24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 4 พฤษภาคม 2569
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 4 พฤษภาคม 2569
>> "พ่อค้าไส้กรอก" แทง "พ่อค้าร้านน้ำ" เจ็บสาหัสก่อนเสียชีวิตที่โรงพยาบาล เผยปมเหตุเก็บค่าเช่าที่ 1.5 พันบาท
07.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุแทงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดซอยประชาชื่น-นนทบุรี 8 แยก 6 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี
ที่เกิดเหตุพบว่าญาติได้นำตัวนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 54 ปี พ่อค้าร้านขายน้ำ ผู้ได้รับบาดเจ็บถูกแทงที่หน้าอกซ้าย 1 แผล ส่ง รพ.มงกุฎวัฒนะ ไปก่อนหน้าแล้ว ส่วนนายบี (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี ผู้ก่อเหตุนั่งอยู่หน้าร้านอาหารตามสั่งใกล้กับที่เกิดเหตุ ได้นายซี (นามสมมุติ) ญาติของผู้ได้รับบาดเจ็บ กำลังโต้งเถียงกับผู้ก่อเหตุจนชกต่อยกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุได้เข้าระงับเหตุ เป็นจังหวะที่ นายบี ผู้ก่อเหตุ ชักมีดแทงนายซี เข้าที่ชายโครงขวา 1 แผล และเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวไว้ได้ ส่วนนายซี ได้ถูกนำตัวส่ง รพ.พระนั่งเกล้า รักษาตัว อาการปลอดภัย
สอบถามนายบี (นามสมมุติ) ผู้ก่อเหตุ ให้การรับสารภาพอ้างว่า ตนขายไส้กรอกอีสานในซอยนี้มา 4 ปี และเมื่อเช้าตนไปถามผู้บาดเจ็บว่าจะเก็บค่าเช่าที่ตนเดือนละ 1,500 บาทหรอ พอถามเสร็จเขาก็คว้ามีดอีโต้ออกมาจากร้าน ตนก็ชักมีดออกมาแทงไป 1 ครั้ง หลังแทงเสร็จตนได้เดินไปนั่งร้าน ที่ตนไปนั่งกินเหล้าเมื่อคืนที่ผ่านมาใกล้กับจุดเกิดเหตุ และคนเจ็บอีกคนได้เดินมาหาถามตนว่า "ไปหาเรื่องอะไรเขา" ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายต่างเดินเข้าหากัน แล้วเขาก็ต่อยผม ถามเมียผมได้ เขาต่อยผมก่อน
นายบี กล่าวอีกว่า ตนขายไส้กรอกอยู่ก่อนแล้วเขามาขายน้ำ แต่มาขายหลังตนได้ประมาณ 1 ปี คนเก่าที่เคยขายได้ย้ายออกไปแล้วเขาก็เข้ามาขายแทน แล้วเขามาหาเรื่องตน จะไม่ให้ตนขายหน้าร้านเขา ซึ่งพื้นที่ที่ตนขายมีเป็นพื้นที่บนถนน ไม่ใช่พื้นที่ของเขา แล้วเขาหาเรื่องเอาโต๊ะ 2-3 ตัวมาวางหาเรื่องไม่ให้ขาย ตนก็คนทำมาหากินเหมือนกัน ตนขายมาก่อนเขาอีก ก็มีปัญหามา 1 ปี ตั้งแต่เขามาขายน้ำ คือเขาอยากได้ค่าเช่าที่ 1,500 แต่ตนไม่ยอม ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไปดำเนินคดี พร้อมของกลาง มีดปลายแหลมยาว 15 ซม.1 เล่ม
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลว่า นายเอ (นามสมมุติ)อายุ 54 ปี พ่อค้าร้านขายน้ำ ได้เสียชีวิต
>> เพลิงไหม้บ้านเรือน เสียหายทั้งหลังที่ อ.เวียงสา หญิงเจ้าของบ้าน เกิดอาการช็อก อาสากู้ภัยเร่งช่วยเหลือและนำส่ง รพ.
