กระทุ้งอีกรอบ! สวัสดิการ สส.-สว. จี้ ยกเลิกกองทุนบำนาญ สิทธิทะลุฟ้า
ภาวะเศรษฐกิจที่ประชาชนต้องรัดเข็มขัดทุกกิโลขีด แต่ในรั้วรัฐสภาปี 2569 นี้ กลับมีกระแส พายุ พัดกลับมาอีกครั้งที่กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนัก ไม่ใช่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นเรื่อง "กระเป๋าตังค์" ของ สส. และ สว. เอง
เมื่อสิทธิประโยชน์ที่ถูกเรียกขานว่า "สิทธิทะลุฟ้า" กำลังกลายเป็นเป้าสายตา หลังมีการเปิดเผยข้อมูลกองทุนอดีตสมาชิกรัฐสภา ที่ให้สวัสดิการชนิดที่คนเดินดินกินข้าวแกงต้องตาค้าง จนเกิดการรวมตัวของภาคประชาชนเพื่อเรียกร้องให้ "รื้อ" ระบบนี้ทิ้งเสียที
ความเคลื่อนไหวเริ่มต้นขึ้นเมื่อกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน หรือ ศปปส. เข้ายื่นหนังสือถึง นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สส. และหัวหน้าพรรคไทยภักดี โดยยื่นข้อเสนอ 3 ข้อ ที่สั่นสะเทือนไปทั้งสภา
ข้อแรกคือ "ยกเลิกบำนาญ" สมาชิกรัฐสภา ข้อสองคือ "ยกเลิกเอกสิทธิ์คุ้มครอง" เพื่อความเท่าเทียมทางกฎหมาย และข้อสุดท้ายคือ "ลดจำนวนผู้ช่วย สส." เพื่อลดภาระงบประมาณ
นายแพทย์วรงค์ ในฐานะผู้รับเรื่อง ยอมรับว่า นี่คือเรื่องที่สะท้อนถึง "มาตรฐานใหม่ทางการเมือง" ที่ประชาชนต้องการเห็นความโปร่งใสมากกว่าความคุ้มครองที่เกินงาม
เมื่อเจาะลึกข้อมูลที่นายแพทย์วรงค์ ตั้งข้อสังเกตต่อ "คณะกรรมการกองทุนอดีตสมาชิกรัฐสภา" พบตัวเลขที่น่าตกใจ สมาชิกรัฐสภาจ่ายเงินสมทบเพียงเดือนละ 3,500 บาท
แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา คือ สิทธิรักษาพยาบาลและตรวจสุขภาพสูงสุดปีละ 130,000 บาท ซึ่งมากกว่าประกันพรีเมียมของเอกชนเสียอีก ที่สำคัญคือ "ทุนการศึกษาบุตร" ที่ครอบคลุมไปถึง "โรงเรียนนานาชาติ" ตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยมปลาย
และหมัดเด็ดที่สุดคือ "เงินบำนาญตลอดชีวิต" แม้จะดำรงตำแหน่งเพียง 1 ปี แต่หากสภาถูกยุบ ประชาชนต้องเลี้ยงดูอดีตผู้แทนคนนั้นไปจนตาย นี่คือสิ่งที่นายแพทย์วรงค์เรียกว่า "สิทธิที่ทะลุฟ้าทะลุเพดาน" อย่างแท้จริง
ข้อกังวลยังลามไปถึงโครงสร้างคณะกรรมการกองทุน 21 คน ที่เป็น "คนใน" ถึง 17 คน จนถูกมองว่า "ชงเอง กินเอง" หรือไม่?
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีกรณี "เบี้ยซ้อนเบี้ย" เมื่อ สส. ลาออกไปเป็นรัฐมนตรี หรือไปเป็นผู้ว่าฯ กทม. นอกจากจะได้เงินเดือนตำแหน่งปัจจุบันแล้ว ยังได้รับเงินบำนาญอดีต สส. คู่ขนานกันไปด้วย ซึ่งนายแพทย์วรงค์มองว่าเป็นการ "เอาเปรียบประชาชน" อย่างยิ่ง
ความหวังจึงตกไปอยู่ที่ “โสภณ ซารัมย์” ประธานรัฐสภา ในฐานะประธานกองทุนฯ ว่า จะกล้าตัดสินใจยกเลิกบำนาญนี้ เพื่อสร้าง "ตำนาน" ในการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนหรือไม่
การเข้าสู่ตำแหน่งผู้แทนราษฎร คือความตั้งใจมาทำงานเพื่อส่วนรวม หรือเพื่อรับสวัสดิการที่ "เหนือกว่า" ประชาชนทั่วไป? นี่คือโจทย์ใหญ่ที่สมาชิกรัฐสภาชุดปี 2569 ต้องตอบคำถามสังคม
หากสภาไม่เริ่มปฏิรูปตัวเองจากภายใน ศรัทธาที่ประชาชนมีต่อระบอบนิติบัญญัติอาจพังทลายลง เพราะคำว่า "ผู้แทน" ควรหมายถึงผู้ที่แบกภาระแทนราษฎร ไม่ใช่ผู้ที่ให้ราษฎรแบกรับภาระไปชั่วชีวิต
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews