โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คนทำงานต้องตั้งรับอย่างไร? เมื่อเลย์ออฟพุ่ง เงินเดือนไม่ขยับ ธุรกิจไทยเข้าสู่ยุค “องค์กรเล็กลง”

Thairath Money

อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 02.25 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 02.38 น.
ภาพไฮไลต์

สถานการณ์ตลาดแรงงานไทยในปี 2569 กำลังเข้าสู่บททดสอบครั้งใหญ่ เมื่อข้อมูลล่าสุดจาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า การเลิกจ้างแรงงานในระบบประกันสังคม (ม.33) มีแนวโน้มเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 40,000 คนต่อเดือน

ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากปีก่อนหน้าที่มียอดผู้ถูกเลิกจ้างรวมทะลุ 5.3 แสนคน หรือเพิ่มขึ้นถึง 20% จะเห็นได้ว่า นี่ไม่ใช่เพียงการปรับลดพนักงานชั่วคราวตามวงจรเศรษฐกิจ แต่มันคือปรากฏการณ์ "Structural Reset" หรือการรีเซ็ตโครงสร้างการทำงานที่คนไทยต้องเผชิญอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะธุรกิจไทยกำลังเข้าสู่ยุค “องค์กรจิ๋ว”

นอกจากตัวเลขการเลิกจ้างที่เห็นชัดเจน อีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่ยืนยันว่าบริษัทไทยกำลัง "บีบขนาด" ตัวเองให้เล็กลงคือ นโยบายไม่รับคนเพิ่ม (Freeze Headcount) หลายออฟฟิศตอนนี้เมื่อมีพนักงานลาออก บริษัทเลือกที่จะ "ไม่เปิดรับตำแหน่งใหม่" แต่ใช้วิธีเกลี่ยงานให้คนที่เหลืออยู่รับผิดชอบแทน

ขณะที่สัญญาณการทำ Lean Organization ที่ชัดเจนที่สุด คือการพิสูจน์ว่า "คนน้อยลงแต่งานยังต้องเดินได้" ผลที่ตามมาคือพนักงานที่ยังอยู่ต้องแบกภาระงานที่หนักขึ้น (Multi-tasking) ภายใต้ทรัพยากรที่จำกัด

เทรนด์ขึ้นเงินเดือนแบบ "Peanut Butter" เมื่อบริษัทเลือกประคองตัว

ในฝั่งของผลตอบแทน มนุษย์เงินเดือนต้องเผชิญกับเทรนด์การขึ้นเงินเดือนแบบ Peanut Butter Spreading หรือการ "ทาเนยถั่วให้ทั่วแผ่น" คือการหารเฉลี่ยงบประมาณการขึ้นเงินเดือนให้พนักงานทุกคนในสัดส่วนที่น้อยและเท่าๆ กัน (เช่น 2-3%)

กลยุทธ์นี้บริษัทนำมาใช้เพื่อ "ควบคุมต้นทุน" และ "ลดความขัดแย้ง" ในองค์กรช่วงวิกฤติ แทนที่จะทุ่มเงินจ้างหรือรักษา Star Player ด้วยเงินก้อนโตเหมือนเมื่อก่อน บริษัทเลือกที่จะรักษาความสงบในภาพรวมเพื่อประคององค์กรให้อยู่รอด ท่ามกลางวิกฤติพลังงานและภาวะเศรษฐกิจผันผวน

เปิดโผ 5 อันดับธุรกิจ "เลิกจ้างสูงสุด" ใครบ้างที่ต้องรีบปรับตัว?

กลับมาเจาะสถิติการเลิกจ้างงานที่พุ่งสูงขึ้น พบว่ามีกลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่ได้รับแรงกระแทกหนักที่สุด โดยมีสัดส่วนการเลิกจ้างดังนี้:

  • ภาคการผลิต (สัดส่วน 24%): ครองแชมป์การเลิกจ้างสูงสุด โดยเฉพาะโรงงานในกลุ่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งเผชิญกับพายุสองลูกใหญ่ คือการสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันกับสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ และการนำระบบ Automation มาใช้แทนที่แรงงานฝ่ายผลิตในระดับแมส
  • ภาคค้าส่ง-ค้าปลีก (สัดส่วน 12%): เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคย้ายไปอยู่บนโลกออนไลน์เกือบ 100% ร้านค้าที่มีหน้าร้านจำนวนมากจึงกลายเป็น "ภาระ" มากกว่า "สินทรัพย์" องค์กรจึงเลือกยุบสาขาและลดจำนวนพนักงานหน้าร้านลง
  • ภาคการก่อสร้าง (สัดส่วน 9%): ได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่พุ่งสูงตามราคาพลังงาน และภาวะหนี้ครัวเรือนที่ทำให้การซื้ออสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวลง ส่งผลให้โครงการใหม่ๆ ลดลงและการจ้างงานหยุดชะงัก
  • กิจกรรมทางวิชาชีพและเทคนิค (สัดส่วน 5%): แม้จะเป็นงานที่ต้องใช้ทักษะ แต่การรุกคืบของ Generative AI เริ่มเข้ามาทดแทนงานวิเคราะห์เบื้องต้น งานแปลภาษา และงานกราฟิกพื้นฐาน ทำให้องค์กรเลือกใช้คนจำนวนน้อยลงแต่ทำงานร่วมกับ AI ได้เก่งขึ้น
  • ขนส่งและคลังสินค้า (สัดส่วน 4%): แม้ E-commerce จะโต แต่ต้นทุนพลังงานจากวิกฤติโลกบีบให้บริษัทขนส่งต้องควบรวมกิจการหรือใช้ระบบจัดการคลังสินค้าอัตโนมัติเพื่อลดต้นทุนแรงงาน

