Saudi Aramco เตือนแม้ฮอร์มุซเปิดทันที ตลาดน้ำมันโลกอาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะฟื้น
Saudi Aramco บริษัทน้ำมันใหญ่สุดของโลก เตือนแม้ฮอร์มุซเปิดทันที ตลาดน้ำมันโลกอาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะฟื้น วิกฤติยังสร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน-เศรษฐกิจโลก
วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.52 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โลกยังคงรอคำตอบจากอิหร่านต่อข้อเสนอของสหรัฐเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมายาวนาน 10 สัปดาห์ ขณะที่ Saudi Aramco บริษัทน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก เตือนว่า แม้ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดทันที ตลาดน้ำมันโลกก็อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
จนถึงเช้าวันอาทิตย์ อิหร่านยังไม่ส่งสัญญาณอย่างเป็นทางการว่าจะยอมรับข้อเสนอของโดนัลด์ ทรัมป์ หรือไม่ โดยแผนดังกล่าวกำหนดให้อิหร่านเปิดทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และให้สหรัฐยุติการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านภายใน 1 เดือน
ก่อนหน้านี้ อิหร่านระบุเพียงว่า ข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ขณะที่ทรัมป์เตือนว่า หากข้อตกลงไม่สามารถปิดดีลได้ สหรัฐอาจเลือกเส้นทางอื่น ซึ่งถูกมองว่าอาจหมายถึงการขยายปฏิบัติการ Project Freedom ที่เคยใช้กองทัพเรือสหรัฐคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
สงครามที่เริ่มต้นจากปฏิบัติการโจมตีร่วมระหว่างสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ได้สร้างความปั่นป่วนต่อทั้งตลาดน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทั่วโลก ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลและผู้บริโภคในหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐที่กำลังเข้าสู่ช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ขณะที่มีผู้เสียชีวิตหลายพันคนทั่วตะวันออกกลาง โดยส่วนใหญ่อยู่ในอิหร่าน
ด้านAmin Nasser ซีอีโอของ Saudi Aramco ระบุว่า แม้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาได้ทันที ตลาดน้ำมันโลกก็ยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนเพื่อกลับสู่สมดุล
เขาเตือนเพิ่มเติมว่า หากการขนส่งและการค้าผ่านช่องแคบยังถูกจำกัดต่อเนื่องเกินไม่กี่สัปดาห์จากนี้ ปัญหาด้านอุปทานอาจยืดเยื้อ และตลาดพลังงานอาจกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ไม่เร็วกว่าปี 2570
โดยปกติแล้ว ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซ LNG ราว 1 ใน 5 ของโลก
แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน แต่อิหร่านยังส่งสัญญาณว่า จะเดินหน้าควบคุมการผ่านเข้าออกในช่องแคบต่อไป โดยโฆษกกองทัพอิหร่านเตือนว่า ประเทศใดก็ตามที่ปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่ออิหร่าน จะเผชิญความยากลำบากในการเดินเรือผ่านพื้นที่ดังกล่าว
วันเดียวกัน ศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) รายงานว่า เรือสินค้าลำหนึ่งถูกวัตถุปริศนายิงใส่นอกชายฝั่งกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ จนเกิดไฟไหม้เล็กน้อย แม้ไม่มีผู้บาดเจ็บก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ประเทศผู้ผลิตพลังงานรายใหญ่ในอ่าวเปอร์เซียเริ่มหาทางปรับตัวกับสถานการณ์ โดยข้อมูลติดตามเรือของ Bloomberg พบว่า เรือบรรทุก LNG ของกาตาร์สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วิกฤติเริ่มต้น
เรือ “Al Kharaitiyat” ซึ่งบรรทุก LNG จากโรงงาน Ras Laffan ได้เข้าสู่อ่าวโอมานแล้ว หลังใช้เส้นทางฝั่งเหนือใกล้ชายฝั่งอิหร่าน ซึ่งได้รับอนุญาตจากเตหะราน
ขณะเดียวกัน Saudi Aramco และ Abu Dhabi National Oil Company หรือ ADNOC ยังคงสามารถขนส่งน้ำมันดิบบางส่วนผ่านช่องแคบได้ แม้อิหร่านจะปิดกั้นเส้นทางโดยพฤตินัย
Saudi Aramco ยังรายงานกำไรไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 26% จากราคาน้ำมันและเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นเพราะสงคราม รวมถึงการปรับเส้นทางส่งออกผ่านท่อส่งน้ำมันสู่ทะเลแดงแทนช่องแคบฮอร์มุซ
ด้านแรงกดดันทางการเมืองต่อทรัมป์เพิ่มสูงขึ้นทั้งในและต่างประเทศ โดยจีนเป็นหนึ่งในประเทศที่เรียกร้องให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซทันทีและยุติสงคราม ก่อนที่ Xi Jinping จะพบกับทรัมป์ที่กรุงปักกิ่งในสัปดาห์หน้า
ข้อเสนอฉบับล่าสุดของสหรัฐยังต้องเปิดการเจรจาต่อเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งสะท้อนว่า รัฐบาลทรัมป์เริ่มให้ความสำคัญกับการเปิดฮอร์มุซมากกว่าประเด็นยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านในระยะสั้น
ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซยังคงปะทุเป็นระยะ หลังสหรัฐโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน 2 ลำเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกล่าวหาว่าพยายามฝ่ามาตรการปิดล้อม ขณะที่อิหร่านระบุว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
อ้างอิง :bloomberg.com