โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พฤษภาเลือด อีก 2 ชีวิต ในสมรภูมิ บ่อนไก่ เป็น 'แท็กซี่' เป็น 'เซลส์แมน'

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

ยุทธการแดงเดือด

พฤษภาเลือด

อีก 2 ชีวิต ในสมรภูมิ บ่อนไก่

เป็น ‘แท็กซี่’ เป็น ‘เซลส์แมน’

รายที่ 2 นายเสน่ห์ นิลเหลือง อายุ 48 ปี อาชีพขับรถแท็กซี่ เสียชีวิตจากบาดแผลกระสุนปืนลูกโดดบริเวณหน้าอก เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 14 พฤษภาคม 2553

พยานลำดับที่ 040 พี่สาวให้สัมภาษณ์ “ศปช.” เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2554

ระบุว่า ประมาณเวลา 13.00 น. นายเสน่ห์ลงรถที่คลองเตยแล้วโทร.หาน้องชายบอกว่าอยู่ที่ธนาคารกรุงเทพ (บ่อนไก่) เพื่อเข้ามาเอารถแท็กซี่จากบ้านพี่สาวที่แฟลตตำรวจ

น้องชายบอกให้รอที่ธนาคารจะออกไปรับ

แต่เมื่อนายเสน่ห์เดินมาถึงทางเข้าปั๊ม ปตท. (ปากซอยปลูกจิต 1) เพื่อลัดจากสนามมวยลุมพินีทะลุข้างซอยสถานทูตญี่ปุ่นไปยังบ้านพักพี่สาวที่แฟลตตำรวจ

เวลาประมาณ 17.54-18.00 น. นายเสน่ห์เดินทางถึงทางเข้าปั๊มใกล้สนามมวยลุมพินีก็ถูกยิงเข้าที่หน้าอกแล้วล้มลงบริเวณฟุตบาทหน้าทางเข้าปั๊มน้ำมัน (มีภาพถ่ายจุดเกิดเหตุของ Kenneth Todd Ruiz ลงในเว็บไซต์ vimeo)

จากนั้นมีกลุ่มคนเข้าไปช่วยนำตัวมาในบริเวณปั๊มน้ำมันเพื่อพยายามช่วยชีวิตก่อนนำส่งโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท

หนังสือ “ความจริงเพื่อความยุติธรรม” ได้ตีพิมพ์ภาพถ่ายและคลิปที่แสดงให้เห็นเส้นทางการเดินของนายเสน่ห์จากเว็บไซต์และช่างภาพชาวต่างประเทศ Masaru Goto

ตั้งแต่ถูกยิงล้ม กลุ่มคนพากันหิ้วออกจากจุดที่เกิดเหตุแล้วมาช่วยกันปั๊มหัวใจก่อนนำส่งโรงพยาบาล

Roland Neveu เล่าผ่าน “15 may 2010 Bangkok Dangerrous” ในบล็อกส่วนตัวว่า

ประมาณ 17.30 น. ทหารที่ใส่แว่นดำ (มีภาพ) ยิงกระสุนยาง 3 นัดจากปืนเอ็ม 16 ไปถูกชายอายุประมาณ 50 ปี ที่อยู่ห่างออกไปราว 80 เมตรล้มลง และทหารคนดังกล่าวถูกผู้บังคับบัญชาเรียกไปตำหนิ

มุมที่ถ่ายเป็นมุมจากฝั่งทหาร

คนที่นาย Roland ระบุ น่าจะเป็น นายเสน่ห์ นิลเหลือง อายุ 48 ปี ถูกยิงบริเวณหน้าอกทะลุแผ่นหลัง

รายที่ 3 นายบุญมี เริ่มสุข อายุ 71 ปี อาชีพเซลส์แมนขายปุ๋ย ถูกยิงด้วยกระสุนเข้าช่องท้อง คมกระสุนทะลุลำไส้หลายจุดที่หน้าร้านอาหารระเบียงทอง ถนนพระราม 4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 14 พฤษภาคม

นายบุญมีถูกนำส่งโรงพยาบาลและรักษาอาการอย่างต่อเนื่องจนเสียชีวิตด้วยติดเชื้อในกระแสเลือด เวลา 05.00 น. วันที่ 28 กรกฎาคม 2553

ต่อมา ในญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม-1 มิถุนายน 2553 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้นำรายงานการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษที่ 354/2553 คดี นายบุญมี เริ่มสุข ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ มาอภิปราย

โดยอ้างถึง นางนันทพร เริ่มสุข ภรรยา เล่าว่า

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2553 เวลาประมาณ 16.00 น. หลังจากที่นายบุญมี เริ่มสุข รับประทานอาหารที่ร้านระเบียงทองเสร็จแล้วได้เดินออกมาจากร้านเพื่อจะกลับบ้าน

ระหว่างที่เดินอยู่บนทางเท้าข้างร้านนายบุญมีถูกยิงด้วยกระสุนปืนไม่ทราบขนาดจำนวน 1 นัด ที่บริเวณหน้าท้องข้างขวา

จากนั้นเริ่มมีอาการชาและล้มลง มีพลเมืองดีนำตัวไปส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม จนถึงวันที่ 21 มิถุนายน ต่อมา เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ได้ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ

วันที่ 27 กรกฎาคม ขณะนั้นยังมีสติและสามารถพูดได้ได้ให้สัมภาษณ์ว่ากระสุนยิงมาจากฝั่งไหน

