โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

สยบ ไอ้ปอนด์ คลั่ง 3 ชม. บุกห้องสาว21 มีดจี้หวังขืนใจ สิ้นฤทธิ์พลาดตกระเบียง สาหัส

Khaosod

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 08.29 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 08.29 น.

สยบ ไอ้ปอนด์ คลั่ง 3 ชม. บุกห้องสาว21 มีดจี้หวังขืนใจ สิ้นฤทธิ์พลาดตกระเบียง สาหัส ตร.ตลิ่งชัน-กู้ภัย จับระทึก ญาติเผยเครียดถูกทำร้ายมีนัดขึ้นศาล

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 20 มี.ค.69 ร.ต.ท.ชยพล มะลิบุญ รอง สว.(สอบสวน) สน.ตลิ่งชัน รับแจ้งเหตุชายคลุ้มคลั่งมีอาวุธมีด บริเวณหอพักภายในซอยแก้วเงินทอง 53 แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.กิตติภพ ขำขาว สวป.สน.ตลิ่งชัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและปราบปราม และฝ่ายสืบสวนสน.ตลิ่งชัน, แพทย์กู้ชีพ รพ.วิชัยเวช และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นหอพักสูง 2 ชั้น พบชายอยู่ในอาการคลุ้มคลั่งในมือถือมีด ทราบชื่อคือ นายศิลากรณ์ หรือปอนด์ อายุ 33 ปี ปีนออกมาห้อยโหนอยู่นอกระเบียงชั้น 2 ใช้อาวุธมีดยาว ประมาณ 50 ซม. จี้หน้าอกตัวเอง และพูดจาวกไปวนมา

นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้เสียหายเป็นหญิง 1 ราย อายุ 21 ปี พักอาศัยอยู่ในหอพักเดียวกัน ถูกนายศิลากรณ์ ก่อเหตุพยายามข่มขืนในห้องพัก ก่อนจะอาศัยช่วงเผลอวิ่งหลบหนีเอาชีวิตรอดออกมาได้ เจ้าหน้าที่จึงพยายามเจรจาเกลี้ยกล่อมให้ผู้ก่อเหตุวางอาวุธ

กระทั่งเวลาผ่านไปกว่า 3 ชั่วโมง นายศิลากรณ์ ผู้ก่อเหตุ เริ่มเมื่อยล้า และหิวน้ำระหว่างหยิบขวดน้ำ เกิดลื่นตกจากระเบียงชั้น 2 ด้วยความสูงประมาณ 5 เมตรจนได้รับบาดเจ็บ สะโพกหัก ด้านขวาและมีแผลถลอกเล็กน้อยที่ขาขวา เจ้าหน้าที่จึงเร่งปลดอาวุธมีด ก่อนนำตัวส่งไปรักษาที่รพ.ศิริราช

ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้เดินกลับเข้ามาที่ห้องพัก สังเกตเห็นนายศิลากรณ์ ซึ่งมีอาการคลุ้มคลั่ง เดินตามมาจากด้านหลัง ตอนแรกไม่ได้เอะใจ เพราะคิดว่าเป็นคนรู้จักของคนในตึก จากนั้นก็ผลักประตูตามเข้ามาในห้อง

ชายคนนี้ได้ใช้มีดข่มขู่อีกทั้งนำโต๊ะ เก้าอี้ภายในห้อง มาขวางประตูเอาไว้ และพยายามจะข่มขืน ตนพยายามต่อรอง และบ่ายเบี่ยง โดยบอกว่ามีคนอยู่ข้างล่าง ชายคนนี้จึงเดินออกไปดู จากนั้นจึงอาศัยจังหวะเผลอและวิ่งหนีออกมาจากห้อง ก่อนที่จะมาขอความช่วยเหลือจากตำรวจ

นายอนุสรณ์ พงษ์เกษา เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมกตัญญู เปิดเผยว่า ได้พยายามเข้าเกลี้ยกล่อมให้ชายคนนี้กลับเข้ามาจากระเบียง โดยพยายามให้วางอาวุธ แต่ใช้เวลาค่อนข้างนาน และต้องทำงานด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีอาวุธ เกรงว่าจะเกิดอันตรายขึ้น จนกระทั่งผู้ก่อเหตุเกิดอาการหิวน้ำ จึงใช้จังหวะนี้พยายามเข้าจับกุม แต่ชายคนนี้กลับพลาดผลัดตกลงมาก่อน

ด้าน พ.ต.ท.กิตติภพ ขำขาว สวป. สน.ตลิ่งชัน เปิดเผยว่า สาเหตุที่ใช้เวลานานในการจับตัวผู้ต้องหา เนื่องจากเป็นพื้นที่ปิด และต้องไม่อยากให้เกิดอันตราย นอกจากนั้นได้พยายามนำเบาะมารองเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บของผู้ก่อเหตุ นอกจากนั้น ขณะที่ตำรวจเข้ามาจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ ผู้ก่อเหตุบอกว่า หิวน้ำ และตำรวจก็ถามว่า ทำไมถึงก่อเหตุ ผู้ก่อเหตุก็ยอมรับว่าเสพยามาเยอะ จึงมีอาการหลอน

ทั้งนี้จากการสอบถามครอบครัวทราบว่า ก่อนหน้านี้ชายคนดังกล่าวเคยถูกทำร้ายร่างกาย และมีกำหนดจะไปขึ้นศาลในวันถัดไป ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความเครียดและอาการหวาดระแวงดังกล่าว

ขณะที่กล้องวงจรปิดที่หน้าห้องพัก สามารถบันทึกภาพได้ตั้งแต่นางสาวพัชรินทร์ ผู้เสียหายได้เดินเข้ามาในซอยช่วงเช้า เพื่อกลับมาที่ห้องพักชั้นสอง ระหว่างนั้นผู้ก่อเหตุ ได้เดินตามมาจากข้างล่าง และเดินใช้มีดจี้เข้าไปในห้อง เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้อง ก็มีผู้ชายเดินออกมาจากห้องในสภาพตื่นตกใจ ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะกักขังผู้หญิงไว้ในห้อง

หลังจากนั้นเมื่อเกิดเหตุไปสักพัก ตำรวจก็มาที่หน้าห้อง จากนั้นผู้เสียหายก็วิ่งหนีออกมาจากห้อง ในสภาพที่เอาผ้าห่มคลุมตัวออกมา ตำรวจจึงพยายามเข้าเกลี้ยกล่อมให้ผู้ก่อเหตุมอบตัว ก่อนที่จะวิ่ง ออกมาที่ริมระเบียง ตำรวจให้ญาติมาเกลี้ยกล่อม แต่ชายคนนี้ก็ยังไม่ยอม ก่อนที่จะให้น้ำกิน ระหว่างนั้นผู้ก่อเหตุลื่น และได้ตกลงไปชั้นล่าง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สยบ ไอ้ปอนด์ คลั่ง 3 ชม. บุกห้องสาว21 มีดจี้หวังขืนใจ สิ้นฤทธิ์พลาดตกระเบียง สาหัส

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...