“ทรัมป์” ขู่รอบใหม่ โจมตีสะพาน-โรงไฟฟ้าอิหร่าน เพิ่มแรงกดดันสงคราม
"ทรัมป์" ขู่รอบใหม่ โจมตีสะพาน-โรงไฟฟ้าอิหร่าน หากอิหร่านไม่ยอมตามเงื่อนไขของสหรัฐ ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายระหว่างประเทศเตือนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนอาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม
วันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 10.35 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เตือนเมื่อช่วงค่ำวันพฤหัสบดีว่า สหรัฐอาจโจมตีและทำลายสะพานและโรงไฟฟ้าในอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านครั้งล่าสุด
“กองทัพสหรัฐยังไม่ได้เริ่มทำลายสิ่งที่เหลืออยู่ในอิหร่านด้วยซ้ำ เป้าหมายต่อไปคือสะพาน แล้วก็โรงไฟฟ้า” ทรัมป์โพสต์บนโซเชียลมีเดีย โดยระบุเพิ่มเติมว่าผู้นำอิหร่าน “รู้ว่าต้องทำอะไร และต้องทำอย่างรวดเร็ว”
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์กล่าวในสุนทรพจน์ทางโทรทัศน์เมื่อวันพุธว่า สงครามอาจยกระดับขึ้น หากอิหร่านไม่ยอมตามเงื่อนไขของสหรัฐ และสหรัฐอาจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและน้ำมันของอิหร่าน
ในวันเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศในสหรัฐหลายสิบคนได้ลงนามในจดหมายเปิดผนึก โดยระบุว่า การโจมตีของสหรัฐต่ออิหร่านอาจเข้าข่ายเป็นอาชญากรรมสงคราม เนื่องจากอนุสัญญาเจนีวาปี 1949 ห้ามการโจมตีสถานที่ที่จำเป็นต่อพลเรือน และกำหนดให้คู่ขัดแย้งต้องแยกแยะระหว่างเป้าหมายทางทหารกับสิ่งปลูกสร้างของพลเรือน
ทรัมป์ยังกล่าวในสุนทรพจน์ว่า“เราจะโจมตีพวกเขาอย่างหนักในอีกสองถึงสามสัปดาห์ข้างหน้า เราจะทำให้พวกเขากลับไปสู่ยุคหิน”
แม้ทรัมป์จะระบุว่าสหรัฐใกล้บรรลุเป้าหมายในอิหร่านแล้ว แต่เขาไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าสงครามจะสิ้นสุดเมื่อใด
สงครามเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลังสหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ก่อนที่อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการโจมตีอิสราเอลและประเทศในอ่าวเปอร์เซียที่มีฐานทัพสหรัฐ การโจมตีร่วมของสหรัฐและอิสราเอลในอิหร่าน รวมถึงการโจมตีในเลบานอน ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคนและประชาชนต้องอพยพอีกหลายล้านคน
สงครามครั้งนี้ยังส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นและสร้างความผันผวนให้กับตลาดโลก ขณะที่ท่าทีและคำพูดของทรัมป์ที่เปลี่ยนแปลงไปมา ยังไม่สามารถลดความกังวลของตลาดต่อปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดของสหรัฐนับตั้งแต่สงครามอิรักปี 2546 ได้
อ้างอิง : www.reuters.com