“ฮ่องกง” เล็งลดภาษีเหลือ 8.25% ดึงเทรดเดอร์สินค้าโภคภัณฑ์ หวังขึ้นแท่นฮับการค้าโลก
"ฮ่องกง" เตรียมออกมาตรการลดภาษีครั้งใหม่ ลดภาษีเหลือ 8.25% หวังดึงผู้ค้าระดับโลกตั้งฐานธุรกิจ พร้อมหนุนอุตสาหกรรมเดินเรือ ฟื้นบทบาทศูนย์กลางการค้า
วันที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 15.18 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ฮ่องกงเตรียมออกมาตรการลดภาษีครั้งใหม่สำหรับผู้ค้าสินค้าโภคภัณฑ์ หวังยกระดับบทบาทสู่ศูนย์กลางการค้าระดับภูมิภาค พร้อมฟื้นฟูกิจกรรมการขนส่งทางเรือ ท่ามกลางความปั่นป่วนของห่วงโซ่อุปทานโลก
รัฐบาลฮ่องกงมีแผนจัดตั้งระบบภาษีแบบผ่อนปรน (concessionary regime) สำหรับผู้ค้าสินค้าโภคภัณฑ์ที่เข้าเกณฑ์ โดยจะปรับลดอัตราภาษีจาก 16.5% เหลือ 8.25% สำหรับกิจกรรมการค้าบางประเภท ครอบคลุมสินค้าในกลุ่มสำคัญ เช่น แร่และทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อดึงดูดผู้ค้าระดับโลกให้เข้ามาตั้งฐานหรือขยายธุรกิจในฮ่องกง
ทางการมองว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมทางทะเลโดยตรง เนื่องจากการค้าสินค้าโภคภัณฑ์มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับภาคการขนส่ง
Moses Cheng ประธานคณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมการเดินเรือและท่าเรือของฮ่องกง ระบุว่า การดึงดูดผู้ค้าจะช่วยเพิ่มปริมาณการขนส่งทางเรือ และส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมโดยรวม
แม้ฮ่องกงจะมีจุดแข็งด้านการเงิน การขนส่ง และระบบกฎหมาย แต่ยังมีบทบาทในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ค่อนข้างจำกัด เมื่อเทียบกับศูนย์กลางสำคัญอย่างสิงคโปร์ เจนีวา และลอนดอน ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทค้ารายใหญ่ของโลก
ข้อมูลปี 2568 ชี้ว่าฮ่องกงยังมีส่วนร่วมในตลาดนี้ค่อนข้างจำกัด ขณะที่ท่าเรือของเมืองยังคงติดอันดับหนึ่งในท่าเรือคอนเทนเนอร์ที่คึกคักที่สุดของโลก แม้ปริมาณการขนส่งจะลดลงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากสินค้าบางส่วนย้ายไปยังท่าเรือในจีนแผ่นดินใหญ่ ในปี 2567 ฮ่องกงรองรับตู้คอนเทนเนอร์ประมาณ 13.7 ล้าน TEUs
มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่สงครามในตะวันออกกลางกำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อการค้าโลก โดยราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นทำให้ต้นทุนของบริษัทขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก
แม้ผลกระทบโดยตรงต่อฮ่องกงจะยังจำกัด แต่การเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือและต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นกำลังกดดันอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง
ฮ่องกงพยายามใช้โอกาสนี้สร้างจุดยืนใหม่ในฐานะศูนย์กลางการค้าสินค้าโภคภัณฑ์ โดยอาศัยจุดแข็งด้านระบบกฎหมาย บริการทางการเงิน และความเชื่อมโยงภายใต้นโยบาย“หนึ่งประเทศ สองระบบ”
ทางการเชื่อว่า มาตรการลดภาษีครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และดึงดูดผู้ค้าระดับโลกให้เข้ามาตั้งฐานในฮ่องกงมากขึ้น
อ้างอิง : cnbc.com