09.00 น. รับแจ้งจาก สมาคมกู้ชีพกู้ภัยสายฟ้าพิทักษ์น่าน มีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่ หมู่ 5 ต.ส้าน อ.เวียงสา จ.น่าน
ในที่เกิดเหตุชาวบ้านแจ้งว่า ได้ยินเสียงระเบิดมาจากชั้น 2 ของบ้าน และเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ลักษณะเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งไม้ครึ่งปูน เพลิงได้ลุกไหม้เสียหายทั้งหลัง เจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิง ร่วมระดมฉีดน้ำ จนสามารถควบคุมและเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา
เบื้องต้นเสียหายทั้งหลัง ขณะเกิดเหตุ เจ้าของบ้าน เป็นหญิงไทย มีภาวะตกใจ จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลเวียงสา ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวียงสา
>> ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ไปในการพระราชพิธีฉัตรมงคล พุทธศักราช ๒๕๖๙ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง
10.03 น. น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิน ไปในการพระราชพิธีฉัตรมงคล พุทธศักราช ๒๕๖๙ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง ในโอกาสนี้ เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี โดยเสด็จในการนี้ด้วย
ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย
ครั้นเมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ ๑ ถึงรัชกาลที่ ๗ และรัชกาลที่ ๙ ที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา ทรงกราบ ทรงศีล พระราชาคณะถวายศีล และพระสงฆ์ถวายพรพระ จบแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประเคน
ภัตตาหารแด่ประธานสงฆ์ ภัตตาหารนอกนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พระราชวงศ์ องคมนตรี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทรงประเคน และประเคน จนครบ ๒๐ รูป เสร็จแล้ว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่ สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ เจ้าคณะรอง และพระราชาคณะจนครบ ๒๐ รูป ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยบูชาเทวดาที่รักษาพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร เครื่องราชกกุธภัณฑ์ ทรงคม พราหมณ์เบิกแว่นเวียนเทียนสมโภชพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร เครื่องราชกกุธภัณฑ์ครบ ๓ รอบ พราหมณ์เจิมพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร โหรหลวง ผูกผ้าสีชมพู
เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงพระสุหร่ายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ และพระราชลัญจกรพระครุฑพ่าห์ทองคำประจำรัชกาลที่พระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร แล้วทรงกราบพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ ๑ ถึงรัชกาลที่ ๗ และรัชกาลที่ ๙ ที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ
>> จ.อุดรธานี ชายวัย 42 ปีขี่รถจักรยานยนต์เสียหลักพลิกคว่ำ ร่างกระเด็นตกจากทางยกระดับกระแทกพื้นถนนด้านล่าง เจ็บสาหัส ก่อนไปเสียชีวิตที่ รพ.
11.00 น. ศูนย์วิทยุ 191 จ.อุดรธานี รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เสียหลักพลิกคว่ำ แล้วผู้ขับขี่ร่างกระเด็นตกที่สูง ทำให้มีผู้บาดเจ็บสาหัส บริเวณทางยกระดับเส้นบายพาสหนองคาย หรือ สะพานรังษิณา ในพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี
ที่เกิดเหตุ บนทางยกระดับ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง - ดำ ป้ายทะเบียน นครราชสีมา อยู่ด้านบนสะพาน มีร่องรอยเฉี่ยวชน คาดว่าเสียหลักขณะเข้าโค้งพุ่งชนแบริเออร์ ก่อนร่างผู้ขับขี่กระเด็นตกลงมาด้านล่าง
และตรวจสอบ บนถนนพื้นล่าง บริเวณใต้ทางยกระดับ พบร่างของ ผู้ชาย อายุ 42 ปี ชาว อ.กู่แก้ว ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ชีพเร่งทำ CPR ก่อนนำส่งโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้น อยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี
>> คุรุสภา เตรียมแจ้งโทษทางอาญาเพิ่มเติม ครูเอกชนลพบุรี ประพฤติผิดทางเพศ
