โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ทรัมป์” ผุดแผนยึดน้ำมันอิหร่าน หวังใช้พลังงานเป็นอาวุธต่อรองจีน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

“ทรัมป์” ผุดแผนยึดน้ำมันอิหร่าน หวังใช้พลังงานเป็นอาวุธต่อรองจีน ท่ามกลางความเสี่ยงด้านกฎหมายระหว่างประเทศและแรงต้านจากสถานการณ์สงคราม

วันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 11.01 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แหล่งข่าวระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กำลังพิจารณาแนวคิดการเข้าควบคุมภาคพลังงานของอิหร่าน โดยมองว่าอาจเป็นโอกาสในการขยายอิทธิพลด้านพลังงานของสหรัฐในเวทีโลก และใช้เป็นเครื่องมือเพิ่มอำนาจต่อรองทางการค้ากับสี จิ้นผิง ผู้นำจีน

ทรัมป์กล่าวระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาว ว่า หากเป็นไปได้ เขาต้องการยึดน้ำมันของอิหร่าน เนื่องจากเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่า และอาจสร้างรายได้มหาศาลให้สหรัฐ อย่างไรก็ตามเขายอมรับว่าประเด็นดังกล่าวมีความเสี่ยงทางการเมือง โดยเฉพาะในช่วงที่ประชาชนอเมริกันต้องการให้รัฐบาลลดบทบาทในตะวันออกกลาง

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนความเชื่อของทรัมป์ว่า การควบคุมแหล่งพลังงานสามารถเพิ่มอำนาจทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยก่อนหน้านี้สหรัฐได้ดำเนินนโยบายในลักษณะคล้ายกันกับเวเนซุเอลา ซึ่งนำไปสู่การเข้าถึงทรัพยากรน้ำมันของประเทศดังกล่าว ขณะที่ในกรณีอิหร่าน แหล่งข่าวระบุว่า ทรัมป์มองว่าหากสามารถควบคุมการส่งออกพลังงานของเตหะรานได้ จะช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองกับจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก

อย่างไรก็ตาม การควบคุมภาคพลังงานของอิหร่านในระยะยาวถือเป็นภารกิจขนาดใหญ่ ที่อาจต้องใช้ทรัพยากรทั้งด้านงบประมาณและกำลังทหารจำนวนมาก อีกทั้งยังเสี่ยงต่อข้อถกเถียงด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นชี้ว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ต้องการให้สงครามยุติโดยเร็ว ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาพลังงานในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ระบุว่า แม้ทรัมป์จะสนใจแนวคิดดังกล่าว แต่ยังไม่มีแผนอย่างเป็นทางการ และไม่ได้ถูกบรรจุอยู่ในเงื่อนไขการเจรจาสันติภาพกับอิหร่านในขณะนี้

ในอีกด้านหนึ่ง จีนอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวแตกต่างออกไป แม้จะเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น แต่จีนได้เตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า ผ่านการสะสมสำรองพลังงาน การเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศ และการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน ทำให้มีศักยภาพในการรับมือกับความผันผวนได้มากกว่าที่สหรัฐประเมินไว้

ทั้งนี้ความตึงเครียดด้านพลังงานยังเชื่อมโยงกับการแข่งขันทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งทั้งสองประเทศต่างใช้มาตรการภาษีและควบคุมห่วงโซ่อุปทานเพื่อกดดันกัน ขณะที่วิกฤตราคาพลังงานจากสงครามอิหร่านยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ซับซ้อนมากขึ้น

ทรัมป์ยังเคยวิจารณ์ในอดีตว่า สหรัฐพลาดโอกาสในการยึดทรัพยากรน้ำมันของอิรักหลังสงครามปี 2546 โดยมองว่าเป็นของที่ผู้ชนะควรได้รับ และย้ำว่าการควบคุมทรัพยากรพลังงานเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการสร้างอำนาจในเวทีโลก

ในระยะสั้น ทรัมป์ยังคงมุ่งเน้นไปที่การกดดันให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก โดยขู่ว่าหากไม่ดำเนินการ สหรัฐอาจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านเพิ่มเติม ขณะเดียวกันเขายังเสนอแนวคิดให้สหรัฐเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่ใช้เส้นทางดังกล่าว หรือแม้กระทั่งเข้าควบคุมพื้นที่สำคัญอย่างเกาะ Kharg ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน

นักวิเคราะห์ มองว่า การเคลื่อนไหวของสหรัฐในเวเนซุเอลาและตะวันออกกลางเริ่มส่งผลต่อจีนแล้ว โดยก่อนหน้านี้ โรงกลั่นอิสระของจีนเคยพึ่งพาน้ำมันราคาถูกจากเวเนซุเอลาและอิหร่าน แต่ปัจจุบันต้นทุนเพิ่มขึ้น และอิทธิพลของจีนในตลาดพลังงานบางภูมิภาคเริ่มลดลง

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...