ราคาน้ำมันดิบปรับลด กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยกดดีมานด์
ราคาน้ำมันดิบ WTI และเบรนต์ปรับลดลง หลังตลาดกังวลเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อสหรัฐยังไม่ชะลอ ขณะที่โอเปกหั่นคาดการณ์ดีมานด์น้ำมันโลกปี 2569
ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบต่างประเทศประจำวันที่ 14 พ.ค. 2569 มีการเปลี่ยนแปลงตามชนิดที่อ้างอิง ดังนี้
- เวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่ 101.02 ดอลลาร์/บาร์เรล -1.16 ดอลลาร์
- เบรนท์ (Brent) อยู่ที่ 105.63 ดอลลาร์/บาร์เรล -2.14 ดอลลาร์
นักวิเคราะห์จากบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจัยกดดันหลักมาจากถ้อยแถลงของซูซาน คอลลินส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาบอสตัน เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด อาจมีความจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังไม่ลดลงอย่างชัดเจน
ความเห็นดังกล่าวสะท้อนความกังวลว่า สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยราคาสินค้าของผู้ผลิตในเดือน เม.ย. 2569 ปรับตัวสูงขึ้นมากที่สุดในรอบ 4 ปี จากต้นทุนสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าแรงกดดันเงินเฟ้ออาจเร่งตัวขึ้นอีก
อย่างไรก็ตาม หากเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม จะทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของภาคธุรกิจและผู้บริโภคสูงขึ้น และอาจกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ซื้อขายเมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2569 อยู่ที่ 101.02 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 1.16 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 105.63 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 2.14 ดอลลาร์สหรัฐ
ขณะเดียวกัน กลุ่มโอเปกได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของความต้องการใช้น้ำมันดิบโลกในปี 2569 จากเดิม 1.38 ล้านบาร์เรลต่อวัน เหลือ 1.17 ล้านบาร์เรลต่อวัน แม้ยังประเมินว่าเศรษฐกิจโลกโดยรวมยังขยายตัวได้ดี ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
ด้านสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ หรือ IEA ระบุว่า อุปทานน้ำมันทั่วโลกอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการในปีนี้ เนื่องจากสงครามส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันในตะวันออกกลาง
ตลาดยังจับตาการหารือระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ในวันที่ 14-15 พ.ค. 2569 หลังผู้นำสหรัฐฯ เดินทางถึงกรุงปักกิ่งแล้วเมื่อวันที่ 13 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยระบุว่า สหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องรับความช่วยเหลือจากจีนในการยุติสงคราม แม้โอกาสบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านยังคงอยู่ในระดับต่ำก็ตาม