11.14 น. ตามที่ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดลพบุรี เพื่อติดตามมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษา พร้อมชี้แจงความคืบหน้ากรณีอดีตครูโรงเรียนเอกชนล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนเมื่อช่วงปี 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันผู้กระทำผิดได้รับโทษจำคุก 36 ปี และรับโทษอยู่ในเรือนจำแล้ว นั้น
ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า คุรุสภาดำเนินการตรวจสอบข้อมูลใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแล้วพบว่า ครูรายดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งตาม พรบ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 กำหนดให้วิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น (ศึกษานิเทศก์) เป็นวิชาชีพควบคุม และห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคุรุสภา ตามมาตรา 43
นอกจากนั้น มาตรา 46 กำหนดว่าห้ามมิให้ผู้ใดแสดงด้วยวิธีใดให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิ หรือพร้อมจะประกอบวิชาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคุรุสภา และห้ามไม่ให้สถานศึกษารับผู้ไม่ได้รับใบอนุญาตเข้าประกอบวิชาชีพควบคุมในสถานศึกษา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคุรุสภา ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 43 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 46 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
คุรุสภาจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นสังกัดว่า บุคคลดังกล่าวได้ปฏิบัติการสอนในโรงเรียนโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งเป็นวิชาชีพควบคุมในโรงเรียนหรือไม่ และหากมีการอนุญาตให้บุคคลที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเข้ามาเป็นครูในโรงเรียน ถือว่ามีความผิดทั้งตัวครู รวมถึงผู้บริหารสถานศึกษาที่เป็นผู้รับครูเข้ามาปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาด้วย ซึ่งมีโทษคือจำคุกหรือปรับ หรือทั้งจำและปรับ ซึ่งคุรุสภาจะเข้าดำเนินคดีทางกฎหมายต่อผู้กระทำผิดอย่างแน่นอน เพื่อธำรงไว้ซึ่งเกียรติยศและศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพครู
>> อดีตครูบำนาญ รัวยิงญาติดับคาสวน เซ่นปมสงสัยฉกแหวนทองหาย จ.ลำปาง
13.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะคา ตรวจสอบเหตุยิงกันและมีผู้เสียชีวิต ภายในกระท่อมกลางสวน ท้ายหมู่บ้านสบปุง ต.ท่าผา อ.เกาะคา จ.ลำปาง
ในที่เกิดเหตุ พบร่าง ชายไทย อายุ 66 ปี นอนเสียชีวิตจมกองเลือด มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่ศีรษะ พบปลอกกระสุนตกอยู่ 4 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อ ชายไทย อายุ 77 ปี อดีตข้าราชการครูบำนาญ ซึ่งเป็นพี่เขยของผู้ตาย
จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า สาเหตุเกิดจากความขัดแย้งเรื่องทรัพย์สิน โดยผู้ก่อเหตุ ปักใจเชื่อว่าผู้ตายเป็นคนขโมยแหวนทองคำหนัก 50 สตางค์ ที่วางไว้ในบ้านอีกหลังหนึ่งหายไป จนเกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ก่อนที่จะใช้อาวุธปืนรัวยิงใส่ผู้ตายจนเสียชีวิต แล้วหลบหนีไปจากจุดเกิดเหตุ
เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและแพทย์เวรได้ชันสูตรศพเบื้องต้น ก่อนมอบให้สมาคมกู้ภัยเกาะคานำร่างส่งโรงพยาบาล ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างระดมกำลังเร่งติดตามตัวนายนพดล อดีตครูมือยิงมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อสรุปหาสาเหตุที่แท้จริงของโศกนาฏกรรมในครอบครัวครั้งนี้ต่อไป
>> สธ.เผยเหตุวัยรุ่นทะเลาะวิวาทลามถึงหน้าห้องฉุกเฉิน รพ.ราชบุรี เบื้องต้นไม่พบเจ้าหน้าที่บาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหาย จ่อเอาผิดทางกฏหมาย
15.44 น. นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุวัยรุ่นทะเลาะวิวาทที่โรงพยาบาลราชบุรี ว่า ได้รับรายงานจาก นพ.นิคม มะลิทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชบุรี ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว โดยเป็นเหตุทะเลาะวิวาทต่อเนื่องจากพื้นที่สาธารณะเข้ามายังบริเวณโรงพยาบาล เมื่อคืนวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 23.48 น.
