โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

UBE ปักหมุด Operational Excellence ชูระบบ Multi-feed รับมือต้นทุนการผลิต เร่งขยายธุรกิจมันสำปะหลังและฟลาว – ร้านอาหารญี่ปุ่น

Wealthy Thai

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

‘บมจ. อุบล ไบโอ เอทานอล’ หรือ UBE ผู้ผลิตและแปรรูปมันสำปะหลังแบบครบวงจร ปักหมุดสู่ความเป็นเลิศด้านปฏิบัติการ (Operational Excellence) และระบบ Multi-feed ยกระดับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างประสิทธิภาพ รับมือความท้าทายต้นทุนมันสำปะหลังจ่อขยับสูง เปิดแผนกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจเอทานอลสู่พอร์ตโฟลิโอที่มีมูลค่าสูงอย่างยั่งยืน ชู 3 มิติสร้างความมั่นคงพลังงานและอาหาร พร้อมเผยผลงานไตรมาส 1/69 ทำรายได้จากการขาย 1,164.7 ล้านบาท รุกหนักขยายธุรกิจมันสำปะหลังและฟลาว ธุรกิจร้านอาหาร พร้อมส่งสัญญาณผลการดำเนินงานเริ่มฟื้นตัวต่อเนื่อง
นางสาวสุรียส โควสุรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) หรือ UBE ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันสำปะหลังรายใหญ่ของประเทศไทย เปิดเผยว่า แผนธุรกิจในไตรมาส 2 ของปี 2569 UBE Group และบริษัท อุบลซันฟลาวเวอร์ จำกัด บริษัทในเครือ มุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านปฏิบัติการ (Operational Excellence) ยกระดับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างประสิทธิภาพพร้อมรับกับความ
ท้าทายต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มขยับสูงขึ้น รวมทั้งมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจเอทานอล ธุรกิจมันสำปะหลังและฟลาว ธุรกิจร้านอาหาร ควบคู่กับการสร้าง New S Curveไปสู่สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง (High Value Products)อาทิ เอทานอลเกรดยาสำหรับอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอาง และเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF – Sustainable Aviation Fuel) สำหรับอุตสาหกรรมการบินที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้การวางแผนบริหารจัดการความแข็งแกร่งต้นน้ำ ผ่านการส่งเสริมเกษตรกรเพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานและอาหาร 3 มิติ ได้แก่ 1. ยกระดับผลผลิต และความสามารถในการรับมือสภาพแวดล้อม (Yield & Resilience) ส่งเสริมการใช้พันธุ์มันสำปะหลังที่ทนทานต่อโรคและสภาพแล้ง โดยเฉพาะพันธุ์อิทธิที่บริษัทฯ ร่วมพัฒนากับภาครัฐ พร้อมส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีการเกษตร 2. การส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า (Circular Economy) ผ่านโครงการอุบลโมเดล ที่นำวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิต เช่น น้ำกากส่าและกากมันทำเป็นสารปรับปรุงดินแทนการใช้ปุ๋ยเคมีตามหลัก Zero Waste และ 3. เชื่อมเกษตรกรสู่ยุทธศาสตร์พลังงานชาติ ยกระดับมันลำปะหลังจากสินค้าเกษตรสู่วัตถุดิบพลังงานสะอาด ป้อนอุตสาหกรรมเอทานอล (E20) และเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF)
