ด่วน! “พล.ต.ท.นพศิลป์” นำทีมบุก เข้าตรวจค้นบริษัทคลังน้ำมัน 3 จังหวัด
จากกรณีคำสั่งของนายกรัฐมนตรีที่ 3/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พ.ศ. 2569 ซึ่งมีการกำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ดำเนินการตามมาตรการดังต่อไปนี้ 1.ปฏิบัติตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 2/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ 6 มี.ค. 69 2.ติดประกาศราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ ณ สถานประกอบการของผู้ค้าน้ำมันแต่ละรายในลักษณะที่สามารถมองเห็นได้ทั่วไป และรายงานให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานทราบทุกครั้งที่มีการปรับราคาจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง 3.ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ซึ่งเป็นโรงกลั่นน้ำมัน รายงานปริมาณการผลิต ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีอยู่ในครอบครอง และปริมาณการจำหน่าย และรายชื่อลูกค้าและปริมาณที่ขายให้แก่ลูกค้าแต่ละรายต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานภายในเวลา 18.00 น. ของทุกวัน 4.ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ซึ่งมิได้เป็นรายงานการจำหน่ายและรายชื่อลูกค้าซึ่งซื้อเกินรายละ 3,000 ลิตรต่อครั้ง ต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานภายในเวลา 18.00 น. ของทุกวัน 5.การรายงานตาม (2) (3) และ (4) ให้เป็นไปตามรูปแบบที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกำหนด นอกจากนี้ ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ดำเนินการตามข้อ 2 (2) (3) (4) และ (5) อีกทั้งมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี (นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ติดตามตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ค้าน้ำมันตามข้อ 2 และข้อ 3 ให้เป็นไปตามคำสั่งโดยเคร่งครัด และให้ทั้งหมดนี้เป็นพนักงาน เจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำสั่ง ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 เม.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า วันนี้ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป จะมีการบูรณาการสนธิกำลังระหว่างกรมธุรกิจพลังงาน นำโดยพลังงานจังหวัด กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำโดยกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค กองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงิน กองคดีความมั่นคง กองคดีภาษีอากร และศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 1 และพื้นที่ 4 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตำรวจภูธรภาค กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และตำรวจ 191 และกรมการค้าภายใน นำโดยพาณิชย์จังหวัด ร่วมกันเปิดปฏิบัติการตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายซึ่งเป็นบริษัทคลังน้ำมันและท่อส่งน้ำมันใน 3 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น สมุทรสาคร และสระบุรี รวม 7 จุดเป้าหมาย เนื่องด้วยมาจากการขยายผลของเจ้าหน้าที่ตำรวจจากการเข้าตรวจสอบบริษัทคลังน้ำมันที่อำเภอลำลูกกา จ.ปทุมธานี ก่อนหน้านี้ และโดยเฉพาะจุดพื้นที่จังหวัดสระบุรี อำเภอและตำบลเสาไห้ จะเป็นการตรวจสอบบริษัทคลังน้ำมันและท่อส่งน้ำมันรายใหญ่ระดับประเทศ จำนวน 4 จุด เพราะพบความผิดปกติจากรายงานตัวเลขน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการกักตุนเพื่อเก็งกำไร อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่จะมีการแจ้งต่อบริษัทฯ เพื่อเข้าทำการตรวจสอบโดยอำนาจของเจ้าพนักงานกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ข้อมูล เอกสาร และพยานวัตถุทุกรายการเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อนำไปตรวจสอบย้อนหลังในช่วงเดือน มี.ค. 69 ว่ามีรถบรรทุกขนส่งน้ำมันเข้า-ออกจากคลังกี่คัน ทะเบียนป้ายใดบ้าง ปลายทางไปที่ไหน และขอเอกสารใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น.