เหตุการณ์เริ่มต้นจากงานเปียกส่งท้ายสงกรานต์บริเวณตลาดกำนันหลัก ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บเพศชายรวม 3 ราย ซึ่งรถมูลนิธิได้นำส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลราชบุรี ดังนี้ รายที่ 1 อายุ 24 ปี มีบาดแผลฉีกขาดบริเวณหน้าท้อง แพทย์รับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาล, รายที่ 2 อายุ 30 ปี มีอาการใบหน้าด้านขวาบวมช้ำ แพทย์ตรวจรักษาและอนุญาตให้กลับบ้านได้ และรายที่ 3 อายุ 32 ปี บาดเจ็บที่ชายโครงขวาและลำคอ แพทย์ตรวจรักษาและอนุญาตให้กลับบ้านได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากการนำส่งผู้บาดเจ็บได้มีกลุ่มวัยรุ่นคู่กรณีมากกว่า 10 คน ตามมาก่อเหตุทะเลาะวิวาทซ้ำบริเวณข้างตึกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง กระทบต่อขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่และก่อให้เกิดความหวาดกลัวผู้ป่วยรายอื่น
"การก่อเหตุรุนแรงในสถานพยาบาลเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและผิดกฎหมายทั้งทางอาญาและแพ่ง กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายดำเนินคดีผู้กระทำความผิดทุกรายไม่มีข้อยกเว้น เนื่องจากโรงพยาบาลต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ และไม่มีทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย อย่างไรก็ตาม ทางโรงพยาบาลกำลังตรวจสอบความเสียหายโดยละเอียด และให้ทางนิติกรพิจารณาด้านข้อกฎหมาย เพื่อดำเนินการแจ้งความเอาผิดตามกฎหมายต่อไป" นพ.เอกชัย กล่าว
>> คนร้ายลอบยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย บริเวณสี่แยกบ้านม่วงหวาน พื้นที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี
17.25 น. รับแจ้งว่า เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่ม ใช้อาวุธปืนลอบยิง ดาบตำรวจมะยากี ดีเย๊าะ อายุ 50 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรราตาปันยัง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ บริเวณสี่แยกบ้านม่วงหวาน หมู่ที่ 2 ตำบลสาคอบน อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจและออกเวร ผู้เสียชีวิตได้ขับรถยนต์กระบะเดินทางกลับบ้านพัก กระทั่งเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 300 เมตร ได้ถูกกลุ่มคนร้ายที่วางแผนลอบยิงใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่อย่างต่อเนื่องจนเสียชีวิต
จากพฤติการณ์ของคนร้าย พบว่า มีจำนวนประมาณ 4 คน ใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน ก่อเหตุ โดยแฝงตัวทำทีเป็นช่างซ่อมสายไฟฟ้าบริเวณสี่แยกดังกล่าว และอาศัยจังหวะที่รถของผู้เสียชีวิตชะลอความเร็วเพื่อเตรียมเลี้ยว ใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง ก่อนเร่งเครื่องหลบหนีไปทางพื้นที่ตำบลสาคอใต้
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังร่วมหน่วยความมั่นคง ผู้นำท้องถิ่น และภาคประชาชน เข้าปิดกั้นพื้นที่ ควบคุมสถานการณ์ และอำนวยความสะดวกในการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งขยายผลเชื่อมโยงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป
>> จนท.ขสป.เขาสอยดาว สนธิกำลังเข้าจุดเกิดเหตุ หลังช้างป่าบุกฟาร์มหมูจันทบุรี ทำร้ายแรงงานเมียนมาเสียชีวิต
19.00 น. เกิดเหตุสลดช้างป่าทำร้ายคนเสียชีวิต นอกเขตป่าอนุรักษ์ โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้น บริเวณฟาร์มหมูในพื้นที่หมู่ 2 ต.ทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากแนวเขตเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาวประมาณ 2.87 กิโลเมตร