นายบุญมีได้ยืนยันว่ากระสุนมาจากฝั่งทหาร

นายบุญมีมีเอกสารประวัติการรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจซึ่งได้มอบพยานวัตถุลูกกระสุนปืนจำนวน 1 นัด ซึ่งแพทย์ผู้ทำการรักษาได้ตรวจพบจากร่างกายให้แก่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษและนำส่งกองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว

อยู่ระหว่างรอผลการตรวจพิสูจน์

บทความของ บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ ระบุต่อไปว่า เหตุการณ์ผ่านไปเกือบ 2 ปี ในวันที่ 11 มิถุนายน 2555 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง ศาลนัดไต่สวนชันสูตรการเสียชีวิต

คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 ยื่นคำร้องให้ชันสูตรการเสียชีวิตของนายบุญมี เริ่มสุข ที่ถูกยิง

นายธนพร วงษ์ณรัตน์ อายุ 50 ปี ประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์นายบุญมีถูกเจ้าหน้าที่ยิง เบิกความว่า ตนกำลังจะเข้าไปร่วมชุมนุมที่ย่านบ่อนไก่โดยกำลังยืนอยู่ที่ปากซอยงามดูพลี

เห็นเจ้าหน้าที่ถืออาวุธปืนครบมือเดินลาดตระเวนเป็นแนวทั้งสองข้างถนนพระราม 4 พร้อมกับมีเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะ

จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนมาถึงย่านบ่อนไก่ ยังมีเสียงปืนต่อเนื่องและเดินใกล้เข้ามาจึงตะโกนบอกผู้ชุมนุมที่อยู่ฝั่งตรงข้ามให้หลบเข้าไปในซอยเพราะเกรงจะถูกยิง

พร้อมกันนั้นตนได้พาประชาชนอีกส่วนหนึ่งหลบวิถีกระสุนเข้าไปในซอยงามดูพลี

เมื่อมองไปทางฝั่งตรงข้ามเห็นเจ้าหน้าที่เดินมาถึงหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. มีชายสูงวัยคนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่ ศีรษะล้านยืนอยู่ จึงได้ตะโกนให้หลบเข้าไปในซอยแล้วก็มีเสียงปืนดังขึ้น

เห็นชายคนดังกล่าวล้มลงข้างตู้โทรศัพท์ จึงตัดสินใจวิ่งข้ามถนนพระราม 4 เข้าไปช่วยเห็นมีเลือดไหลออกจากหน้าท้อง

หากอ้างอิงจาก “ข่าวสดออนไลน์” วันที่ 12 มิถุนายน 2555

นายธนพร วงษ์ณรัตน์ ได้เบิกความยืนยันคำถามของตนว่า “ลุงเป็นอะไรมากไหม”

สักพักมีชาวบ้านเข้ามาช่วยแล้วถาม “ลุงบุญมีหรือเปล่า”

เป็นลุงบุญมีที่อยู่แฟลตการเคหะแห่งชาติในซอยปลูกจิตหน้าตู้โทรศัพท์ที่เกิดเหตุ

จากนั้นได้เบิกความว่า ได้ช่วยกันอุ้มลุงบุญมีขึ้นรถจักรยานยนต์นำส่งโรงพยาบาล แล้ววิ่งข้ามกลับมาในซอยงามดูพลีอีกครั้ง

จนมาทราบภายหลังว่าลุงบุญมีเสียชีวิต

พ.ต.ท.ณพงศ์ กปิตถัย พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน และ พ.ต.อ.ภวัท ประทีปวิศรุต แพทย์สถาบันนิติเวช ร่วมกันชันสูตรพลิกศพ เบื้องต้นพบว่าสาเหตุการตายเกิดจากการติดเชื้อในกระแสเลือดเนื่องจากถูกยิงบริเวณช่องท้อง

พ.ต.ต.หญิง ณปภัช นฎฐสมุน นายแพทย์ (สบ.2) กลุ่มงานนิติพยาธิโรงพยาบาลตำรวจ ผู้ทำการตรวจศพภายนอกและภายใน

ให้การยืนยันว่า นายบุญมี เริ่มสุข ผู้ตาย มีสาเหตุการตายมาจากการติดเชื้อในกระแสเลือด ร่วมกับประวัติการถูกยิงช่องท้อง ซึ่งตามวันเวลาสถานที่เกิดเหตุในวันที่ 14 พฤษภาคม 2553 เวลาประมาณ 16.00 น.

บริเวณทางเท้าข้างร้านอาหารระเบียงทอง ถนนพระราม 4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม.

ปรากฏตามพยานเอกสารแผนที่เกิดเหตุและบันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุเป็นช่วงเวลาที่มีเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงของ นปช. และการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว

นายบุญมีได้รับการรักษาและถูกนำตัวเข้าผ่าตัดอย่างน้อย 5 ครั้งเพราะมีอาการลำไส้ทะลุ เย็บต่อไม่ได้ จึงต้องทำการผ่าตัดเพื่อปิดรอยแผลให้เล็กลง เอาเลือดคั่งในช่องท้องออก

กระสุนที่ฝังอยู่บริเวณสะโพกไม่ถูกผ่าออกเนื่องจากอาจถูกกระทบกระเทือนได้จึงต้องปล่อยให้ค้างอยู่ในสะโพกด้านซ้าย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พฤษภาเลือด อีก 2 ชีวิต ในสมรภูมิ บ่อนไก่ เป็น ‘แท็กซี่’ เป็น ‘เซลส์แมน’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...