รวบสาวแสบหลอกชักชวนขายของออนไลน์ ผู้เสียหายหลงเชื่อสูญเงินหลายแสนบาท
รวบสาวแสบหลอกชักชวนขายของออนไลน์ ผู้เสียหายหลงเชื่อสูญเงินหลายแสนบาท
กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) โดย พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป ร่วมกันจับกุม น.ส.พิน (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, โดยทุจริตหรือหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นและประชาชน และผู้ใดเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ต้นเกี่ยวข้องทั้งนี้โดยประการที่ควรรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด” จับกุมได้ที่บริเวณริมถนน บ้านสวน – เขาน้อย ในพื้นที่ อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี
สืบเนื่องจากเมื่อประมาณวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 ผู้กล่าวหาได้พบโฆษณาผ่านแอปพลิเคชัน TIKTOK ได้ลงคลิปเกี่ยวกับการเชิญชวนทดลองสินค้าฟรี สนใจจึงกดคลิกลิงก์ดังกล่าว ทางระบบได้ให้ ผู้กล่าวหา เข้าไปเพิ่มเพื่อนในแอปพลิเคชันไลน์ของมิจฉาชีพ ผู้กล่าวหาได้ติดต่อเข้าไปยังไลน์ดังกล่าว ทางเจ้าของไลน์จึงขอข้อมูลส่วนตัว ผู้กล่าวหา ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ อายุ ที่อยู่ อาชีพ ผู้กล่าวหา ทางเจ้าของไลน์ดังกล่าวจึงบอกกับผู้กล่าวหา ว่าจะได้รับสินค้าภายใน 9-14 วัน และ จะแจ้งเลขที่พัสดุให้ทราบในภายหลัง พอทำรายการเสร็จทางเจ้าของไลน์ดังกล่าวจึงให้ผู้กล่าวหา เพิ่มเพื่อนในไลน์ต่อจะเป็นฝ่ายดูแลลูกค้าและจัดส่งสินค้าให้ และได้ ชักชวนให้ผู้กล่าวหา ทำภารกิจต่าง ๆ เรื่อยมา ซึ่งบางภารกิจ ผู้กล่าวหา ได้รับผลตอบแทน
ต่อมาประมาณวันที่ 3 ธันวาคม 2567 ทางเจ้าหน้าที่ได้บอกกับผู้กล่าวหา มีค่าเปิดแพลตฟอร์มมองเห็นงานเป็นสามขั้นตอน โดยแต่ละขั้นตอนต้องโอนเงินเป็นค่าเปิดการมองเห็น และ ผู้กล่าวหาหลงเชื่อจึงโอนเงิน จำนวน 48,000 บาท จำนวน 2 ยอด ยอดรวม 96,000 บาท ซึ่งทำให้ทราบโดยทันทีว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้ทำการฟอกเงินในลักษณะแลกเปลี่ยนเงินสดเป็น USDT ผ่านทางตลาดแลกเปลี่ยนนี้ อันเป็นพฤติการณ์ลักษณะบัญชีม้า ที่ใช้ในการรับเงินและโอนออกของมิจฉาชีพ ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น เป็นลักษณะแผนประทุษกรรมหลอกลวงให้ผู้เสียหายทำภารกิจ หรือกิจกรรมต่างๆ แล้วจะได้ผลตอบแทน จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกเจ้าของบัญชีธนาคารให้มาพบ ปรากฏว่าผู้ต้องหาได้รับหมายเรียกแล้วไม่มาพบพนักงานสอบสวนตามกำหนด มีเจตนาหลบหนี พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับผู้ต้องหา มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปผู้กล่าวหา จึงทราบว่าโดนหลอกลวงจึงได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ดำเนินคดีกับคนร้ายให้รับโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม ได้ทำการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหา น.ส.พิน (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, โดยทุจริตหรือหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นและประชาชน และผู้ใดเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ต้นเกี่ยวข้องทั้งนี้โดยประการที่ควรรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด” เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้จับกุมผู้ต้องหา ตามสถานที่ดังกล่าวฯ จากนั้นจึงควบคุมตัวผู้ต้องหามาจัดทำบันทึกการจับกุม ที่ สภ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหา