โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘นักวิชาการ’ ชี้พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เป็น ‘การกู้เพื่อสร้างอนาคตประเทศไทย’ ยกระดับเศรษฐกิจระยะยาว

เดลินิวส์

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
นักวิชาการชี้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เป็น 'การกู้เพื่อสร้างอนาคตประเทศไทย' คิดอย่างมีชั้นเชิง หากเป็นไปตามแผน จะยกระดับเศรษฐกิจระยะยาว

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้ความเห็นต่อกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อรับมือวิกฤติพลังงานและผลกระทบทางเศรษฐกิจ ว่า การกู้เงินครั้งนี้สามารถมองได้ว่าเป็น “การกู้เพื่ออนาคตประเทศ” แม้จะหลีกเลี่ยงภาระหนี้ในระยะยาวไม่ได้ก็ตาม

ผศ.ดร.วันวิชิต ระบุว่า การกู้เงินย่อมส่งผลต่อภาระการคลังของรัฐบาลในอนาคต โดยเฉพาะการชำระดอกเบี้ยและเงินต้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง หากดำเนินการอย่างมีแผนและมีเป้าหมายชัดเจน ก็สามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการประคับประคองเศรษฐกิจ และวางรากฐานการพัฒนาในระยะยาวได้

ทั้งนี้ มองว่าการออกแบบการกู้เงินภายใต้การกำกับของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีลักษณะกู้แบบมีชั้นเชิง ไม่ใช่การกู้เงินก้อนใหญ่เพียงครั้งเดียว แต่แบ่งออกเป็นหลายส่วนตามวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์
สำหรับเงินกู้ก้อนแรกจำนวน 200,000 ล้านบาท จะถูกนำไปใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาผลกระทบจากวิกฤติพลังงาน โดยมุ่งช่วยเหลือประชาชน ผู้ประกอบการ SMEs และภาคเกษตรกรรม ซึ่งถือเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย รวมถึงการผลักดันมาตรการกระตุ้นการบริโภค เช่น โครงการลักษณะร่วมจ่าย เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจและฟื้นความเชื่อมั่นในระบบ

ขณะที่เงินกู้อีก 200,000 ล้านบาท จะถูกใช้เพื่อเตรียมความพร้อมในการปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศ โดยเน้นการส่งเสริมพลังงานสะอาด เช่น การสนับสนุนระบบโซลาร์เซลล์ โดยเฉพาะโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งมีแนวโน้มจะได้รับแรงสนับสนุนจากภาคประชาชน เนื่องจากช่วยลดต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพในระยะยาว

ผศ.ดร.วันวิชิต ยังกล่าวด้วยว่า หาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทสามารถขับเคลื่อนได้ตามแผน โครงการต่าง ๆ จะต้องถูกจัดลำดับความสำคัญอย่างรอบคอบ โดยยึดโยงกับความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนเป็นหลัก เพื่อให้การใช้จ่ายภาครัฐเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...