นายคนุพงษ์ งามเนตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า (ขสป.) เขาสอยดาว รายงานว่า เจ้าหน้าที่ ขสป.เขาสอยดาว เจ้าหน้าที่ทหารพรานนาวิกโยธินที่ 544 (ฐานดงจิก) ปลัดอำเภอโป่งน้ำร้อน กำนัน ผู้นำชุมชน เเละตำรวจ สภ.โป่งน้ำร้อน ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณสวนลำไยหลังบ้านพักคนงาน พบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อ คือ นางมา อายุ 39 ปี แรงงานสัญชาติเมียนมา สภาพศพแขนขาผิดรูปและซี่โครงหักจากการถูกกระแทกอย่างรุนแรง รอบบริเวณพบรอยเท้าช้างป่ากระจายอยู่โดยรอบ
จากการสอบสวนสามีของผู้ตายเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุภรรยากำลังเตรียมทำกับข้าวอยู่ภายในที่พัก จากนั้นได้เดินออกมาเข้าห้องน้ำด้านหลังบ้าน คาดว่าจังหวะนั้นได้เผชิญหน้ากับช้างป่าในระยะกระชั้นชิด ทำให้เกิดความตกใจและพยายามวิ่งหนีแต่ไม่พ้น จึงถูกช้างป่าเข้าทำร้ายจนเสียชีวิตคาที่
ต่อมาชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวังช้างที่ 19 และอาสาสมัครฯ ได้เร่งติดตามร่องรอยพบว่า ช้างป่าตัวดังกล่าวได้มุ่งหน้ากลับเข้าป่าแล้ว อย่างไรก็ตาม การติดตามเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ อ.โป่งน้ำร้อน ทำให้ไม่สามารถใช้โดรนตรวจจับความร้อนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
นายคนุพงษ์ งามเนตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ได้เข้าพบและแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอรับหลักฐานเพื่อเตรียมยื่นขอรับเงินเยียวยาตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป
>> ผอ.เขตลาดกระบัง ลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือ เหตุวาตภัยถล่มบ้านเรือนเสียหายหลายหลังคาเรือน
19.00 น. นายธราพงษ์ เพ็ชร์คง ผู้อำนวยการเขตลาดกระบัง ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน ณ หมู่บ้านลลิลพร็อพเพอร์ตี้ ถนนประชาพัฒนา เขตลาดกระบัง
จากเหตุพายุฝนลมกระโชกแรงในพื้นที่ของช่วงเย็นวันนี้ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายประมาณ 15 หลังคาเรือน โดยส่วนใหญ่พบหลังคาถูกลมพัดแรงหล่นลงมาเสียหาย และมีต้นไม้ล้มกีดขวางถนนในหมู่บ้าน
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเคลียร์เศษซากวัสดุสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับความเสียหาย พร้อมเคลื่อนย้ายต้นไม้และสิ่งกีดขวางเพื่อเปิดเส้นทางสัญจร
ในการนี้ ผู้อำนวยการเขตลาดกระบังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าสำรวจบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหาย เพื่อตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร และเตรียมจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวภายในพื้นที่ เพื่อรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
สำนักงานเขตลาดกระบังจะประสานการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยตามระเบียบของกรุงเทพมหานครโดยเร็วต่อไป
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
20.30 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 3.9 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 244 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> จ.เชียงใหม่ พบชายวัย 50 ปี ถูกแทงบาดเจ็บสาหัส ริมถนนท่าแพ อาสากู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือทำ CPR ก่อนไปเสียชีวิตที่ รพ.
