จุดกระแสวิจารณ์ทั่วประเทศ! “อินโดนีเซีย” เล็งอนุญาตเครื่องบินรบสหรัฐใช้น่านฟ้า
แผนพิจารณาเปิดน่านฟ้าให้กองทัพสหรัฐ จุดชนวนเสียงคัดค้านใน "อินโดนีเซีย" ท่ามกลางความกังวลเสี่ยงถูกอิหร่านตอบโต้ และกระทบความสัมพันธ์กับจีน-รัสเซีย
วันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 14.57 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า การที่อินโดนีเซียกำลังพิจารณาคำขอจากสหรัฐให้เครื่องบินรบสามารถบินผ่านน่านฟ้า ได้จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักภายในประเทศ โดยผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าอาจนำไปสู่การตอบโต้จากอิหร่าน และกระทบความสัมพันธ์กับทั้งรัสเซียและจีน ในช่วงเวลาที่จาการ์ตากำลังพยายามเจรจาซื้อน้ำมันจากรัสเซียและแก้ปัญหาเรือบรรทุกน้ำมันที่ติดค้างในอ่าวเปอร์เซีย
ประเด็นดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นหลังPete Hegseth พบกับ Sjafrie Sjamsoeddin รัฐมนตรีกลาโหมอินโดนีเซีย ที่เพนตากอน และประกาศความร่วมมือด้านกลาโหมครั้งใหญ่ โดยสหรัฐระบุว่าความร่วมมือดังกล่าวจะครอบคลุมการพัฒนากองทัพ การฝึกอบรม และปฏิบัติการร่วม เพื่อเสริมเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอเรื่องสิทธิการบินผ่านน่านฟ้า (overflight rights) ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาภายในของอินโดนีเซีย โดยกระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า ยังไม่มีข้อสรุป
นักวิเคราะห์เตือนว่า หากอินโดนีเซียอนุญาตให้สหรัฐใช้น่านฟ้า อาจทำให้อินโดนีเซียกลายเป็นเป้าหมายทางทหารที่ชอบธรรมของอิหร่าน เนื่องจากสหรัฐอาจใช้เส้นทางนี้ในการเคลื่อนกำลังทหารจากฐานในแปซิฟิกไปยังตะวันออกกลาง
ความกังวลดังกล่าวยิ่งทวีความสำคัญ เมื่ออินโดนีเซียกำลังพยายามเจรจากับอิหร่าน เพื่อให้เรือบรรทุกน้ำมันของบริษัทพลังงานรัฐ Pertamina 2 ลำ ที่ติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซออกมาได้
ในอีกด้านหนึ่ง นักวิชาการและนักวิเคราะห์ในประเทศบางส่วนมองว่าความร่วมมือทางทหารกับสหรัฐครั้งนี้เสี่ยงเกินไป และอาจกระตุ้นการตอบโต้จากอิหร่าน รวมถึงทำให้ความสัมพันธ์กับรัสเซียและจีน ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านพลังงานและการค้าสำคัญสั่นคลอน
อินโดนีเซียภายใต้การนำของปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ยึดนโยบายต่างประเทศแบบเป็นกลางและมีบทบาทมาโดยตลอด อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการเคลื่อนไหวล่าสุดอาจสะท้อนการเอนเอียงไปทางสหรัฐฯ มากขึ้น
ในช่วงเวลาเดียวกัน ผู้นำอินโดนีเซียยังได้พบกับวลาดีมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ที่มอสโก และสามารถบรรลุข้อตกลงด้านพลังงานบางส่วน รวมถึงการจัดหาน้ำมันดิบและความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน
แม้อินโดนีเซียจะพยายามรักษาสมดุลระหว่างมหาอำนาจ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการตัดสินใจครั้งนี้อาจทำให้ประเทศสูญเสียพื้นที่ในการต่อรอง ทั้งในตะวันออกกลางและเอเชีย และอาจถูกมองว่าไม่เป็นกลางอีกต่อไป
ขณะเดียวกัน จีน ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซีย ก็กำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แม้คาดว่าจะไม่ตอบโต้โดยตรง เพื่อหลีกเลี่ยงการผลักดันให้อินโดนีเซียเข้าใกล้สหรัฐมากขึ้น
นอกจากนี้กระแสต่อต้านสหรัฐภายในประเทศก็เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มชาวมุสลิม ซึ่งกังวลว่าการอนุญาตให้น่านฟ้าถูกใช้เพื่อปฏิบัติการทางทหาร อาจถูกตีความว่าอินโดนีเซียสนับสนุนการโจมตีอิหร่าน
โดยผู้นำองค์กรอิสลามขนาดใหญ่ของประเทศออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลยืนหยัดจุดยืนอย่างชัดเจน และไม่เปิดทางให้สหรัฐใช้น่านฟ้าในลักษณะที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงยิ่งขึ้น
อ้างอิง : asia.nikkei.com