โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจนใหม่ ‘วิธิตากรุ๊ป’ สานต่อตำนาน ‘ขายหัวเราะ’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 15.00 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. เวลา 02.29 น.

เรื่อง : พฤฒินันท์ สุดประเสริฐ ภาพ : ภูริณัฐ พูลธัญกิจ

หากพูดถึง “ขายหัวเราะ” หลายคนจะคุ้นเคยหนังสือการ์ตูนที่อยู่คู่กับคนไทยมากว่า 5 ทศวรรษ ด้วยมุขตลกแบบไทย ทันยุค ทันเหตุการณ์ จนถูกขนานนามว่าเป็น “จดหมายเหตุประเทศไทย” และเป็นแบรนด์ที่ทำให้ “บันลือกรุ๊ป” เติบโตคู่กับคนไทยมาตลอดเกือบ 7 ทศวรรษ

วันนี้ บันลือกรุ๊ป เดินหน้าต่อด้วยวิสัยทัศน์ของผู้บริหารรุ่นใหม่ ในการทรานส์ฟอร์มสู่ “วิธิตากรุ๊ป” กลุ่มบริษัทที่ขับเคลื่อนและสร้างสรรค์คอนเทนต์ด้วยความเข้าใจ พร้อมกับการขยายสื่อใหม่ เพื่อเข้าหากลุ่มผู้บริโภคที่แตกต่างไป

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสคุยกับ“พิมพ์พิชา อุตสาหจิต” CEO ของวิธิตากรุ๊ป

เริ่มต้นจาก “ความผูกพัน”

พิมพ์พิชา เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเข้ามารับช่วงบริหารจาก คุณพ่อ-วิธิต อุตสาหจิต หรือ บก.วิติ๊ด ว่าเป็นความผูกพันในสมัยเด็ก ซึ่งเติบโตมากับการที่คุณปู่ (บันลือ อุตสาหจิต) และคุณพ่อคุณแม่ทำงานหนักมาโดยตลอด เธอจึงมักจะตามคุณพ่อคุณแม่ไปทำงาน นั่งเล่น และได้ช่วยงานในออฟฟิศมาตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้เกิดเป็นความผูกพันและซึมซับกับธุรกิจของครอบครัวโดยไม่รู้ตัว

“มันก็เลยเหมือนเป็นไก่กับไข่ คือ เราไม่รู้ว่าเราชอบ เราเลยเหมือนโตมาทําสิ่งนี้ หรือว่าเพราะเราอยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบนี้ เราเลยมีความชอบแบบนี้” พิมพ์พิชากล่าวเปรียบเทียบ

จากจุดนี้ ทำให้พิมพ์พิชาตัดสินใจ เลือกเรียนต่อปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ และเรียนปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ เพื่อให้เกิดความเข้าใจทั้งโลกของสื่อและโลกของการบริหารธุรกิจ ก่อนกลับมารับช่วงต่อในการบริหาร

อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงของสื่อสิ่งพิมพ์เป็นหนึ่งในความท้าทายที่เกิดขึ้น ในวันที่พิมพ์พิชาเข้ามารับช่วงต่อ ซึ่งเวลานั้นเผชิญกับภาวะตลาดที่หดตัวอย่างมาก และมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้ต้องพยายามเรียนรู้เพื่อปรับตัว อยู่รอดในการเปลี่ยนแปลงนี้ และทำให้แบรนด์หรือธุรกิจนี้ที่เปรียบเสมือน Legacy ของครอบครัวให้เติบโตคู่คนไทยไปอีกนานเท่านาน

ขายหัวเราะ

ไม่ได้มีแค่ “การ์ตูน”

ปัจจุบัน วิธิตากรุ๊ป มีหน่วยธุรกิจในหลากหลายมิติ ทั้งจักรวาล Salmon (แซลมอน) ที่มีเอเยนซี่โฆษณา-โปรดักชั่นเฮาส์-คอนเทนต์-สิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์อื่น ๆ ที่เข้าหาคนในแต่ละกลุ่ม เช่น สำนักข่าว The Matter, Capital (สื่อเกี่ยวกับธุรกิจ-แบรนด์), M.O.M (สื่อสำหรับกลุ่ม Modern Parenting) จนถึงแคแร็กเตอร์ต่าง ๆ ของเครือ ทั้งขายหัวเราะ, ปังปอนด์, หนูหิ่น, นากธุรกิจ

อีกหนึ่งหน่วยธุรกิจของวิธิตากรุ๊ป คือ “วิธิตา แอนิเมชั่น (Vithita Animation)” ที่เกิดขึ้นในฐานะสตูดิโอแอนิเมชั่น ตั้งแต่ปี 2544 และฝากผลงานแอนิเมชั่นทางโทรทัศน์ที่หลายคนคุ้นเคย และกำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในการดูแลและผลิตมาสคอต-แคแร็กเตอร์ต่าง ๆ แบบ One-Stop Service โดยอยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์แคแร็กเตอร์ให้กับแบรนด์ชั้นนำ เช่น ก็อตจิ (Godji) ของกลุ่ม ปตท., แม่มณี (Mae Manee) ของธนาคารไทยพาณิชย์ และน้องกล้วยกรุงศรี ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา

สำหรับโมเดลธุรกิจ-การหารายได้ ในอดีต เราจะคุ้นเคยกันว่า ธุรกิจสำนักพิมพ์-สื่อสิ่งพิมพ์ มักจะมีโมเดลรายได้หลัก ๆ จากสิ่งพิมพ์ ไม่ว่าจะขายในรูปแบบเล่ม หรือการขายพื้นที่โฆษณา

แต่สำหรับวิธิตากรุ๊ป ณ วันนี้ มีทั้งการสร้างรายได้จากกลุ่ม B2B (Business-to-Business) ผ่านพื้นที่โฆษณาในคอนเทนต์ของเครือ, Partnered Content จนถึงการร่วมพัฒนาแคมเปญต่าง ๆ กับแบรนด์หรือองค์กร และธุรกิจพัฒนามาสคอต-แคแร็กเตอร์

ส่วนรายได้จากกลุ่ม B2C (Business-to-Consumer) มีตั้งแต่การทำสินค้าที่ระลึกจากแบรนด์ต่าง ๆ จนถึงการต่อยอดคอนเทนต์ต่าง ๆ จากสื่อในเครือโดยเฉพาะรายการพอดแคสต์ ไปสู่แพลตฟอร์มหรือรูปแบบอื่น ๆ ทั้งหนังสือ และงานอีเวนต์

ขายหัวเราะ

แจ้งเกิด : แซวทันกระแส

เมื่อพูดถึง “ขายหัวเราะ” ที่หลาย ๆ คนขนานนามว่าเป็น “จดหมายเหตุประเทศไทย” ที่หยิบกระแสต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา มาทำเป็นแก๊กสนุก ๆ เข้าถึงผู้อ่าน มาจนถึงปัจจุบันที่กลายเป็นยุคสื่อออนไลน์

พิมพ์พิชาเล่าถึงกระบวนการทำงานว่า ในอดีตจะเป็นการทำงานแบบคนเดียว ต่างคนต่างเขียน (One Man Show) แต่ในปัจจุบันมีการปรับระบบการทำงานเป็นรูปแบบ “สตูดิโอ” คล้ายกับโมเดลในต่างประเทศ เช่น ดิสนีย์ (Disney) หรือสตูดิโอ จิบลิ (Studio Ghibli) มีทีมงานในการทำงาน ทั้งนักวาด, ครีเอทีฟ (Creative), ผู้กำกับศิลป์ (ArtDirector), ผู้กำกับความฮา (Humor Director) ทำให้การทำงานที่ทันกระแส หรือโจทย์ต่าง ๆ จากลูกค้า มีความเป็นมืออาชีพสูงขึ้น สามารถบริหารเวลาและส่งมอบงานให้ลูกค้าหรือแบรนด์ต่างๆ ได้อย่างน่าเชื่อถือและตรงต่อเวลา

การปรับตัวเป็นเรื่องธรรมดา

ในวันที่ธุรกิจสื่อเปลี่ยนไป ทั้งเรื่องเทคโนโลยี จนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนในทุก ๆ วัน และเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

พิมพ์พิชาเล่าถึงหลักคิดในการปรับตัวไปกับกระแสและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรอบตัว โดยเชื่อว่าไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแทบจะรายวัน แต่สิ่งที่เราควบคุมได้ คือ Mindset ของตัวเอง เธอพยายามบอกตัวเองและทีมงานให้ทำใจให้ชิน และมองการปรับตัวเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันเหมือนการกินข้าวทุกวัน เพราะในยุคปัจจุบัน การปรับตัวถือเป็นความจำเป็นของการทำงานในทุกอุตสาหกรรม ไม่ใช่สิ่งที่หลีกเลี่ยงได้

และมองอุปสรรคต่าง ๆ ให้เป็นคลื่นในทะเล ซึ่งไม่มีวันควบคุมให้ทะเลสงบได้ตลอดเวลา เราไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่โต้คลื่นเก่งที่สุด หรือมีเรือลำใหญ่ที่สุด แต่เราต้องเรียนรู้ที่จะประคองตัวเองให้ “อยู่บนยอดคลื่น” และพาตัวเองไปให้ถึงจุดหมายได้นานที่สุด

“ต่อให้คลื่นแรงแค่ไหน เราไม่ยอมให้คลื่นซัดเราจม” พิมพ์พิชากล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เจนใหม่ ‘วิธิตากรุ๊ป’ สานต่อตำนาน ‘ขายหัวเราะ’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...