โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

Saudi Aramco เตือนแม้ฮอร์มุซเปิดทันที ตลาดน้ำมันโลกอาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะฟื้น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 10 พ.ค. เวลา 09.30 น.

Saudi Aramco บริษัทน้ำมันใหญ่สุดของโลก เตือนแม้ฮอร์มุซเปิดทันที ตลาดน้ำมันโลกอาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะฟื้น วิกฤติยังสร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน-เศรษฐกิจโลก

วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.52 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โลกยังคงรอคำตอบจากอิหร่านต่อข้อเสนอของสหรัฐเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมายาวนาน 10 สัปดาห์ ขณะที่ Saudi Aramco บริษัทน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก เตือนว่า แม้ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดทันที ตลาดน้ำมันโลกก็อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

จนถึงเช้าวันอาทิตย์ อิหร่านยังไม่ส่งสัญญาณอย่างเป็นทางการว่าจะยอมรับข้อเสนอของโดนัลด์ ทรัมป์ หรือไม่ โดยแผนดังกล่าวกำหนดให้อิหร่านเปิดทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และให้สหรัฐยุติการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านภายใน 1 เดือน

ก่อนหน้านี้ อิหร่านระบุเพียงว่า ข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ขณะที่ทรัมป์เตือนว่า หากข้อตกลงไม่สามารถปิดดีลได้ สหรัฐอาจเลือกเส้นทางอื่น ซึ่งถูกมองว่าอาจหมายถึงการขยายปฏิบัติการ Project Freedom ที่เคยใช้กองทัพเรือสหรัฐคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

สงครามที่เริ่มต้นจากปฏิบัติการโจมตีร่วมระหว่างสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ได้สร้างความปั่นป่วนต่อทั้งตลาดน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทั่วโลก ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลและผู้บริโภคในหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐที่กำลังเข้าสู่ช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ขณะที่มีผู้เสียชีวิตหลายพันคนทั่วตะวันออกกลาง โดยส่วนใหญ่อยู่ในอิหร่าน

ด้านAmin Nasser ซีอีโอของ Saudi Aramco ระบุว่า แม้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาได้ทันที ตลาดน้ำมันโลกก็ยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนเพื่อกลับสู่สมดุล

เขาเตือนเพิ่มเติมว่า หากการขนส่งและการค้าผ่านช่องแคบยังถูกจำกัดต่อเนื่องเกินไม่กี่สัปดาห์จากนี้ ปัญหาด้านอุปทานอาจยืดเยื้อ และตลาดพลังงานอาจกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ไม่เร็วกว่าปี 2570

โดยปกติแล้ว ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซ LNG ราว 1 ใน 5 ของโลก

แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน แต่อิหร่านยังส่งสัญญาณว่า จะเดินหน้าควบคุมการผ่านเข้าออกในช่องแคบต่อไป โดยโฆษกกองทัพอิหร่านเตือนว่า ประเทศใดก็ตามที่ปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่ออิหร่าน จะเผชิญความยากลำบากในการเดินเรือผ่านพื้นที่ดังกล่าว

วันเดียวกัน ศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) รายงานว่า เรือสินค้าลำหนึ่งถูกวัตถุปริศนายิงใส่นอกชายฝั่งกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ จนเกิดไฟไหม้เล็กน้อย แม้ไม่มีผู้บาดเจ็บก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ประเทศผู้ผลิตพลังงานรายใหญ่ในอ่าวเปอร์เซียเริ่มหาทางปรับตัวกับสถานการณ์ โดยข้อมูลติดตามเรือของ Bloomberg พบว่า เรือบรรทุก LNG ของกาตาร์สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วิกฤติเริ่มต้น

เรือ “Al Kharaitiyat” ซึ่งบรรทุก LNG จากโรงงาน Ras Laffan ได้เข้าสู่อ่าวโอมานแล้ว หลังใช้เส้นทางฝั่งเหนือใกล้ชายฝั่งอิหร่าน ซึ่งได้รับอนุญาตจากเตหะราน

ขณะเดียวกัน Saudi Aramco และ Abu Dhabi National Oil Company หรือ ADNOC ยังคงสามารถขนส่งน้ำมันดิบบางส่วนผ่านช่องแคบได้ แม้อิหร่านจะปิดกั้นเส้นทางโดยพฤตินัย

Saudi Aramco ยังรายงานกำไรไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 26% จากราคาน้ำมันและเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นเพราะสงคราม รวมถึงการปรับเส้นทางส่งออกผ่านท่อส่งน้ำมันสู่ทะเลแดงแทนช่องแคบฮอร์มุซ

ด้านแรงกดดันทางการเมืองต่อทรัมป์เพิ่มสูงขึ้นทั้งในและต่างประเทศ โดยจีนเป็นหนึ่งในประเทศที่เรียกร้องให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซทันทีและยุติสงคราม ก่อนที่ Xi Jinping จะพบกับทรัมป์ที่กรุงปักกิ่งในสัปดาห์หน้า

ข้อเสนอฉบับล่าสุดของสหรัฐยังต้องเปิดการเจรจาต่อเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งสะท้อนว่า รัฐบาลทรัมป์เริ่มให้ความสำคัญกับการเปิดฮอร์มุซมากกว่าประเด็นยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านในระยะสั้น

ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซยังคงปะทุเป็นระยะ หลังสหรัฐโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน 2 ลำเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกล่าวหาว่าพยายามฝ่ามาตรการปิดล้อม ขณะที่อิหร่านระบุว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

อ้างอิง :bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...