21.10 น. รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธมีด บริเวณหน้าวัดพันอ้น ถนนท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
เจ้าหน้าที่กู้ชีพและกู้ภัยเข้าตรวจสอบ พบผู้บาดเจ็บชาย อายุประมาณ 50 ปี นอนหมดสติอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ มีบาดแผลถูกแทงบริเวณหน้าอก อาการสาหัส ไม่รู้สึกตัว เจ้าหน้าที่ได้เร่งให้การช่วยเหลือเบื้องต้น พร้อมทำ CPR อย่างเร่งด่วน ก่อนนำส่งโรงพยาบาล
เบื้องต้นทราบว่า เป็นเหตุแม่ค้าข้าวเหนียวมะม่วง 2 คนทะเลาะแย่งที่ขายของ แล้วญาติเข้ามาเคลียร์ แล้วถูกแทงสาหัส เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว หญิงผู้ก่อเหตุ ไปสอบสวน ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้น ทาง จนท.ตร.สภ.เมืองเชียงใหม่ จะสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ผู้สือข่าวรายงานคืบหน้าว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บ ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล
>> ไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยเคหะร่มเกล้า 15 ประชาชนช่วยกันใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ
22.00 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยเคหะร่มเกล้า 15 แยก 4-1 ถนนเคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นบน เพลิงลุกไหม้ฝาผนังบ้านลุกลามกองวัสดุภายในบ้าน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 1 ตารางเมตร ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้น้ำทำการระบายความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่สายไฟฟ้า ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยร่มเกล้า
>> ไฟไหม้ร้านประดับยนต์และอู่ซ่อมรถ ริมถนนประดิษฐ์มนูธรรม อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบก่อนจะลุกลาม
22.27 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ถนนประดิษฐ์มนูธรรม แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารโครงสร้างเหล็กชั้นเดียว หลังคาเมทัลชีท ประกอบกิจการร้านประดับยนต์และอู่ซ่อมรถ ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในอาคาร เพลิงลุกไหม้คอมพิวเตอร์พกพาลุกลามเอกสารและฝ้าเพดาน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 4 ตารางเมตร อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้น้ำทำการดับถ่านและใช้พัดลมทำการระบายควัน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางชัน
>> สาว 16 ปีขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศร ชนประสานงากับรถนั่งส่วนบุคคล เสียชีวิตกลางทางต่างระดับวัดโบสถ์ คาดไม่ชินทาง จ.นนทบุรี
23.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางศรีเมือง รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบนต่างระดับวัดโบสถ์ ถนนท่าน้ำ-วัดโบสถ์ ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี
ที่เกิดเหตุ พบร่างของ หญิงไทย อายุ 16 ปี ภูมิลำเนาชาว จ.สมุทรปราการ นอนเสียชีวิตอยู่กลางถนน ห่างไปประมาณ 20 เมตรพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น จีโอโน่ สีดำ ทะเบียน สระบุรี ล้มตะแคงหน้ารถพังเสียหายยับเยิน ส่วนคู่กรณีเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อฮอนด้า สีขาว ทะเบียน ปทุมธานี หน้ารถพังเสียหายเช่นกัน ส่วนคนขับคือ ชายไทย อายุ 33 ปี ได้รับบาดเจ็บที่หน้าอกถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า
ชายคนขับรถเก๋ง เล่าว่า หลังจากเลิกงานก็กำลังขับรถกลับบ้าน ช่วงขึ้นสะพานมา มองไม่เห็นว่ามีรถสวนขึ้นมา พอเห็นอีกทีก็กระชั้นชิดพุ่งชนอย่างแรง โดยยืนยันว่ารถจักรยานยนต์นั้นย้อนศรขึ้นมาซึ่งเป็นเลนขวาของเรา รู้สึกตกใจไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ส่วนตนเองบาดเจ็บที่ช่วงหน้าอกจากแรงกระแทกและกรอบพระแตกร้าว
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า เบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้ โดยทราบว่ารถจักรยานยนต์ขับขี่ย้อนศรขึ้นมาจนทำให้เกิดพุ่งชนประสานงา กับรถยนต์เก๋ง สันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตน่าจะไม่ชินเส้นทางเป็นเหตุให้ขับขี่ย้อนศรขึ้นมา แต่อย่างไรก็ตามจะทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุอีกครั้ง ส่วนผู้เสียชีวิตและมอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรต่อไป
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
03.31 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 3.8 ความลึก 10 กม. บริเวณใกล้ชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 367 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย