหร่านและสหรัฐฯ ต่างยังไม่ได้ระบุเวลาเริ่มต้นของข้อตกลงหยุดยิงอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งซึ่งให้ข้อมูลโดยขอสงวนนามเพื่อกล่าวถึงปฏิบัติการทางทหารที่ละเอียดอ่อน ระบุว่า กองกำลังอเมริกันได้สั่งระงับปฏิบัติการเชิงรุก (Offensive operations) ทั้งหมดแล้ว

ในขณะเดียวกัน อิหร่านยังคงมีการยิงโจมตีไปยังกลุ่มประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซียและอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าทางปากีสถานจะระบุว่าข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้ในทันทีแล้วก็ตาม

ปากีสถานเชิญอิหร่านและสหรัฐฯ ร่วมโต๊ะเจรจา ณ กรุงอิสลามาบัด วันศุกร์นี้

นายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน กล่าวว่า เขากำลังเชิญตัวแทนจากอิหร่านและสหรัฐอเมริกามาพบกันที่กรุงอิสลามาบัดเพื่อหารือรายละเอียดเพิ่มเติม

ในโพสต์ผ่านทาง X นายชารีฟระบุว่าทั้งสองฝ่ายได้ตกลงในข้อตกลงหยุดยิงแล้ว

“ข้าพเจ้าขอต้อนรับอย่างอบอุ่นต่อท่าทีอันชาญฉลาดนี้ และขอแสดงความขอบคุณอย่างสูงต่อผู้นำของทั้งสองประเทศ” เขากล่าว “และขอเชิญคณะผู้แทนของทั้งสองฝ่ายมายังกรุงอิสลามาบัดในวันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569 เพื่อเจรจาเพิ่มเติมไปสู่ข้อตกลงขั้นเด็ดขาดในการยุติข้อพิพาททั้งหมด”

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการตอบรับอย่างเป็นทางการต่อสาธารณะจากทั้งทางฝั่งสหรัฐฯ หรืออิหร่านเกี่ยวกับคำเชิญดังกล่าว

กลุ่มแนวร่วมต่อต้านในอิรักประกาศระงับปฏิบัติการ 2 สัปดาห์

กลุ่มแนวร่วมต่อต้านทางศาสนาอิสลามในอิรัก (The Islamic Resistance in Iraq) ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรของกองกำลังติดอาวุธในอิรักที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ระบุในแถลงการณ์เมื่อเช้าตรู่วันพุธว่า ทางกลุ่มจะ “ระงับปฏิบัติการทั้งหมด” ทั้งในอิรักและในภูมิภาคเป็นเวลาสองสัปดาห์

การประกาศดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์

ทั้งนี้ กลุ่มติดอาวุธในอิรักที่สนับสนุนโดยอิหร่าน ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ในประเทศหลายสิบครั้ง เพื่อเป็นการแสดงจุดยืนร่วมกับเตหะรานนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น

กลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลอิหร่านรวมตัวประท้วงบนท้องถนนในเตหะราน

กลุ่มผู้ประท้วงที่สนับสนุนรัฐบาลรวมตัวกันบนท้องถนนในเมืองหลวงของอิหร่านเมื่อเช้าวันพุธ หลังจากมีการประกาศข้อตกลงหยุดยิง โดยกลุ่มผู้ประท้วงได้ตะโกนก้องว่า “อเมริกาจงพินาศ อิสราเอลจงพินาศ และพวกประนีประนอมจงพินาศ!”

มีรายงานว่าผู้จัดกิจกรรมพยายามปรามให้กลุ่มผู้ประท้วงอยู่ในความสงบในช่วงหนึ่ง แต่ฝูงชนยังคงเดินหน้าตะโกนสโลแกนดังกล่าวต่อไป

นอกจากนี้ กลุ่มผู้ประท้วงยังได้ทำการเผาธงชาติสหรัฐฯ และธงชาติอิสราเอลบนท้องถนน ซึ่งเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความโกรธแค้นที่ยังคงคุกรุ่นในหมู่ กลุ่มแนวคิดสุดโต่ง (Hard-liners) ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่หลายคนคาดการณ์ว่าจะเป็น “สงครามวันสิ้นโลก” กับสหรัฐอเมริกา

วงในเผย เจ้าหน้าที่จีนคุยอิหร่านหาแนวทางหยุดยิงกับสหรัฐฯ

แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่สองรายที่ไม่ได้รับอนุญาตให้แสดงความเห็นต่อสาธารณะและให้ข้อมูลโดยขอสงวนนาม ระบุว่า ประเทศจีนซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน ได้มีการพูดคุยกับฝ่ายอิหร่านเพื่อให้ยอมรับข้อตกลง

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ระหว่างที่การเจรจากำลังดำเนินไป เจ้าหน้าที่จีนได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่อิหร่านเพื่อส่งเสริมให้อิหร่านหาแนวทางไปสู่ข้อตกลงหยุดยิง

หนึ่งในเจ้าหน้าที่ระบุเพิ่มเติมว่า จีนทำงานผ่านตัวกลางเป็นหลัก ซึ่งรวมถึงปากีสถาน ตุรกี และอียิปต์ ในขณะที่พยายามใช้อิทธิพลของจีนในระดับภูมิภาค อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศของจีนยังไม่ได้ตอบกลับคำขอความคิดเห็นในทันที

