โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นายกฯ เซ็น พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทแล้ว ยันทำเพื่อประชาชน รับปากจะใช้ทุกบาทอย่างคุ้มค่า ไม่มีเกี้ยเซียะ

WeR NEWS

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการออกร่าง พ.ร.ก.ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. …. (ร่าง พ.ร.ก. กู้เงินฯ) ว่า ตนได้ลงนามร่างพ.ร.ก.กู้เงินเรียบร้อยแล้ว จากนี้จะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา และจะมีการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ โดยมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน ทั้งนี้เรื่องที่เข้ามาต้องผ่านการกลั่นกรองจากปลัดกระทรวงการคลังและต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการออก พ.ร.ก. กู้เงิน และถือว่าเงินกู้จำนวนนี้อยู่ในความรับผิดชอบของตนในฐานะนายกรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ตนในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลที่เพิ่งลงนามใน พ.ร.ก. เพราะฉะนั้นเงินกู้นี้ทุกบาททุกสตางค์ ตนต้องกำกับดูแลไม่ให้มีการใช้ผิดประเภท ไม่ให้มีการรั่วไหลใด ๆ เลย ต้องขอให้เชื่อ เป็นสิ่งที่ในชีวิตต้องทำ และมีความยินดีมีความเต็มใจ มีความรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำ เพราะฉะนั้น 400,000 ล้านบาทนี้ ขอให้คำมั่นสัญญาเลยว่า ตนและคณะรัฐมนตรีทุกคนเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดไม่ให้หลุดไปแม้แต่สตางค์แดงเดียว ไม่ให้กระเด็นแม้แต่เก๊เดียวที่จะหลุดไปในสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ ทุกอย่างต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ต้องไม่มีการเกี้ยเซียะ และทุกอย่างต้องทำเพื่อประชาชนเท่านั้น

เมื่อถามว่า สถาบันจัดอันดับเครดิตเรตติ้งอย่างมูดีส์ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการออกพ.ร.ก.กู้เงินฯของไทยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งที่เป็นภาระจริง ๆ ของรัฐบาล คือ ดอกเบี้ยเงินกู้ ซึ่งเราได้ดอกเบี้ยต่ำมาก เนื่องจากการกู้เงินเที่ยวนี้เรากู้เงินในสกุลเงินบาทเท่านั้น เพราะฉะนั้นความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนไม่มีเลย เพดานเงินกู้ก็ไม่ต้องขยาย และเป็นการช่วยให้เกิดสภาพคล่อง ทั้งของสถาบันการเงินที่สามารถปล่อยเงินให้รัฐบาลกู้ โดยเงินที่รัฐบาลกู้ไม่เป็นหนี้เสีย (NPL) แน่นอน และไม่ต้องไปสำรองความเสี่ยงอะไรมากมาย

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า การกู้เรื่องของดอกเบี้ยเมื่อเทียบโอกาสของพี่น้องประชาชนแทบจะเทียบกันไม่ได้เลย ต้องถือว่าเราสามารถทำให้เม็ดเงินลงไปถึงพี่น้องประชาชนโดยตรง ไม่ได้เอามาสร้างโครงการนั้นโครงการนี้ ที่อีก 5-7 ปีถึงจะเห็น แต่นี่ลงไปประชาชนสามารถใช้เงินก้อนนี้ได้เลย เป็นการช่วยเหลือให้เขามีต้นทุนในการดำรงชีวิตที่ลดลง แต่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...