ทำไมธุรกิจไทยต้อง "หดตัว" เปิดเบื้องหลังกลยุทธ์องค์กรเล็กลง

หากวิเคราะห์ลึกลงไป จะพบว่า ภาพรวมเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำ (Low Growth) ได้บีบบังคับให้ภาคธุรกิจต้องปรับโมเดลการบริหารจัดการใหม่ โดยมีปัจจัยเร่งจาก 3 วิกฤติซ้อนกัน ได้แก่

  • วิกฤติต้นทุนจากภูมิรัฐศาสตร์: ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ลากยาว ส่งผลให้ราคาพลังงานและต้นทุนโลจิสติกส์ผันผวนสูง ธุรกิจไม่สามารถแบกรับ "ต้นทุนคงที่" ก้อนใหญ่อย่างค่าแรงจำนวนมากได้อีกต่อไป การลดขนาดองค์กร (Rightsizing) จึงกลายเป็นทางเลือกแรกเพื่อรักษาประคองกระแสเงินสด
  • ยุคทองของ AI และการแทนที่ด้วยเทคโนโลยี: AI ในปีนี้ก้าวข้ามจากการเป็นแค่ "ผู้ช่วย" มาเป็น "ผู้ทำ" อย่างเต็มตัว องค์กรไทยกว่า 80% เริ่มนำระบบอัตโนมัติมาใช้ทดแทนงานรูทีน งานวิเคราะห์ข้อมูล และงานสนับสนุน ส่งผลให้ความจำเป็นในการจ้างคนจำนวนมากในหนึ่งแผนกลดน้อยลง เหลือเพียงทีมขนาดเล็กที่คอยควบคุมระบบ
  • การปรับโครงสร้างสู่ "Lean Organization": ภาคการผลิต (ซึ่งมีสัดส่วนการเลิกจ้างสูงสุดถึง 24%) และภาคค้าปลีก กำลังเปลี่ยนผ่านสู่การจ้างงานตามโครงการ (Project-based) หรือการใช้ Outsource มากขึ้น เพื่อลดภาระผูกพันระยะยาวและค่าสวัสดิการ ทำให้ "ที่ว่าง" สำหรับมนุษย์เงินเดือนในองค์กรใหญ่เหลือน้อยลงทุกที

ทางรอดมนุษย์เงินเดือน แผนรับมือในวันที่ความมั่นคงไม่มีจริง

จากข้อมูลข้างต้น คำถามสำคัญ คือ เมื่อ "ความเสี่ยง" กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการทำงาน เราจะต้องป้องกันและรับมือกับความเสี่ยงดังกล่าวอย่างไร ซึ่งคำตอบ อาจเป็นการเตรียมตัว ที่ต้องทำทั้งในเชิง "ทักษะ" และ "การเงิน" อย่างเข้มงวด เพื่อให้รอดผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้อย่างมั่นคง

1. ด้านทักษะ: ต้องเป็น "แรงงานที่ AI ทดแทนไม่ได้"

  • Skill-Based Hiring: องค์กรยุคใหม่ไม่ได้จ้างที่ "ตำแหน่ง" แต่จ้างที่ "ทักษะ" เราต้องเร่งพัฒนาทักษะการตัดสินใจที่ซับซ้อน (Complex Problem Solving) และการบริหารจัดการมนุษย์ (People Management) ซึ่งเป็นจุดอ่อนของ AI
  • AI Collaboration: เลิกต่อต้านและเริ่มใช้งาน AI ให้เป็นเครื่องมือทุ่นแรง ใครที่ใช้ AI ทำงานได้เร็วกว่าและดีกว่า คือคนที่มีโอกาสถูกเก็บไว้ในองค์กรขนาดเล็กมากที่สุด

2. ด้านการเงิน: สร้าง "เกราะป้องกัน" ที่หนาขึ้น

  • Cash is King: ปรับเป้าหมายเงินสำรองฉุกเฉินจาก 6 เดือน เป็น 12 เดือน เพื่อรองรับระยะเวลาการหางานที่นานขึ้นในภาวะตลาดแรงงานตึงตัว
  • Financial Discipline: ในสภาวะที่ดอกเบี้ยและค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง การลดภาระหนี้บริโภค (Consumer Debt) คือสิ่งที่ต้องทำทันทีเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง และควรหลีกเลี่ยงการสร้างหนี้ก้อนใหญ่ที่ผูกพันระยะยาวหากไม่มีความจำเป็นยิ่งยวด
  • Income Diversification: อย่าฝากแหล่งรายได้ไว้ที่บริษัทเดียว การสร้างรายได้ทางที่สองจากทักษะเฉพาะตัว (Specialized Skill) จะเป็น "เบาะรองรับ" ที่ดีที่สุดในวันที่บริษัทตัดสินใจลดขนาด

ตัวเลขเลิกจ้าง 40,000 คนต่อเดือน คือเครื่องเตือนใจว่าโลกการทำงานแบบเดิมได้จบลงแล้ว ธุรกิจไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคที่ "เล็กแต่คม" และพึ่งพาเทคโนโลยีสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด มนุษย์เงินเดือนจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องรีเซ็ตตัวเองให้ทันก่อนที่ระบบจะรีเซ็ตเราออกไปนั่นเอง

ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย , jobsdb.com ,สมาคมนักวางแผนการเงินไทย

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คนทำงานต้องตั้งรับอย่างไร? เมื่อเลย์ออฟพุ่ง เงินเดือนไม่ขยับ ธุรกิจไทยเข้าสู่ยุค “องค์กรเล็กลง”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...