ก่อนหน้านี้เมื่อวันอังคาร เหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า “ทุกฝ่ายจำเป็นต้องแสดงความจริงใจ และยุติสงครามที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นตั้งแต่แรกนี้โดยเร็ว” และกล่าวเสริมว่า จีนมีความ “กังวลอย่างยิ่ง” ต่อผลกระทบของความขัดแย้งที่มีต่อเศรษฐกิจโลกและความมั่นคงทางพลังงาน

ทรัมป์เชื่อ “จีน” มีส่วนช่วยกดดันอิหร่านให้ยอมเจรจาหยุดยิง

สำนักข่าว AFP รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เชื่อว่าประเทศจีนมีบทบาทสำคัญในการทำให้อิหร่านยอมเข้าสู่โต๊ะเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงหยุดยิง

“ผมก็ได้ยินมาว่าอย่างนั้น” ทรัมป์ตอบผ่านทางโทรศัพท์เมื่อถูก AFP ถามว่าจีนมีส่วนเกี่ยวข้องในการผลักดันเตหะราน ซึ่งเป็นพันธมิตรหลัก ให้เจรจาเรื่องการพักรบหรือไม่

ทางด้านโฆษกสถานทูตจีนประจำกรุงวอชิงตัน ได้ให้สัมภาษณ์กับ CNN เกี่ยวกับรายงานที่ว่าปักกิ่งช่วย “สะกิด” ให้อิหร่านยอมหยุดยิง โดยระบุว่า นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น จีนได้ “พยายามทำงานเพื่อช่วยให้เกิดการหยุดยิงและยุติความขัดแย้งมาโดยตลอด”

“จีนยินดีต่อทุกความพยายามที่นำไปสู่สันติภาพ” หลิว เผิงอวี่ (Liu Pengyu) โฆษกสถานทูตกล่าวกับ CNN “เราหวังว่าฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะคว้าโอกาสแห่งสันติภาพนี้ไว้ เพื่อประสานความต่างผ่านการหารือ และยุติความขัดแย้งโดยเร็วที่สุด”

รัฐบาลในเอเชียและแปซิฟิกขานรับข้อตกลงหยุดยิง

รัฐบาลออสเตรเลียแถลงว่า “ขอแสดงความยินดีต่อข้อตกลงระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ในการหยุดยิงเป็นเวลาสองสัปดาห์ เพื่อเจรจาหาทางออกให้กับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง”

“รัฐบาลออสเตรเลียได้เรียกร้องให้มีการลดระดับความรุนแรงและยุติความขัดแย้งมาโดยตลอด” นายกรัฐมนตรี แอนโทนี อัลบานีซี และรัฐมนตรีต่างประเทศ เพนนี หว่อง ระบุในแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันพุธ

แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า “การที่อิหร่านสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัย ประกอบกับการโจมตีเรือสินค้า โครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน รวมถึงแหล่งน้ำมันและก๊าซ ได้ก่อให้เกิดภาวะช็อกต่ออุปทานพลังงานอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเชื้อเพลิงทั่วโลก”

ออสเตรเลียยืนยันว่าได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรนานาชาติเพื่อสนับสนุนความพยายามทางการทูตในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เพื่อให้ทรัพยากรที่จำเป็นสามารถส่งถึงผู้ที่ต้องการได้ โดยเฉพาะกลุ่มที่เปราะบางที่สุด

ทางด้าน มิโนรุ คิฮาระ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีของญี่ปุ่น กล่าวว่า ญีปุ่น“ยินดีต่อการประกาศนี้ในฐานะพัฒนาการเชิงบวก และเราหวังว่าทุกฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้”

ขณะที่ วินสตัน ปีเตอร์ส รัฐมนตรีต่างประเทศนิวซีแลนด์ โพสต์ผ่าน X นิวซีแลนด์ยินดีต่อความพยายามในการยุติสงครามครั้งนี้ “แม้จะเป็นข่าวที่น่ายินดี แต่ยังคงมีงานสำคัญอีกมากที่ต้องทำในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อให้แน่ใจว่าจะเกิดการหยุดยิงที่ยั่งยืน”

เลขาธิการ UN ขานรับข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ พร้อมจี้ให้ยุติการสู้รบโดยเร็ว

โฆษกส่วนตัวของ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เปิดเผยว่า เลขาธิการฯ เรียกร้องให้ทุกฝ่าย “ปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลงหยุดยิง เพื่อปูทางไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนและครอบคลุมในภูมิภาค”

สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษก UN ระบุในแถลงการณ์เมื่อช่วงดึกวันอังคารว่า นายกูเตอร์เรสยังเรียกร้องให้คู่ขัดแย้งปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้ “กฎหมายระหว่างประเทศ” อย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ กฎหมายระหว่างประเทศกำหนดให้มีการคุ้มครองพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน

“เลขาธิการสหประชาชาติขอย้ำเตือนว่า การยุติการสู้รบเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อปกป้องชีวิตของพลเรือนและบรรเทาความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์” ดูจาร์ริกกล่าว

นอกจากนี้ โฆษกยังระบุว่า ฌอง อาร์โนลต์ ผู้แทนส่วนตัวของเลขาธิการสหประชาชาติ กำลังอยู่ในพื้นที่ “เพื่อสนับสนุนความพยายามในการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน”

เรียบเรียงจาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...