ครม. เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ปี 2569 ผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง
'ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช' รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ สส.เชียงราย เขต 2 พรรคเพื่อไทย ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันที่ 16 เมษายน 2569 ว่า จากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวนและอยู่ในระดับสูง กระทบต่อต้นทุนพลังงาน การขนส่ง และต้นทุนการผลิตปุ๋ยเคมี ทำให้ราคาปุ๋ยทางการเกษตรและปัจจัยทางการผลิตปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็นผลให้ภาคการเกษตรโดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
ประกอบกับนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ด้านการเกษตร “เปลี่ยนผ่านจากเกษตรกรแบบดั้งเดิม” ไปสู่ “เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน” ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทานเพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งสำหรับเกษตรกร โดยรัฐบาลจะช่วยชำระดอกเบี้ยให้ร้อยละ 3 ต่อปี จากอัตราดอกเบี้ยปกติร้อยละ 6 ส่งผลให้เกษตรกรจ่ายดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 3 ต่อปี วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 100,000 บาท ระยะเวลา 12 เดือน นับถัดจากวันรับเงินกู้และไม่เกินวันที่ 30 เมษายน 2572
โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ
สนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรในการจัดซื้อปัจจัยการผลิต เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินจากการใช้บริการสินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพการเกษตรและเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร
- กลุ่มเป้าหมาย : เกษตรกร
- วงเงินโครงการ : 30,000 ล้านบาท
- ระยะเวลาโครงการ : ระยะเวลา 3 ปี (นับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบ ถึงวันที่ 30 เม.ย. 2572)
- วงเงินสินเชื่อต่อราย : สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
- ระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ : ไม่เกิน 12 เดือน (นับถัดจากวันรับเงินกู้และไม่เกินวันที่ 30 เมษายน 2572)
อัตราดอกเบี้ย
- ธ.ก.ส. กำหนดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี
- เกษตรกรผู้กู้จะชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี
- รัฐบาลจะชำระดอกเบี้ยแทนเกษตรกรผู้กู้ในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี
ภายหลังสิ้นสุดระยะเวลาโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ คิดอัตราดอกเบี้ยตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด
หลักเกณฑ์และเงื่อนไข :
1. เกษตรกรต้องผ่านการอบรม/เรียนรู้การพัฒนาทักษะและการบริหารจัดการต้นทุน (Reskill/Upskill) โดย ธ.ก.ส. หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ/หรือหน่วยงานร่วมดำเนินการอื่น ๆ เช่น การใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพตามค่าการวิเคราะห์ดิน เป็นต้น
2. ต้องใช้เงินกู้เพื่อจัดซื้อปุ๋ยผ่านสถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกรหรือวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ หรือแหล่งอื่นตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด
3. เกษตรกรต้องใช้พันธุ์/เมล็ดพันธุ์ ที่ได้รับการรับรองมีมาตรฐานตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือตามที่ ธ.ก.ส. กำหนดและจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในราคาที่เหมาะสม ซึ่งกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จะควบคุมราคาให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
4. สามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ตามระยะเวลาที่ ธ.ก.ส. กำหนดโดยเกษตรกรผู้กู้รับชำระค่าผลผลิตผ่านบัญชีเงินฝากของ ธ.ก.ส. และยินยอมให้ ธ.ก.ส. หักชำระหนี้จากบัญชีเงินฝาก