สำหรับแผนธุรกิจเอทานอล เดินหน้าขับเคลื่อนเต็มกำลังการผลิต พร้อมรองรับกับดีมานด์ของผู้บริโภคหันมาสนใจใช้น้ำมัน E20 เปลี่ยนจากแก๊สโซฮอล์ 91 เพิ่มขึ้นจากกลไกราคาที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับพัฒนาศักยภาพการใช้วัตถุดิบแบบ Multi-feed นำกากน้ำตาลมาใช้ในกระบวนการผลิตเอทานอลร่วมกับวัตถุดิบหลัก เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดหาวัตถุดิบ พร้อมบริหารความผันผวนด้านราคาและปริมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการพึ่งพาวัตถุดิบเพียงประเภทเดียวส่งผลให้สามารถใช้ทรัพยากรและกำลังการผลิตได้อย่างคุ้มค่า เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ขณะที่ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังและฟลาว วางกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อตอบโจทย์ตลาดสินค้ามูลค่าสูง (High-Value) เช่น แป้งและฟลาวมันสำปะหลังคุณภาพสูง (Premium graded-native starch and Cassava flour) และแป้งฟังก์ชันฉลากสะอาด (clean-lable starch) หลังจากราคาส่งออกแป้งมันดิบเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นกว่า 13% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) สะท้อนความต้องการที่แข็งแกร่งในตลาดโลก พร้อมศึกษาโอกาสลงทุนในธุรกิจที่ตอบรับเมกะเทรนด์โลก ได้แก่ สุขภาพเชิงป้องกัน การดูแลความเป็นอยู่ที่ดีและกลุ่มผู้สูงวัย รวมถึงเตรียมเปิดตัวอาหารพร้อมรับประทาน (Ready to Eat) ส่วนธุรกิจร้านอาหารแบรนด์ญี่ปุ่น ‘Oshinei’ จะเปิดเพิ่มอีก 5 สาขา
ส่วนผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569(มกราคม-มีนาคม) กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขาย 1,164.7 ล้านบาท โดยเป็นรายได้ในประเทศ 782.9 ล้านบาท คิดเป็น 67% และรายได้จากการส่งออก 381.8 ล้านบาท คิดเป็น 33% โดยธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจเอทานอลมีรายได้ 454.1ล้านบาท ชะลอตัว ในขณะที่ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมีรายได้ 486.3 ล้านบาท เติบโต 46.8%จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และธุรกิจร้านอาหารมีรายได้ 219.3 ล้านบาท เติบโต 9.6% QoQทั้งนี้ อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นเป็น 154.7 ล้านบาท เติบโต 68% QoQจากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ราคาหัวมันสำปะหลังสดที่เป็นวัตถุดิบหลักของเอทานอลเพิ่มขึ้น 23% YoY จากราคาเฉลี่ย 2.13 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 2.62 บาทต่อกิโลกรัม
ด้านภาพรวมอุตสาหกรรมเอทานอลคาดการณ์ปี 2569 จะเติบโตเชิงโครงสร้างผ่านการเปลี่ยนสัดส่วนจาก E10 มาเป็น E20 มากขึ้น โดยมีปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เป็นตัวเร่งและภาครัฐสนับสนุนเชื้อเพลิงชีวภาพอย่างจริงจัง โดยจะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อปริมาณการขายเอทานอลในช่วงไตรมาส 3 ถึง 4 ขณะที่ทิศทางราคามันสำปะหลังมีแนวโน้มขยับขึ้นต่อเนื่องและมีโอกาสทำสถิติใหม่ในรอบหลายปี โดยราคาซื้อขายหัวมันสดพุ่งแตะระดับ 2.78 – 3.10 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากผลผลิตและคุณภาพแป้งลดลงจากโรคใบด่างและอากาศแปรปรวนและต้นทุนราคาดีเซลขยับแตะ 48.40 บาท/ลิตร
“UBE มั่นใจว่าผลการดำเนินในปี 2569 จะกลับมาฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง หลังจากผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569เริ่มกลับมามีโมเมนต์ตัมที่ดี ประกอบกับการมุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านปฏิบัติการ (Operational Excellence) ทั้งการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การเพิ่มผลิตภาพในกระบวนการผลิต และการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง (High Value Products) จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ธุรกิจเอทานอล ธุรกิจมันสำปะหลังและฟลาว ธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจสินค้าทางการเกษตร เติบโตได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว”นางสาวสุรียส กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...